วาทะ คำคม สามก๊ก

วาทะ คำคม สามก๊ก

    รวม วาทะ คำคม คารม ของตัวละครต่าง ๆ จากวรรณกรรมจีนเรื่อง สามก๊ก ทั้งจาก หนังสือสามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง(หน) และ หนังสือสามก๊ก ฉบับ วณิพก

สามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

โจโฉ
  • "อันธรรมดาว่าสงคราม จะหมายเอาชนะฝ่ายเดียวไม่ได้ ย่อมแพ้บ้างชนะบ้าง" เป็นวาทะ สามก๊ก ของ โจโฉ ว่าแก่ โจหยิน ตอนถูก ชีซี ตีแตก
สุมาเต็กโช 
  • "โบราณท่านว่าไว้แต่ก่อนว่า สิบคนจะหาผู้กล้าได้คนหนึ่ง ร้อยคนจะหาผู้มีสติปัญญาได้คนหนึ่ง" เป็นวาทะ สามก๊ก ของ สุมาเต็กโช ที่กล่าวแก่ เล่าปี่
ตันฮก 
  • "แผ่นดินจะกลับก็เหมือนไฟดับสิ้นแสง ถ้ากบทูจะหักจะเอาไม้น้อยค้ำมิอาจทานกำลังไว้ได้ ชาวบ้านนอกผู้มีปัญญาย่อมแสวงหานายที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ร่ายบทกลอนสอนใจแก่ เล่าปี่ ให้เกิดความสนใจของ ตันฮก
  • "ตัวข้าพเจ้าอุปมาเหมือนหนึ่งกา จะมาเปรียบเทียบพญาหงส์นั้นไม่ควร อันม้าอาชามีกำลังอันน้อยหรือจะมาเปรียบกับพญาราชสีห์ได้" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่กล่าวเปรียบเทียบระหว่างตนเองและ จูกัดเหลียง ต่อ เล่าปี่ ของ ตันฮก
ลิเตียน 
  • "ถ้าจะทำการสงคราม พึงให้รู้ลักษณะในไส้ศึกก่อน จึงจะทำการได้ชัยชนะโดยง่าย" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ห้ามปรามไม่ให้ โจหยิน ไปตี เล่าปี่ ของ ลิเตียน
เล่าปี่ 
  • "อันธรรมดาแม่ลูกกันนี้ก็เหมือนชีวิตเดียวกัน เมื่อมีเหตุฉะนี้ก็เป็นประเพณีบุตรจะสงเคราะห์แก่มารดา ใครห่อนจะทิ้งมารดาเสียได้" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่กล่าวแก่ ตันฮก เมื่อได้รับอุบายจดหมายของ โจโฉ ของ เล่าปี่
  • "ท่านผู้มีสติปัญญานั้น ถึงมาตรว่าจะนั่งนอนหลับตาอยู่ในเรือนมิได้เห็นกิจการทั้งปวงเลย ก็สามารถจะคิดเอาชัยชนะแก่ข้าศึกร้อยพันได้" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่กล่าวเกลี้ยกล่อมให้ กวนอู และ เตียวหุย ยอมเชื่อฟัง จูกัดเหลียง ของ เล่าปี่
  • "ถึงมาตรว่าจะมีอันตรายประการใดก็ดี ตัวเราก็จะสู้ตาย ซึ่งจะทรยศต่อผู้มีคุณนั้นเราทำมิได้" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ปฏิเสธการเข้ายึดเมืองเกงจิ๋วตามคำแนะนำของ จูกัดเหลียง ของ เล่าปี่
จูกัดเหลียง 
  • "ธรรมดาผู้มีปัญญาอันพิสดาร แม้จะคิดการสิ่งใดก็ลึกซึ้ง ผู้มีปัญญาน้อยหาหยั่งรู้ถึงตลอดไม่ อุปมาเหมือนพญาครุฑ แม้จะไปในทิศใดก็ย่อมบินโดยอากาศอันสูงสุดสายเมฆ มิได้บินต่ำเหมือนสกุณชาติซึ่งมีกำลังน้อย" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่กล่าวตอกหน้าแก่ เตียวเจียว ให้ได้รับความอับอาย เมื่อคราวไปกังตั๋งเพื่อเจรจาให้ ซุนกวน ยอมทำศึกกับ โจโฉ ของ จูกัดเหลียง
  • "อันธรรมดาเป็นชายชาติทหาร ถ้าไม่รู้คะเนการฤกษ์บนแลฤกษ์ต่ำ ก็มิได้เรียกว่ามีสติปัญญา" เป็น วาทะสามก๊ก ที่กล่าวแก่ โลซก ภายหลังจากลวงเอาเกาฑัณฑ์จำนวนมากจากโจโฉของ จูกัดเหลียง
  • "ผู้ใดกินข้าวแดงท่านแลฆ่าท่านผู้มีคุณเสีย ผู้นั้นเป็นคนหากตัญญูไม่ ผู้ใดอาศัยอยู่ในแผ่นดินของท่านแล้วคิดยกเอาแผ่นดินไปให้ผู้อื่นเสีย ผู้นั้นเป็นคนหาความสัตย์ไม่" ขงเบ้ง กล่าวแก่ เล่าปี่เนื่องจาก อุยเอี๋ยน นี้มิได้มีความสัตย์ แล กตัญญู
จิวยี่ 
  • "ธรรมดาเกิดมาเป็นชาย แม้จะแสวงหาเจ้านายซึ่งจะเป็นที่พึ่งนั้น ก็ให้พิเคราะห์ดูน้ำใจเจ้านายซึ่งโอบอ้อมอารีเป็นสัตย์เป็นธรรมจึงให้เข้า อยู่ด้วย แล้วให้ตั้งใจทำราชการโดยซื่อสัตย์สุจริตประการหนึ่งให้มีใจทำไมตรีแก่ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูงเก่าแก่ไว้อย่าให้ขาด แม้มาตรว่าจะมีภัยสิ่งใดมาถึงตัว ก็จะเผอิญให้มีผู้มาช่วยแก้ไขพ้นจากอันตรายได้ ถ้าจะคิดการสิ่งใดเล่าก็จะสำเร็จ" เป็น วาทะสามก๊ก ที่กล่าวแก่เจียวก้าน ถึงการเลือกนายผู้รับใช้ของชายชาติทหารของ จิวยี่
  • "ธรรมดาเกิดมาเป็นมนุษย์ อันโรคแลความตายนั้นจะกำหนดวันมิได้" เป็น วาทะสามก๊ก ที่จิวยี่กล่าวแก่ ขงเบ้ง เมื่อ ขงเบ้ง มาเยี่ยมตนเองที่ป่วย เพราะลมไม่เป็นใจ ขงเบ้ง จึงออกอุบายเรียกลมให้
บังทอง
  • "ซึ่งจะเป็นหลักที่ยึดนั้น สุดแต่การเป็นประมาณ เมื่อการสิ่งใดมีมาจึงจะคิดต่อไป" เป็น วาทะสามก๊ก ที่ บังทอง กล่าวตอบ ซุนกวน ในตอนที่ โลซก ชวน บังทอง มาทำราชการด้วย
เตียวเหียน 
  • "อันประเพณีการสงคราม ควรจะให้นายทหารซึ่งมีฝีมือออกรบพุ่งให้สามารถก่อน อันแม่ทัพจะยกออกก่อนนั้นไม่ควร" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ เตียวเหียน กล่าวตำหนิ ซุนกวน ที่หุนหันนำทัพออกศึกจนเสียทีแก่ เตียวเลี้ยว
ลิอิ๋น 
  • "ธรรมดานกแม้จะทำรังอาศัย ก็ให้ดูต้นไม้อันร่มชิดจึงจะได้อยู่เป็นสุข อนึ่งเกิดมาเป็นชายก็ให้พึงพิเคราะห์ดูเจ้านายอันมีน้ำใจโอบอ้อมอารี จึงเข้าอยู่ด้วย" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ ลิอิ๋น กล่าวแก่ เล่าปี่ เพื่อยอมสวามิภักดิ์ขอเป็นข้ารับใช้
ลกซุน
  • "อันประเพณีการศึกมีหรือจะไม่ตาย แต่ผู้มีความคิด ย่อมเสียน้อยได้มาก" เป็น วาทะสามก๊ก ที่ ลกซุน กล่าวแก่ ชีเซ่ง และ เตงฮอง เมื่อคราวรบกับ เล่าปี่
สุมาอี้
  • "กินเบี้ยหวัดมาร้อยวันพันวัน จะเอาการแต่วันเดียวก็มิได้" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ สุมาอี้ กล่าวแก่ทหารที่เสียกำลังใจขณะเฝ้าด่าน กิก๊ก เพื่อเตรียมรับการบุกวุยก๊กครั้งที่สี่ของ ขงเบ้ง
  • "ทำการสิ่งใดอย่าได้เบาความ จงตรึกตรองให้ละเอียดแล้วจึงทำ" คำสั่งเสียสุดท้ายของ สุมาอี้
เกียงอุย
  • วันคืนปีเดือนล่วงไปไม่หยุดเลย จะคอยท่าให้ได้ทีก็จะแก่เสียเปล่า
โจมอ
  • มังกรอันมีฤทธิ์เดชก็อัศจรรย์ตกลงขังอยู่ในสระ ให้ปลาเล็กน้อยล่วงดูถูก
ซุนฮก
  • มาตรว่ามีความชอบสักเท่าใดก็ดี ก็ควรจะเจียมตัวคำรบตามประเพณีข้ากับเจ้า

สามก๊กฉบับวณิพก

สามก๊ก ฉบับ วณิพก

โจโฉ
  • "ข้าพเจ้ายอมทรยศโลก ดีกว่าให้โลกทรยศข้าพเจ้า" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่แสดงความเด็ดเดี่ยว มั่นคงและแน่วแน่ของ โจโฉ
  • "ความหยิ่งด้วยความโง่ ไม่มีค่าเหมือนผู้ที่หยิ่งด้วยความฉลาด" เป็น วาทะสามก๊ก ที่แสดงวิสัยทัศน์ของโจโฉ ที่แสดงความเหนือชั้นกว่า อ้วนเสี้ยว
  • "ซึ่งจะฆ่าไก่และจะเอามีดฆ่าโคมาฆ่านั้นไม่ควร" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่แสดงความประมาทข้าศึกของ ฮัวหยง
  • "ตัดต้นรานกิ่งแต่ไม่โก่นราก" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่แสดงถึงความแพ้ภัยในความประมาทของตนเองของ อ้องอุ้น 
  • "ซึ่งจะมาถืออิศริยศในท่ามกลางศึกดังนี้ไม่ควร" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ โจโฉ กล่าวห้ามปรามในความเป็นเจ้ายศเจ้าอย่างของ อ้วนเสี้ยว
จูล่ง
  • "ให้ทุกห้องเต็มไปด้วยมิตร ให้น้ำสุรามฤตจงเปี่ยมทุกถ้วยอยู่ตลอดเวลา" เป็น วาทะสามก๊ก ที่แสดงความปกครองราษฏรด้วยความโอบอ้อมอารีของ ขงหยง
  • "จนยากแต่มิใช่เห็นเงินทองก็ตาลุก ชาวเสียงสานต้องการดื่มเกียรติ" เป็นวาทะ สามก๊ก ที่ปฏิเสธการปูนบำแหน็จรางวัลจากการออกศึกสงครามของ จูล่ง
  • "ข้าพเจ้าทำศึกมาแต่หนุ่มจนอายุถึงเพียงนี้ ก็ยังไม่เพลี่ยงพล้ำเสียทีให้ข้าศึกดูหมิ่นได้" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความไม่หวาดกลัวและย่อท้อในการทำศึกสงครามของ จูล่ง 
จิวยี่
  • "ดุจแมลงหวี่อันจะต่อสู้ด้วยช้างสาร เหมือนแบกเอาฟางเข้าไปทุ่มที่กองเพลิง" เป็นวาทะสามก๊กของ เตียวเจียว ที่ห้ามปรามไม่ให้ซุนกวนร่วมมือกับ โลซก
  • "มาตรว่าชีวิตเราจะตายในท่ามกลางข้าศึก ก็ให้เอาอานม้าปิดศพไว้ เร่งทำการต่อไป" เป็นวาทะสามก๊กที่สั่งการให้ทหารทำหน้าที่ของตนต่อไป โดยไม่ต้องกังวลของอาการป่วยของตนเองของ จิวยี่
  • "สำหรับชายที่หยิ่งด้วยเกียรติของชายนั้น ในโลกนี้อันใดเล่าจะยิ่งใหญ่เสมอเหมือนกับที่ได้ยินข้อความล่วงเกินมาถึง หญิงอันเป็นสุดที่รักสุดเคารพของตน" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความโกรธแค้นโจโฉที่คิดจะพรากหญิงคนรักของตนไปเป็นนางบำเรอของ จิวยี่ 
  • "ตัวเราเกิดมาเป็นชาย ได้ลั่นวาจาออกมาแล้วก็ไม่คืนคำเลย" เป็นวาทะสามก๊กที่ยืนกรานแสดงความหนักแน่นในการนำทัพเข้าตีเมืองลำกุ๋นของ จิวยี่ 
กวนอู
  • "ขึ้นชื่อว่าแก้วถึงจะแตกทำลายก็ไม่หายชื่อ เราจะขอทำศึกสงครามด้วยท่านกว่าจะสิ้นชีวิต" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความไม่ย่อท้อในการทำศึกสงครามของกวนอู 
  • "บุตรของเรานี้เป็นชาติเชื้อเหล่าเสือ ไม่สมควรจะให้แก่สุนัข" เป็นวาทะสามก๊กที่ปฏิเสธการยกลูกบุตรสาวให้แก่ลูกชายของซุนกวนของกวนอู 
อ้วนเสี้ยว 
  • "ครั้นเราจะรุกก็ไม่แลเห็นชัยชนะ จะถอยเล่าก็รังแต่จะถูกเย้ยหยัน แต่เรายังไม่เสียเปรียบเลยในยุทธภูมินี้ ถอยเท่านั้นเป็นทางที่ดีที่สุด" เป็นวาทะสามก๊กในการตระเตรียมกำลังไพร่พลในการถอยทัพของ อ้วนเสี้ยว
จูกัดเหลียง 
  • "ท่านอย่าทำการด้วยยโส จะคิดผ่อนปรนให้จงดี อันวู่วามตามความโกรธนั้น ภายหลังจะเสียการไป" เป็นวาทะสามก๊กที่แสร้งเตือนจิวยี่ด้วยความปรารถนาดีของ จูกัดเหลียง 
  • "เมื่อมิได้พิเคราะห์ให้ตระหนักก่อน ด่วนมาโกรธฉะนี้ก็จนใจ" เป็นวาทะสามก๊กที่ยั่วให้ซุนกวนเกิดความโมโหเพื่อเป็นการหยั่งดูความสุขุม รอบคอบของ จูกัดเหลียง 
  • "ทั้งกายจะหางามสักหนึ่งก็มิได้ แต่ทว่ามีปัญญาพาทีหลักแหลม รู้วิชาการในแผ่นและอากาศ" เป็นวาทะสามก๊กในการเลือกนางอุยซีเป็นคู่ครอง ที่เต็มไปด้วยความเฉลี่ยวฉลาดมากกว่าความสวยงามของรูปร่างหน้าตาของ จูกัดเหลียง
ซุนฮูหยิน 
  • "เกิดมาเป็นหญิง จะให้มีชายต้องถึงสองคนก็ไม่ควรนัก" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความมั่นคงต่อสามีและไม่อาจมีชายใดอื่นได้อีกของ ซุนฮูหยิน 
เล่าปี่ 
  • "ยากจะหาคนใดรู้โชคตน แต่ข้ามีกังวลเพราะเชื่อว่า ที่สุดวันวันหนึ่งคงจะมา ให้ข้าลานิเวกสุขเข้าคลุกงาน" เป็นวาทะสามก๊กที่ร่ายกลอนโศลกพรรณาของ จูกัดเหลียง
  • "ธรรมดาภรรยาอุปมาเหมือนอย่างเสื้อผ้า ขาดแลหายแล้วก็จะหาได้ พี่น้องเหมือนแขนซ้ายขวา ขาดแล้วยากที่จะต่อได้" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพี่น้องร่วมสาบาน ที่มีความสำคัญมากกว่าลูกเมียของเล่าปี่ 
  • "คิดการสิ่งใดก็รู้จักที่หนักที่เบา ทีได้ทีเสีย ยักย้ายถ่ายเทมิให้ผู้ใดล่วงรู้" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวถึงลักษณะและคุณสมบัติของชายชาติทหารของโจโฉ
  • "ธรรมดาเกิดมาเป็นชาติทหารแล้ว ถ้าจะเสียทีก็อย่าเป็นทุกข์ ถึงจะได้ทีก็อย่ายินดี" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวปลอบใจทหารและให้เก็บอากัปกิริยาและควบคุมอารมณ์ใน การแสดงความรู้สึกของเล่าปี่ 
  • "การจะทำลายล้างคนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นจากตนดังนี้ ใช่วิสัยชายชาตรีที่พึงทำ" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวแสดงความเห็นใจและให้โอกาสลิโป้ของเล่าปี่ 
  • "ความโกรธความยินดี มิได้ปรากฏออกมาภายนอก" เป็นวาทะสามก๊กที่แสดงความสำรวมกายสำรวมใจและกิริยามารยาทของเล่าปี่ 
ตั๋งโต๊ะ 
  • "จะหางามสามโลกก็เหลือหา สมเป็นนางพญาอันสูงสุด ไม่คู่ควรกับผู้ใดในมนุษย์ ควรสมมุติแต่กษัตริย์ขัตติยา" เป็นวาทะสามก๊กที่กล่าวถึงความงามอันหาที่ติมิได้ของหญิงสาวในตอนตั๋งโต๊ะ 
เตียวเสี้ยน 
  • "อย่าว่าแต่จะเสียตัวเพียงนี้เลย ถึงจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต" เป็นวาทะสามก๊กที่ยอมพลีกายเพื่อกอบกู้แผ่นดินของนาง เตียวเสี้ยน 
  • "ทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็คิดว่า ถ้าท่านมีทุกข์สิ่งใด ข้าพเจ้าจะสนองคุณท่าน ถึงมาตรว่าชีวิตจะตายและกระดูกจะแหลกเป็นผงก็ดี" เป็นวาทะสามก๊กที่ยินดีสนองคุณอ้องอุ้นผู้เป็นบิดาบุญธรรมของนาง เตียวเสี้ยน 
-------------------------------------------------------------------

อ่านคำคม สามก๊ก เพิ่มเติม



ความคิดเห็น