ความจริงที่ทุ่งพกบ๋อง

ความจริงที่ทุ่งพกบ๋อง
"ขงเบ้งไม่เคยเผา เล่าปี่คือวีรบุรุษ จูล่งมีเพื่อนต่างพรรค"

     สามก๊ก วรรณกรรมจีนเรื่องเอก เขียนเรื่องราวการศึกครั้งแรกของขงเบ้งไว้อย่างสวยงาม ว่าสามารถใช้ทหารจำนวนเพียงหลักพัน เอาชนะทหารหลักแสน เผากองทัพของแฮหัวตุ้น ขุนพลเอกฝ่ายโจโฉจนย่อยยับ

     เรื่องในนิยาย โจโฉตั้งใจจะกองทัพไปตีเล่าปี่ที่เมืองซินเอี๋ย หวังกำจัดให้ราบคาบ จึงให้แฮหัวตุ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ไปพร้อมกับ ลิเตียน อิกิ๋ม แฮหัวอัน ฮันโฮ กับทหารอีก 100,000 นาย

     ส่วนฝ่ายเล่าปี่นั้น เพิ่งจะได้ขงเบ้งมารับราชการ ดังนั้นศึกครั้งนี้จึงเป็นศึกเปิดตัวขงเบ้ง

     เล่าปี่มอบกระบี่กับตราอาญาสิทธิ์ให้ขงเบ้งบัญชาการทัพ เนื่องจากเกรงว่า กวนอูเตียวหุยจะขัดขืน

     ขงเบ้งบัญชาทัพ ให้กวนอู เตียวหุย นำทหารคนละ 1,000 นาย ไปซุ่มอยู่ในป่าสองข้างทุ่งพกบ๋อง  ให้กวนเป๋งกับเล่าฮองนำทหาร 500 นาย รอซุ่มจุดไฟ ให้จูล่งเป็นกองหน้าแกล้งแพ้ ล่อศัตรูเข้าพื้นที่สังหาร โดยมีเล่าปี่กับทหาร 1,000 เป็นทัพหนุน

     แฮหัวตุ้นหลงกล ไล่ตามจูล่งที่แกล้งรบแพ้ไปจนถึงทุ่งพกบ๋อง จึงถูกไฟเผาและดักตี ทหารนับแสนหนีตายกันอลหม่าน นายทัพผู้เป็นญาติสนิทอย่าง แฮหัวอันที่ติดตามมาด้วย ก็ถูกเตียวหุยสังหาร ซากศพทหารกลาดเกลื่อน ซึ่งในหนังสือสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) บรรยายภาพไว้ว่า

     "โลหิตไหลแดงไปทั้งป่า ศพดาษไปดังขอนไม้"

     เรื่องราวที่ทุ่งพกบ๋อง ในนิยายจึงมีความเป็นมา ประมาณนี้

     แต่ในทางประวัติศาสตร์นั้น กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ขงเบ้งไม่เคยเผา

ขงเบ้งไม่เคยเผา
ขงเบ้งไม่เคยเผาใคร ที่ทุ่งพกบ๋อง

     ในทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ศึกทุ่งพกบ๋อง เกิดขึ้นในปี ค.ศ.202 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เล่าปี่จะพบขงเบ้งประมาณ 5 ปี (ค.ศ.207)

     ตอนขงเบ้งพบเล่าปี่ครั้งแรก ขงเบ้งอายุ 26 ปี ส่วนเล่าปี่อายุ 47 ปี

     ขงเบ้งเกิดปี ค.ศ.181 ดังนั้นเมื่อนับอายุตามปีที่เจอเล่าปี่แล้ว จะต้องเจอกันในปี ค.ศ.207 หลังเหตุการณ์ทุ่งพกบ๋องแน่นอน

     ขงเบ้งไม่ได้เผา ... แล้วใครเผา ?

เล่าปี่คือวีรบุรุษ

เล่าปี่คือวีรบุรุษตัวจริง ไม่ใช่ขงเบ้ง
เล่าปี่คือวีรบุรุษตัวจริง ไม่ใช่ขงเบ้ง

     เมื่อขงเบ้งไม่ได้เผาทัพของแฮหัวตุ้น แล้วเหตุการณ์ทุ่งพกบ๋องในบันทึกทางประวัติศาสตร์ เป็นอย่างไร ?

     'จดหมายเหตุสามก๊ก' ภาคชีวประวัติของเล่าปี่ บันทึกไว้ว่า เล่าปี่ คือผู้วางแผนการศึกครั้งนี้

     เล่าปี่รับมือกองทัพของแฮหัวตุ้นและอิกิ๋ม ด้วยการแกล้งเผาค่ายของตัวเองทิ้ง ทำทีเป็นถอยหนี แล้วล่อให้แฮหัวตุ้นติดกับ โดยดักซุ่มทหารไว้

      ลิเตียน ขุนพลเอกที่ตามแฮหัวตุ้นมาด้วยได้เตือนแฮหัวตุ้นว่าอย่าไล่ตาม เกรงว่าจะเป็นกับดัก แต่แฮหัวตุ้นไม่ฟัง สั่งให้ลิเตียนตั้งค่ายรอ เป็นกองหนุน ส่วนตนเองนำทัพที่เหลือตามเล่าปี่ไปจนติดกับดัก ถูกล้อมตีเกือบไม่รอด เคราะห์ดีที่ลิเตียนยกทัพหนุนมาช่วยได้ทัน แฮหัวตุ้นจึงรอดกลับไปได้

      ในจดหมายเหตุไม่ได้ระบุปี แต่ก็พอชี้ได้ว่าขงเบ้งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึก รวมทั้งในชีวประวัติของขงเบ้งเอง ก็มิได้มีการบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใดด้วย

     ชัยชนะที่ทุ่งพกบ๋อง จึงเป็นผลงานของเล่าปี่

จูล่งมีเพื่อนต่างพรรค

แฮหัวอัน (Xiahou Lan, 夏侯蘭)
แฮหัวอัน (Xiahou Lan, 夏侯蘭)

     ในศึกที่ทุ่งพกบ๋อง มีมิตรภาพอันสวยงามเกิดขึ้น และเป็นเรื่องราวของ จูล่ง กับเพื่อนที่ชื่อว่า แฮหัวอัน

     แฮหัวอัน (Xiahou Lan, 夏侯蘭) ในวรรณกรรมถูกเตียวหุยเอาทวนแทงตกม้าตายในเพลงเดียว แต่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์นั้น เขาไม่ได้ตาย รวมทั้งยังแปรพักตร์ มาอยู่ฝ่ายเล่าปี่อีกด้วย

     แฮหัวอัน เป็นชาวเมืองเสียงสาน บ้านเกิดเดียวกันกับจูล่ง ในศึกทุ่งพกบ๋องแฮหัวอันถูกจูล่งจับเป็นเชลย จูล่งได้ขอให้เล่าปี่ไว้ชีวิตแฮหัวอัน และแนะนำให้เล่าปี่เอาตัวไว้ช่วยราชการเกี่ยวกับการปกครองทหาร เนื่องจากแฮหัวอันมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย

     พอได้แฮหัวอัน เพื่อนเก่ามาช่วยราชการแล้ว จูล่งก็วางตัวอย่างเป็นกลาง รักษาระยะห่าง ไม่เอนเอียง ซึ่งในข้อนี้ เฉินโซว่ผู้จดบันทึกประวัติศาสตร์ ให้ความเห็นไว้ว่า จูล่งเป็นนายทหารที่ละเอียดรอบคอบและวางตัวได้ดีมากคนหนึ่ง

     ใช้เส้น ช่วยเพื่อนได้อย่างแนบเนียน

     ................................

     เรื่องของทุ่งพกบ๋องในวรรณกรรม จึงแตกต่างกับความเป็นจริงในประวัติศาสตร์ ด้วยประการฉะนี้

0 comments

☆ ความคิดเห็นบน FACEBOOK: