กวนอู - เต้าหู้เทพเจ้า

กวนอู - เต้าหู้เทพเจ้า

     "กวนอู" เป็นตัวละครหนึ่งในวรรณกรรมสามก๊ก ที่มีอิทธิพลต่อความเคารพ ความเชื่อ และความศรัทธาของประชาชนจีนมากที่สุด กวนอูถูกยกสถานะ จากยอดขุนพลผู้ยึดเอาคุณธรรม ความซื่อสัตย์กตัญญูเป็นที่ตั้ง กลายมาเป็น "เทพเจ้า" ให้ผู้คนหลากหลายอาชีพได้กราบไหว้บูชากันทั่วทั้งแผ่นดินจีน และมีอิทธิพลไปยังดินแดนอื่นที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ทั่วโลก

     สามก๊กในตำนานเรื่องเล่าแบบปากต่อปากของชาวบ้าน เป็นสามก๊กฉบับที่ถูกดัดแปลงไปมากมายหลากหลายทอด บางเรื่องเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเหลือเชื่อ ทั้งอิทธิฤทธิ์ และปาฏิหารย์ บางเรื่องก็ดัดแปลงจนเสียรูปเรื่องเดิม กลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ ตามแต่จินตนาการของผู้เล่า ... ก็สนุกสนานกันไป

     เรื่องของกวนอู ก็เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าอันสนุกปากเหล่านี้ เพราะกวนอูเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุด และเป็นที่ทราบกันดีว่ากวนอูมีผู้คนเคารพกราบไหว้ หลากหลายสาขาอาชีพ เช่น ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ พ่อค้า และบัณฑิต ทุกอาชีพล้วนต้องการเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

     เรื่องเล่าต่อไปนี้ เป็นที่มาของการกราบไหว้กวนอู ของอีกอาชีพหนึ่ง นั่นคืออาชีพขาย "เต้าหู้"

กวนอูขายเต้าหู้ - คนแข็งขายของอ่อน

กวนอูขายเต้าหู้ - คนแข็งขายของอ่อน
กวนอูจากละครโทรทัศน์สามก๊ก 1994 กำลังเดินเร่ขายถั่วและเต้าหู้
     "กวนอูขายเต้าหู้ - คนแข็งขายของอ่อน" (关公卖豆腐-人强货不硬) เป็นสำนวนจีนที่มีความหมายลึกซึ้ง และกล่าวถึงลักษณะอาชีพของกวนอูได้ชัดเจนที่สุด แม้ในวรรณกรรมสามก๊กจะไม่ได้กล่าวถึงอาชีพเดิมของกวนอูเลยก็ตาม แต่ชาวจีนก็เชื่อกันว่ากวนอูเริ่มต้นจากการเป็นพ่อค้าขายถั่วและเต้าหู้ 

     ในเรื่องกวนอูกับเต้าหู้นี้ อ.ทองแถม นาถจำนง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนและสามก๊ก ท่านได้เคยเขียนบทความเรื่อง "กวนอูไม่กินเต้าหู้" ไว้ในบล๊อกของท่านที่ www.oknation.net บทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่มาของสีแดงดังผลพุทราสุก บนใบหน้าของกวนอู อันมีเหตุตั้งต้นมาจากการขายเต้าหู้ ... เรื่องราวนั้นมีดังนี้

กวนอูไม่กินเต้าหู้

ทองแถม นาถจำนง
ทองแถม นาถจำนง
     กวนอูหลบหนีอาญาแผ่นดินอีกไปอาศัยอยู่กับคนทำเต้าหู้ ช่วยเขาทำเต้าหู้ขายไปวัน ๆ วันหนึ่งมีพ่อค้าขายน้ำตาลมาเห็นกวนอูขายเต้าหู้ จึงแกล้งกล่าวเสียดสีว่า “ขายเต้าหู้นี่มันต้มตุ๋นคนซื้อ ดูซิในเต้าหู้มีแต่น้ำทั้งนั้น”

     กวนอูก้มพิจารณาสินค้าของตัวเอง ในเต้าหู้ก็เป็นน้ำเสียเป็นส่วนใหญ่จริง ๆ ด้วย กวนอูเป็นบุคคลรักความเที่ยงธรรมจึงรู้สึกอับอายมากทำให้หน้าแดงจัด นับแต่นั้นมาใบหน้าจึงเป็นสีแดงมาตลอด

     แต่กวนอูก็เกิดความรู้สึกว่าไม่ควรจะยอมแพ้ง่าย ๆ จึงโต้เถียงกลับไปว่า “เจ้าขายน้ำตาล คนก็ต้องเอาไปละลายน้ำเสียก่อนจึงกินได้ มันก็ครือ ๆ กันหละว้า ทำไมมาด่าว่าข้าฝ่ายเดียว”

     พ่อค้าน้ำตาลตอบกลับไปว่า “น้ำในสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน น้ำในเต้าหู้ของเจ้ามันหลอกลวง แต่น้ำละลายน้ำตาลของข้ามันของจริง”

     "เอ้า ! อย่างนี้มันก็หาเรื่องกันชัด ๆ นี่หว่า" กวนอูบอก

     พ่อค้าน้ำตาลก็ลอยหน้าลอยตาอธิบายต่อไปว่า ก้อนน้ำตาลนี้มันเป็นของจริง ๆ แท้ ๆ น้ำหวานเมื่อตอนเป็นน้ำ เคี่ยวจนแห้งเป็นก้อนน้ำตาล เอาน้ำมาละลายน้ำตาลก็เป็นน้ำหวาน จะเปลี่ยนกลับไปกลับมากี่รอบ มันก็เหมือนเดิม แต่เต้าหู้ของเจ้านั้น เอาถั่วมาบดละลายน้ำ เติมน้ำปูนใสเกิดเป็นก้อนเต้าหู้ เต้าหู้นี่จะเอากลับไปแยกเป็นถั่วอีกก็ไม่ได้ เต้าหู้มันของมายา ไม่จริงแท้เหมือนน้ำตาลของข้า

     คราวนี้กวนอูหมดทางโต้เถียง จำยอมรับว่า เต้าหู้เป็นของมายา ตนเองเป็นลูกผู้ชายคนจริง จึงตัดสินใจเลิกทำเต้าหู้ เลิกขายเต้าหู้ และก็เลิกกินเต้าหู้ตั้งแต่บัดนั้นถึงบัดนี้

     ใครไปเซ่นไหว้เทพเจ้ากวนอู อย่าเอาเต้าหู้ไปถวายนะ...จะบอกให้

กวนอูไม่กินเต้าหู้
กวนอูไม่กินเต้าหู้ เพราะอับอาย
     เป็นอันว่าในตำนานเรื่องเล่าของ อ.ทองแถม ฯ เราได้ทราบแล้วว่า กวนอูทั้งหน้าแดงเพราะขายเต้าหู้ ทั้งละอายใจ จึงเลิกขาย เลิกกินเต้าหู้ รวมทั้ง อ.ทองแถม ฯ ยังหยอดทิ้งท้ายแบบทีเล่นทีจริงว่า อย่าเอาเต้าหู้ไปถวายกวนอู (แล้วแต่ความเชื่อ)

    แต่กระนั้นเอง ก็ยังมีอีกหนึ่งตำนานเต้าหู้ ที่ตรงกันข้ามกับเรื่องแรก เพราะนอกจากกวนอูจะทั้งขาย ทั้งกินแล้ว เขายังสั่งให้ทหารในกองทัพกินเต้าหู้ด้วย เรื่องราวเป็นดังนี้

กวนอูกินเต้าหู้

     เมื่อครั้งที่เล่าปี่เข้าเมืองเสฉวน และกวนอูได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วแล้วนั้น วันหนึ่งในหน้าร้อน กวนอูกำลังควบคุมดูแลการฝึกของทหาร ความร้อนของอากาศ ประกอบกับการฝึกอย่างหนัก ทำให้ทหารหลายนายเกิดอาการธาตุไฟแตก (สมัยนี้เรียกโรคลมแดด หรือ Heat Stroke) ตัวร้อนแห้ง ปัสสาวะข้น ปากแตก ลิ้นเปื่อย จนทำการฝึกและรับประทานอะไรไม่ได้เลย

     กวนอูเป็นกังวลต่อเหตุการณ์นี้มาก จนในคืนหนึ่งขณะที่เขานั่งอ่านหนังสือและเจริญภาวนาอยู่ เขาได้ระลึกขึ้นได้ว่าในตำราทางการแพทย์เคยกล่าวถึงตัวยาชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นอาหารธรรมดาสามัญ แต่กลับมีสรรพคุณที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และรักษาธาตุไฟให้เป็นปรกติ

     อาหารนั้นคือ "เต้าหู้" สิ่งของใกล้ตัวที่เขาเคยทำเป็นอาชีพมาก่อนนั่นเอง เต้าหู้นั้นมีทั้งสารอาหารจากเมล็ดถั่ว และความเย็นของน้ำปูน ซึ่งจะช่วยแก้พิษร้อนได้ กวนอูจึงสั่งให้ทหารนำถั่วมาต้ม แล้วนำมาผสมน้ำปูนให้จับเป็นก้อน จากนั้นจึงนำไปให้ทหารที่ป่วยอยู่กิน ก็ปรากฎว่าอาการพิษร้อน ต่าง ๆ ก็หายไป และกลับมาฝึกฝนได้ดังเก่า

     เมื่อทราบสรรพคุณดังนี้แล้ว กองทัพของกวนอูจึงทานเต้าหู้กันทุกวัน และทำให้ชาวเมืองเกงจิ๋วนิยมรับประทานเต้าหู้กันทุกครัวเรือน ซึ่งในปัจจุบัน ตามทัศนะทางการแพทย์ ได้ให้การยอมรับแล้วว่า เต้าหู้มีลักษณะเย็น ใช้บำรุงกำลังและปรับธาตุให้เป็นกลาง ระงับอาการท้องเสีย และชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายได้

 "เทพเจ้าเต้าหู้" กวนอูและกองทัพ กินเต้าหู้เป็นอาหารเสริมจนแข็งแกร่ง
 "เทพเจ้าเต้าหู้" กวนอูและกองทัพ กินเต้าหู้เป็นอาหารเสริมจนแข็งแกร่ง

เทพเจ้าเต้าหู้

     เรื่องกวนอูกับเต้าหู้ จึงจบลงอย่างขัดแย้ง และเป็นปริศนา เพราะผมเองก็ไม่สามารถติดต่อกับกวนอูทางจิตได้ จึงไม่รู้ว่าเรื่องไหนใกล้เคียงความจริงที่สุด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเต้าหู้เป็นอาหารชั้นดีมีสรรพคุณทางการแพทย์ และกวนอู ไม่ได้มีสถานะเป็นแต่เพียงเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ หรือเทพเจ้าแห่งสงครามเท่านั้น เขายังมีสถานะเป็น "เทพเจ้าเต้าหู้" ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของพ่อค้าหรือผู้ที่ทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเต้าหู้อีกด้วย

     รักษาสุขภาพ และทานอาหารที่เป็นประโยชน์กันด้วยนะครับ .... สวัสดี

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
จัสติน ทิมเบอร์เลค เต้นเต้าหู้

ไม่เกี่ยวอะไรกับบทความ แต่แถมให้ขำ ๆ


SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

No comments:

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]