$show=home

จุดเริ่มต้นของการศึกษาสามก๊ก !

แหล่งศึกษาเรียนรู้ ทุกเรื่องราวของวรรณกรรมจีนเรื่องสามก๊ก

สามก๊ก

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75

เนื้อหา

• พระเจ้าซุนกวนทำพิธีราชาภิเษก
• ขงเบ้งยกไปตีวุยก๊กครั้งที่สาม
• พระเจ้าโจยอยตั้งสุมาอี้เป็นแม่ทัพใหญ่
• สุมาอี้ตั้งมั่นไม่ออกรบขงเบ้ง


ฝ่าย ม้าใช้จึงเอาเนื้อความไปแจ้งแก่พระเจ้าซุนกวนว่า ขงเบ้งยกพลทหารมาทำการรบพุ่งกับโจจิ๋น ฆ่าทหารพระเจ้าโจยอยล้มตายเปนอันมาก บัดนี้ยกทัพกลับไปเมืองฮันต๋งแล้ว ขุนนางทั้งปวงจึงทูลพระเจ้าซุนกวนว่า บัดนี้ทหารในเมืองลกเอี๋ยงนั้นก็อิดโรย ด้วยขงเบ้งทำไว้บอบช้ำนัก อนึ่งกองทัพเมืองเสฉวนก็ยกกลับไปได้ทีอยู่แล้ว ขอพระองค์ให้ยกทหารไปตีเมืองลกเอี๋ยงในขณะระส่ำระสายอยู่นี้เห็นจะได้สดวก พระเจ้าซุนกวนก็มิได้ตรัสประการใด

เตียวเจียวจึงทูลว่า บัดนี้เมืองกังตั๋งมีฝูงหงส์เข้ามาร้องอยู่ทุกเวลา อนึ่งมังกรก็สำแดงฤทธิ์ในท้องมหาสมุทร เปนอัศจรรย์นักหนา เหมือนจะบอกว่าเทศกาลนี้เปนมงคลอันประเสริฐ ขอพระองค์ให้ตั้งการพิธีราชาภิเษกเสียก่อน แล้วจึงให้ยกพลทหารไปตีเมืองลกเอี๋ยง พระเจ้าซุนกวนก็เห็นด้วย

ครั้นถึงเดือนสี่ (พ.ศ. ๗๗๒) ก็ให้แต่งการพระราชพิธีพร้อมเสร็จทุกประการตามประเพณีแต่ก่อน ตั้งพระองค์เปนใหญ่ในเมืองกังตั๋ง ในวันศุภมงคลฤกษ์ จึงตั้งซุนเต๋งพระราชบุตรเปนฝ่ายหน้า ให้จูกัดเจ๊กบุตรจูกัดกิ๋นเปนเสนาบดีฝ่ายขวา ให้เตียวหิวบุตรเตียวเจียวเปนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ช่วยทำนุบำรุงพระราชบุตรตามประเพณี

แลจูกัดเจ๊กคนนี้พระเจ้าซุนกวนมีพระทัยรักนัก ด้วยเมื่ออายุได้หกขวบนั้น จูกัดกิ๋นพาเข้าไปกินโต๊ะในท้องพระโรง พระเจ้าซุนกวนเห็นหน้าจูกัดเจ๊กยาวเหมือนหน้าโล่ห์ จึงไปจับเอาโล่ห์มาจารึกอักษรลงไว้ที่หน้าโล่ห์ว่าจูกัดเจ๊ก ขุนนางทั้งปวงก็ชวนกันหัวเราะเยาะ จูกัดเจ๊กเห็นดังนั้นก็ลุกออกมาเอาพู่กรรณ์เขียนอักษรต่อลงต้นบันทัดสองตัว ว่าแต้โล่ห์ของผสมกันเข้าว่าโล่ห์ของจูกัดเจ๊ก ขุนนางทั้งปวงเห็นจูกัดเจ๊กฉลาดก็ชวนกันสรรเสริญ พระเจ้าซุนกวนมีพระทัยเอนดูโปรดปรานแต่นั้นมา จึงตั้งให้เปนขุนนางฝ่ายหน้า

ครั้นพระเจ้าซุนกวนให้ทำการพระราชพิธีเสร็จ ก็ให้กะเกณฑ์ทแกล้วทหารทั้งปวงเข้ากระบวรทัพยกไปตีเมืองลกเอี๋ยง เตียวเจียวจึงทูลห้ามว่า พระองค์พึ่งสำเร็จการสงครามได้ราชาภิเษกใหม่ แลจะยกกองทัพไปปราบปรามศัตรูนั้นขอให้งดไว้ก่อน จงตั้งซ่องสุมผู้คนเกลี้ยกล่อมเมืองเสฉวนให้เปนไมตรีด้วยกัน แล้วจึงบัญจบทหารทั้งสองฝ่ายไปช่วยกันกำจัดศัตรูรบเอาเมืองลกเอี๋ยงเห็นจะ ได้โดยง่าย

พระเจ้าซุนกวนก็เห็นชอบด้วย จึงแต่งให้คนถือหนังสือไปถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยนณะเมืองเสฉวน พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงให้หาขุนนางเข้ามาปรึกษา ขุนนางทั้งปวงจึงทูลว่า ซึ่งจะเปนไมตรีด้วยพระเจ้าซุนกวนแลจะช่วยกันกำจัดศัตรูนั้น ขอให้ปรึกษามหาอุปราชก่อน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็เห็นชอบด้วย จึงให้ขุนนางผู้ใหญ่ไปปรึกษาด้วยขงเบ้ง ณ เมืองฮันต๋ง

ขงเบ้งจึงให้มีหนังสือตอบมาว่า ซึ่งเมืองเสฉวนกับเมืองกังตั๋งจะเปนทองแผ่นเดียวกันนั้นก็ควรอยู่ แต่ทว่าบัดนี้พระเจ้าซุนกวนก็พึ่งเสร็จการพระราชพิธีใหม่ ๆ ขอพระองค์ให้แต่งบรรณาการไปถามข่าวเยี่ยมพระเจ้าซุนกวน ฟังดูกิตติตัพท์ประเพณีแผ่นดินให้แน่นอนก่อน แม้พระเจ้าซุนกวนจะเปนไมตรีด้วยพระองค์โดยสุจริตแล้ว ก็ให้มั่นคงตามสัตยานุสัตย์ ไปภายหน้าอย่าให้แปรปรวนฟั่นเฟือนเสีย

พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็เห็นชอบด้วย จึงให้แต่งหนังสือฉบับหนึ่งเปนทางราชไมตรีต่อกัน กับเครื่องราชบรรณาการแลเครื่องยศสิ่งของทั้งปวงเปนอันมาก ให้ตันจิ๋นคุมไปถวายแก่พระเจ้าซุนกวน ๆ ก็มีความยินดีให้เลี้ยงดูผู้ถือหนังสือตามประเพณี จึงตอบเครื่องราชบรรณาการโดยสมควร แล้วมีหนังสือตอบรับปฏิญาณโดยทางราชไมตรี ให้ตันจิ๋นกลับไปแจ้งแก่พระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วพระเจ้าซุนกวนจึงปรึกษาด้วยลกซุน ๆ จึงทูลว่า ซึ่งพระเจ้าเล่าเสี้ยนมาเปนไมตรีด้วยทั้งนี้ ก็เพราะความคิดของขงเบ้งกลัวสุมาอี้จึงมาเปนไมตรีด้วย การของเราก็จะให้ได้ทางไมตรีก็มิให้เสีย จำจะบอกไปถึงเมืองเสฉวนว่า เราจะยกทัพไปตีเมืองลกเอี๋ยง ให้ขงเบ้งยกทัพไปกองหนึ่ง สุมาอี้ก็จะยกออกมาสู้กันกับขงเบ้ง ฝ่ายเราก็จะลอบยกเข้าไปตีเมืองลกเอี๋ยงได้โดยง่าย พระเจ้าซุนกวนก็เห็นชอบด้วย จึงให้คนถือหนังสือไปแจ้งแก่พระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วให้กะเกณฑ์กองทัพพร้อมไว้ทุกหัวเมือง

ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนแจ้งหนังสือกำหนดแล้ว ก็ให้ไปแจ้งแก่ขงเบ้ง ๆ ก็มีความวิตกนัก คิดว่าตำบลตันฉองนั้นจะยกไปเปนทางคับขันขัดสนอยู่ จึงใช้ให้คนไปสอดแนมดูรู้ว่าเฮ็กเจียวป่วยหนักก็ดีใจ จึงแต่งให้อุยเอี๋ยนเกียงอุยสองนายคุมทหารห้าพัน สั่งกำหนดให้เข้าประชิดจนถึงกำแพงตันฉอง ถ้าเห็นเพลิงติดขึ้นเมื่อใดแล้วก็ให้ยกทหารไปจงได้ ท่านทั้งสองจงรีบยกไปในสามวันให้ทันท่วงทีอย่าได้มาลาเราเลย อุยเอี๋ยนเกียงอุยคำนับแล้วก็รีบยกทหารไป ขงเบ้งจึงเรียกกวนหินเตียวเปามากระซิบสั่งเปนความลับให้ตระเตรียมทหารไว้ให้ พร้อม

ฝ่ายโกฉุยกับเตียวคับซึ่งโจจิ๋นให้รักษาด่านอยู่นั้น แจ้งว่าเฮ็กเจียวป่วยหนักก็ปรึกษากันให้เตียวคับคุมทหารสามพันยกมาจะให้อยู่ รักษาตำบลตันฉอง

ขณะนั้นขงเบ้งครั้นให้กวนหินกับเตียวเปายกไปแล้ว ก็กะเกณฑ์ทหารรีบยกลัดกลับมาโดยเร็ว ถึงที่ตันฉองก่อนอุยเอี๋ยนเกียงอุย ครั้นเวลากลางคืนได้ที ก็ให้ทหารปลอมเข้าไปในกำแพงจุดเพลิงขึ้น ขงเบ้งก็ให้ทหารตรูกันตีเข้าไปได้ไล่ฆ่าฟันเปนอลหม่าน ทหารซึ่งอยู่ในกำแพงมิทันรู้ตัวก็แตกตื่นหนีออกจากค่ายเหยียบกันล้มตายเปน อันมาก เฮ็กเจียวป่วยหนักลุกมิได้ก็ขาดใจตาย

ฝ่ายอุยเอี๋ยนกับเกียงอุยรีบยกกองทัพมาถึงตำบลตันฉอง เห็นเงียบสงัดอยู่มิได้เห็นทหารเฮ็กเจียวอยู่บนเชิงเทิน เห็นแต่ธงจารึกชื่อเมืองเสฉวนปักอยู่บนกำแพงก็หลากใจ ได้ยินเสียงขงเบ้งร้องออกมาว่า เปนไฉนท่านทั้งสองจึงค่อยมาป่านนี้ อุยเอี๋ยนเกียงอุยครั้นได้ยินเสียงขงเบ้งร้องมาดังนั้นก็ตกใจ ชักม้าเข้าไปใกล้แล้วจึงคุกเข่าลงคำนับ ขงเบ้งก็ให้ทหารเปิดประตูรับเข้าไป อุยเอี๋ยนเกียงอุยคำนับแล้วถามว่า มหาอุปราชทำประการใดจึงมาถึงตำบลตันฉองก่อนอีกเล่า

ขงเบ้งจึงบอกว่า เราแจ้งอยู่ว่าเฮ็กเจียวป่วยหนักจึงเกณฑ์ให้ท่านทั้งสองรีบมา หวังจะให้กิตติศัพท์เลื่องลือให้เฮ็กเจียวระวังทัพท่านอยู่ เราจึงยกทหารลัดมาทางน้อยปลอมเข้าจุดเพลิงเผาค่ายขึ้น ก็เข้าโจมตีเอาได้ง่าย อุยเอี๋ยนเกียงอุยแจ้งดังนั้นก็สรรเสริญว่า มหาอุปราชคิดกลอุบายทั้งนี้ดุจหนึ่งเทพดา

ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งเรายกมาตีได้ตำบลตันฉองนี้แล้ว ก็ยังจะต้องทำการต่อไป ครั้นจะอยู่ช้าก็มิได้ข้าศึกรู้ตัวก็จะตระเตรียม การซึ่งจะรบสู้ทแกล้วทหารจะได้ความลำบากมาก ท่านทั้งสองอย่าหยุดอยู่เลย จงรีบยกไปตีด่านซันกวนอย่าให้ทันรู้ตัว อุยเอี๋ยนกับเกียงอุยคำนับแล้วก็ยกทหารไป ชาวด่านซันกวนไม่ทันตระเตรียมการ เห็นกองทัพยกมาก็ตกใจต่างคนก็ทิ้งด่านเสีย อุยเอี๋ยนเกียงอุยก็ยกเข้าไปในด่านซันกวน พอกองทัพเตียวคับยกมาถึงเข้า แจ้งว่าด่านซันกวนเสียทีแก่ข้าศึกแล้ว ก็ถอยกองทัพกลับไป อุยเอี๋ยนเกียงอุยเห็นได้ทีก็ยกทหารออกโจมตี ไล่ฆ่าฟันทหารเตียวคับล้มตายเปนอันมาก ก็แตกกระจัดกระจายไปสิ้น

อุยเอี๋ยนเกียงอุยก็ให้คนถือหนังสือรีบมาแจ้งแก่ขงเบ้ง ๆ ก็ให้รีบยกพลทหารไปตั้งมั่นอยู่ตำบลเขากิสาน แล้วจึงปรึกษานายทัพนายกองทั้งปวงว่า แต่เรายกมาทำการ ณ ตำบลเขากิสานนี้ก็เสียทีต้องยกพลทหารกลับไปถึงสองครั้งแล้ว มิได้ชัยชนะเลย ครั้งนี้เราทำการได้สมคะเนเหมือนใจคิด เห็นสุมาอี้จะหมายว่าบัดนี้เราจะยกเข้าไปทางเมืองไปเสียแลเมืองหยงจิ๋ว ดีร้ายจะยกทหารมาสกัดทางอยู่ คอยรบพุ่งเราเหมือนครั้งก่อน ครั้นเราจะยกกองทัพไปทางนั้นเล่าก็มิได้ จำจะยกไปทางเมืองอิมเป๋งปูเต๋าเดิรหลีกเสีย ลอบเข้าไปตีเมืองอิมเป๋งปูเต๋าให้ได้ก่อน แม้ได้เมืองสองเมืองนี้แล้ว ก็เห็นจะทำการตลอดเข้าไปได้ถึงเมืองลกเอี๋ยง ผู้ใดจะอาสาเราไปทำการครั้งนี้ได้

เกียงอุยกับอองเป๋งจึงรับว่าข้าพเจ้าจะขออาสาไปเอง ขงเบ้งก็มีความยินดีจึงให้ทหารคนละหมื่นกำหนดให้เกียงอุยยกไปตีเมืองปูเต๋า ให้อองเป๋งไปตีเมืองอิมเป๋ง สองนายคำนับแล้วก็ยกทหารไป

ฝ่ายเตียวคับครั้นยกมาถึงเมืองเตียงอั๋น จึงแจ้งเนื้อความแก่โกฉุยว่า บัดนี้กองทัพเมืองเสฉวนมาตีตำบลตันฉองได้ เฮ็กเจียวก็ถึงแก่ความตาย ด่านซันกวนนั้นก็เสียแล้ว ขงเบ้งยกทัพล่วงเข้ามาตั้งอยู่ตำบลกิสาน โกฉุยแจ้งดังนั้นก็บอกหนังสือไปแจ้งแก่พระเจ้าโจยอย แล้วจึงปรึกษากันว่า กองทัพขงเบ้งครั้งนี้เห็นจะยกมาทางเมืองไปเสียแลเมืองหยงจิ๋วเปนมั่นคง จะไว้ใจมิได้ จึงแต่งให้เตียวคับอยู่รักษาเมืองเตียงอั๋น ให้ซุนเลไปรักษาเมืองหยงจิ๋ว ตัวโกฉุยนั้นยกทหารไปป้องกันเมืองไปเสีย

ฝ่ายพระเจ้าโจยอยแจ้งหนังสือบอกดังนั้นก็ทรงพระวิตกอยู่ พอขุนนางเอาเนื้อความมาแจ้งว่า บัดนี้เมืองกังตั๋งกับเมืองเสฉวนนั้นเปนไมตรีกันเข้าแล้ว คิดอ่านจะยกกองทัพมาช่วยกันทำร้ายแก่เมืองเรา แลลกซุนตระเตรียมทหารพรักพร้อมอยู่ จะยกเข้ามาในวันหนึ่งสองวันนี้

พระเจ้าโจยอยได้ฟังก็ทุกข์พระทัยนัก จึงตรัสว่าถ้าทหารทั้งสองเมืองบัญจบเข้ามาทำร้าย เราจะมิขัดสนเสียหรือ สุมาอี้จึงว่าพระองค์อย่าวิตกเลย อันเมืองกังตั๋งนั้นเห็นจะไม่มาทำร้ายเรา ด้วยเปนอริกันอยู่กับเมืองเสฉวน ขงเบ้งคิดจะแก้แค้นเมื่อครั้งตำบลเฮาเต๋งอยู่มิได้ขาด บัดนี้คิดกลัวอยู่ว่ากองทัพเราจะยกไปตีเมืองเสฉวน เกรงซุนกวนจะพลอยทัพหลังเข้า จึงแกล้งแต่งคนไปประจบประแจงเสีย หวังมิให้ทำร้าย ฝ่ายเมืองกังตั๋งก็ซังตายรับไว้เปล่า ๆ ด้วยเสียมิได้กลัวจะอาย ซึ่งลกซุนตระเตรียมทหารซักซ้อมไว้ทั้งนี้ ทำแต่พอให้ขงเบ้งเชื่อมิให้ระแวงใจ ที่จริงนั้นลกซุนจะคอยดูเล่นดอก แม้ขงเบ้งเพลี่ยงพลํ้าเราลง ก็เห็นลกซุนจะซ้ำเอาอีก อันกองทัพเมืองกังตั๋งนั้นจะปรารมภ์ไปใย

พระเจ้าโจยอยจึงว่า ท่านว่านี้ควรหนักหนา มิเสียทีที่มีปัญญาอันสุขุมหยั่งรู้ตลอดไปได้ ขณะนั้นพระเจ้าโจยอยก็ตั้งให้สุมาอี้เปนนายทัพใหญ่ให้อาญาสิทธิ์ทุกประการ สุมาอี้คำนับแล้วออกมาจัดแจงทหารยกไป ครั้นถึงเมืองเตียงอั๋นก็แต่งให้เตียวคับไต้เหลงคุมทหารสิบหมื่นไปตั้งรับ ขงเบ้งเขากิสาน

โกฉุยซุนเลครั้นแจ้งว่าสุมาอี้ยกมาอยู่เมืองเตียงอั๋น ก็ยกมาหาสุมาอี้ จึงถามว่า ซึ่งท่านทั้งสองไปตั้งรักษาเมืองสองตำบลอยู่นั้น ได้รบพุ่งกับกองทัพขงเบ้งบ้างหรือ โกฉุยซุนเลก็บอกว่า ข้าพเจ้าทั้งสองไปตั้งอยู่ก็มิได้เห็นทหารขงเบ้งยกมารบพุ่งเลย สุมาอี้จึงถามว่า บันดาหัวเมืองทั้งปวงนั้นท่านรู้ข่าวร้ายดีประการใดบ้าง

โกฉุยซุนเลจึงบอกว่า อันหัวเมืองทั้งนั้นข้าพเจ้าได้ข่าวว่าดีอยู่สิ้น แต่ปูเต๋าอิมเป๋งสองเมืองนั้นมิรู้ข่าวร้ายดีเลย สุมาอี้จึงว่าถ้าฉนั้นท่านทั้งสองจงคุมทหารคนละพัน ยกไปรักษาเมืองปูเต่าแลเมืองอิมเป๋งไว้ให้ได้ ถ้าจัดแจงมั่นคงแล้วจงช่วยกันคิดอ่านคอยสกัดตีวกหลังกองทัพเมืองเสฉวนให้ พว้าพวังอยู่ ครั้งนี้เราจะคิดทำการจับเอาตัวขงเบ้งให้ได้

โกฉุยซุนเลก็คำนับลาคุมทหารยกมา ครั้นถึงกลางทางม้าใช้มาบอกว่า เมืองปูเต๋าแลเมืองอิมเป๋งนั้นกองทัพขงเบ้งมาตีได้แล้ว บัดนี้ยกทหารออกมาอยู่นอกเมืองทางประมาณร้อยเส้น โกฉุยซุนเลได้ฟังดังนั้นก็ตกใจจึงปรึกษากันว่า กองทัพเมืองเสฉวนยกมาตีได้เมืองแล้ว เหตุใดจึงจะยกกองทัพมาตั้งอยู่นอกเมืองนั้นเห็นผิดนัก ชรอยจะแต่งกลไว้ลวงเราจะล่วงเข้าไปมิได้ ก็ชวนกันพาทหารถอยหลังออกมา พอได้ยินเสียงประทัดจุดขึ้นบนเนินเขา ทั้งสองนายก็ตกใจ แลไปเห็นขงเบ้งแต่งตัวโอ่โถงถือพัดขนนกขี่เกวียนน้อย กวนหินเตียวเปาถือกระบี่เดิรซ้ายขวา ยกทหารสกัดมาตามเนินเขา โกฉุยซุนเลตกใจตลึงอยู่

ขงเบ้งจึงร้องว่า อ้ายทหารสองคนนี้อย่าหนีกูให้ยากเลย เข้ามาคำนับกูเสียโดยดีเถิด อันกลของสุมาอี้นั้นลวงกูไม่ได้ กูรู้อยู่สิ้นแล้ว แม้มิเข้ามาหากูก็จะให้ทหารจับตัวฆ่าเสียบัดนี้ โกฉุยซุนเลก็กลัวเปนกำลังชักม้าจะหนี พออองเป๋งเกียงอุยยกทหารตีกระทบหลังเข้ามาฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมาก ก็ทิ้งม้าเสียวิ่งหนีขึ้นเขา เตียวเปาก็ควบม้าไล่จะจับเอาตัว วางม้าไปด้วยกำลังเหยียบศิลาพลาดม้าก็ล้มลง เตียวเปาตกม้าหน้าคมำถูกศิลาแตก ทหารทั้งนั้นก็วิ่งเข้าไปช่วยพยุงตัวมา โกฉุยซุนเลคลาดออกก็หนีไปได้ ขงเบ้งจึงให้ทหารรับเตียวเปาไปรักษาตัวเมืองเสฉวน

ฝ่ายโกฉุยซุนเลจึงมาแจ้งแก่สุมาอี้ ตามเนื้อความซึ่งได้รบพุ่งทุกประการ สุมาอี้จึงว่า ซึ่งท่านแตกมาทั้งนี้เราก็มิได้เอาโทษ ด้วยขงเบ้งมีกลอุบายมากเรารู้มิทัน ท่านจงรีบไปรักษาเมืองไปเสียแลเมืองหยงจิ๋วไว้ ถ้าทหารขงเบ้งจะเข้าไปเย้าประการใดอย่าออกสู้รบเลย เราจะคิดกลอุบายอย่างหนึ่งกำจัดขงเบ้งเสียให้ได้ โกฉุยซุนเลคำนับแล้วก็ยกไปรักษาเมือง สุมาอี้จึงว่าแก่เตียวคับกับไต้เหลงว่า บัดนี้ขงเบ้งตีได้เมืองปูเต๋าแลเมืองหยงจิ๋วนั้นเห็นจะไม่อยู่ค่าย ตัวจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมผู้คนอยู่ในเมือง ท่านจงคุมทหารหมื่นหนึ่งลัดทางน้อยอ้อมเข้าหลังค่ายขงเบ้งตีเข้าไป เราจะคุมทหารยกไปข้างหน้าตีกระหนาบสองด้านชิงเอาค่ายให้จงได้ ถ้าได้สมคะเนแล้วจะกลัวอะไรแก่ขงเบ้ง จะคิดกำจัดเสียภายหลังก็จะง่ายดอก เตียวคับไต้เหลงก็ยกทหารลัดทางไป

ฝ่ายขงเบ้งจึงว่าแก่นายทัพนายกองทั้งปวงว่า เรามาตีได้เมืองสองเมืองนี้ ดีร้ายสุมาอี้จะสำคัญว่าเราเข้าไปอยู่ในเมือง เวลาค่ำวันนี้จะแต่งทหารลัดมาปล้นค่ายเราเปนมั่นคง ก็ให้แต่งเกวียนเชื้อเพลิงไว้เปนอันมาก เกณฑ์ทหารให้ซุ่มอยู่ในป่าสองข้างทางคอยสกัดทัพสุมาอี้จะยกมา ครั้นเวลาสองยามเศษเตียวคับกับไต้เหลงยกมาจะใกล้ถึงค่าย ทหารนั้นได้ยินเสียงคนบนเนินเขาก็ยั้งอยู่ เตียวคับจึงขับม้าตลบหลังลงมา เร่งทหารทั้งปวงซึ่งล้าอยู่ให้เดิรขึ้นไปให้ทันกัน จึงเห็นเกวียนเชื้อเพลิงที่ทหารขงเบ้งชักเข้ามาสกัดหลังไว้ก็ตกใจ จึงเรียกทหารข้างหน้าให้ถอยหลังลงมา พอได้ยินเสียงประทัดแสงเพลิงก็สว่างขึ้นรอบตัว ทหารในป่าก็โห่ร้องล้อมเข้ามา ขงเบ้งอยู่บนเนินเขาจึงร้องว่า สุมาอี้สำคัญว่าเราอยู่ในเมืองให้ท่านมาปล้นค่ายเราหรือ บัดนี้ต้องด้วยกลของเราแล้วเข้ามาคำนับเราโดยดีเถิด ตัวท่านก็เปนทหารเลวหาผู้ใดนับถือไม่ อย่าคิดอายถือตัวอยู่เลย

เตียวคับได้ยินขงเบ้งร้องลงมาก็โกรธ จึงเอาแซ่ชี้ว่ามึงนี้ชาวบ้านนอก อวดตั้งตัวเปนใหญ่องค์อาจล่วงมาถึงแดนเมืองกู ๆ จะจับเอาตัวสับเสียให้ลเอียดมิให้กากลืนแค้น แล้วก็ขับม้าขึ้นไปบนเขาจะจับตัวขงเบ้ง ทหารทั้งปวงก็เอาหินแลเกาทัณฑ์ยิงระดมลงมา เตียวคับขึ้นไปมิได้ก็ชักม้าถอยหลังอยู่ ขงเบ้งก็ให้ทหารไล่ฆ่าฟันทหารเตียวคับเจ็บปวดลำบากล้มตายเปนอันมาก เตียวคับกับไต้เหลงก็บากออกมา ทหารขงเบ้งกลัวฝีมือเตียวคับจะต้านทานไว้มิได้ก็แหวกทางให้ ขณะเมื่อเตียวคับหักออกมา วันนั้นขงเบ้งแลดูอยู่บนเนินเขา จึงสรรเสริญว่าเตียวคับคนนี้ได้ยินลือชื่อมาช้านาน วันนี้พึ่งได้เห็นประจักษ์แก่ตาเข้มแขงพ้นกำลังนัก ทหารคนนี้แม้อยู่สืบไปเมื่อหน้าก็จะทำอันตราย จำจะกำจัดเสียให้ได้ แล้วขงเบ้งก็ยกกลับมาค่าย

ฝ่ายสุมาอี้จัดแจงทหารจะยกมา พอเห็นเตียวคับกับไต้เหลงเสลือกสลนเข้ามาก็ตกใจ จึงถามว่าเปนเหตุไฉนจึงกลับมา เตียวคับก็เล่าเนื้อความให้ฟังทุกประการ สุมาอี้แจ้งดังนั้นก็เสียใจ จึงว่าขงเบ้งมีสติปัญญาสามารถนัก ก็สั่งให้ยกทหารกลับมาค่าย สุมาอี้จึงว่า เมืองเสฉวนเปนทางไกล ทหารทั้งปวงได้สเบียงอาหารน้อยจึงรีบมาทำการรบพุ่ง ปราถนาจะใคร่ได้ชัยชนะเร็ว ๆ ครั้นเราจะออกรบพุ่งด้วยบัดนี้ก็มิได้ จำจะตั้งมั่นรับไว้ให้ช้าอยู่ สเบียงอาหารขัดสนลงเห็นจะเลิกไป แต่นั้นมาสุมาอี้ก็มิได้ให้ทหารออกสู้รบเลย

ฝ่ายขงเบ้งก็แต่งให้ทหารไปยั่วหลายครั้ง สุมาอี้มิได้ออกรบ แต่คำนึงกันอยู่ถึงสิบสี่สิบห้าวัน พอบิฮุยถือหนังสือพระเจ้าเล่าเสี้ยนมาถึงขงเบ้งว่า บัดนี้รู้ข่าวมหาอุปราชตีได้หัวเมืองสองตำบลก็มีความยินดีนัก ซึ่งมหาอุปราชมีโทษแต่ก่อนนั้นก็ให้พ้นโทษแล้ว จงคงในถานาศักดิ์เถิด ขงเบ้งแจ้งดังนั้นก็ยกมือขึ้นถวายบังคมคำนับรับเอารับสั่งพระเจ้าเล่าเสี้ยน ตามประเพณีแล้ว ก็ให้บิฮุยถือหนังสือบอกกลับไป

ขงเบ้งคิดอุบายจะลวงสุมาอี้ จึงให้ทหารออกจากค่ายถอยเลื่อนลงไปตั้งอยู่ทางประมาณสามร้อยเส้น ม้าใช้จึงไปแจ้งแก่สุมาอี้ว่า ขงเบ้งยกกองทัพถอยไปแล้ว สุมาอี้จึงว่า ขงเบ้งยกไปบัดนี้ปราถนาจะลวงเราให้ตาม ถ้าเราตามคงจะต้องด้วยกลมั่นคง เตียวคับจึงว่า ขงเบ้งขัดสนสเบียงอาหารถอยทัพไป เหตุใดท่านจึงมิได้ยกทหารตามไปโจมตี จะมาคิดวิตกกลัวกลของขงเบ้งด้วยอันใด

สุมาอี้จึงว่า ปีก่อนนั้นเราก็รู้ว่าเมืองเสฉวนได้เข้าปลาอาหารมาก แลบัดนี้ก็เปนเทศกาลเข้าโภชน์สาลี กองทัพขงเบ้งจะกินไปได้อยู่อีกครึ่งปีเห็นไม่ขัดสน ซึ่งทำนี้เปนกลลวงจะตามไปนั้นมิได้ แล้วสุมาอี้จึงให้คนไปสืบดูกลับเข้ามาบอกว่า บัดนี้กองทัพขงเบ้งยกไปตั้งอยู่พ้นที่ไปอีกสามร้อยเส้น เตียวคับจึงว่า ขงเบ้งขัดสนอาหารแล้ว ครั้นจะยกรีบไปกลัวเราจะรู้จึงทำค่อยเลื่อนไป ซึ่งท่านจะมิให้ตามไปนั้นข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย

สุมาอี้จึงห้ามว่า อันขงเบ้งนี้มีแยบคายมากจะทำลวงเรา จะตามไปนั้นก็จะเสียที ครั้นรุ่งเช้าสุมาอี้ให้คนไปสืบอีก กลับมาบอกว่า ขงเบ้งยกไปตั้งค่ายพ้นที่นั้นไปอีกสามร้อยเส้น

เตียวคับจึงว่า ขงเบ้งยกหนีไปจริง ๆ ท่านมิให้ตามไปนั้นไม่ชอบ ข้าพเจ้าจะขออาสาตามไปตีให้จงได้ แม้เสียทีแก่ข้าศึกมาข้าพเจ้าจะให้สีสะแก่ท่าน แต่ทว่าขอท่านยกหนุนข้าพเจ้าออกไปด้วย

สุมาอี้ห้ามเตียวคับหลายครั้งก็ไม่ฟัง สุมาอี้จึงว่าท่านจะไปก็ตามใจ อันจะไปแต่ลำพังนั้นมิได้ เกลือกขงเบ้งจะซุ่มทหารไว้ก็จะเสียที เราจะยกทหารหนุนไปด้วย ถ้าเพลี่ยงพล้ำจะได้ช่วยกัน แม้ได้รบกับขงเบ้งครั้งนี้แล้วอย่าได้ย่อหย่อนเลย ท่านจงขับทหารเร่งหักโหมเข้าไปจงสามารถเราจะคอยหนุน สุมาอี้จึงกะเกณฑ์ทหารให้เตียวคับไต้เหลงสามหมื่น แล้วกำชับว่าเวลาพรุ่งนี้ท่านยกไปทันทัพขงเบ้งก็อย่าเพ่อเข้าตี จงพักทหารไว้ให้สบายใจก่อน คอยดูท่วงทีขงเบ้งจะทำประการใดบ้าง เตียวคับไต้เหลงรับคำแล้ว ครั้นเวลาเช้าก็ยกทหารออกมาตั้งค่ายอยู่ตามสุมาอี้สั่ง สุมาอี้ก็ยกทหารหนุนออกไป

ฝ่ายขงเบ้งครั้นรู้ว่าสุมาอี้ยกตามมา เวลากลางคืนให้หานายทัพนายกองทั้งปวงมาปรึกษาว่า ทหารสุมาอี้ยกมาบัดนี้เห็นจะได้รบพุ่งกับเรากวดขันนัก ถึงแพ้แลชนะเปนมั่นคง แลในกองทัพเรานี้ไม่เห็นมีผู้ที่จะอาสาออกต่อสู้ด้วยทหารร้อยคนพันคนแต่ผู้ เดียวได้ ขงเบ้งว่าพลางแลดูอุยเอี๋ยนแล้วก็ก้มหน้าเสีย อองเป๋งจึงว่า ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขออาสาท่านให้ถึงขนาด ขงเบ้งจึงว่าท่านภักดีต่อเราจะขออาสาก็ขอบใจอยู่ แต่ทว่ากองทัพสุมาอี้ครั้งนี้ก็เข้มแข็งนักไม่เหมือนทุกครั้ง แม้เสียการของเราไปจะทำประการใด

อองเป๋งจึงว่า ข้าพเจ้าจะอาสาไปครั้งนี้ ใช่จะอาลัยแก่ชีวิตนั้นหามิได้ ถึงจะเปนประการใดก็จะสู้ตาย ถ้าแลเสียการไปข้าพเจ้าจะให้สีสะแก่ท่าน ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็สรรเสริญว่าอองเป๋งนี้สัตย์ซื่อภักดีต่อเราจริง ๆ แต่ทว่าตัวท่านผู้เดียวถึงจะมีฝีมือเข้มแข็งก็ดี อันจะสู้ด้วยทหารสุมาอี้นั้นเห็นเหลือตัวนัก เราคิดจะให้ผู้ใดออกไปช่วยท่านเปนสองนายด้วยกัน ก็ไม่เห็นหน้าใครเลย

ขณะนั้นเตียวเอ๊กจึงว่า มหาอุปราชอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะขออาสาออกไปช่วยอองเป๋งทำการเอง ขงเบ้งจึงว่า เตียวคับทหารสุมาอี้คนนี้มิใช่พอดี ท่านจะอาสาออกไปนั้นเราเห็นฝีมือจะสู้เตียวคับมิได้ เตียวเอ๊กจึงว่า ตัวข้าพเจ้าก็นับว่าเปนทหารคนหนึ่ง ถึงเตียวคับจะมีฝีมือ ข้าพเจ้ามิกลัวผิดก็สู้ตาย ถ้าแลเพลี่ยงพลํ้าเสียการของท่านก็ให้ตัดสีสะข้าพเจ้าเสีย

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ชอบใจ จึงว่าฉนั้นท่านจงคุมทหารคนละหมื่นยกไปซุ่มอยู่ทางซอกเขา ถ้าเห็นทหารกองหน้าสุมาอี้ยกมา จงปล่อยให้ล่วงเข้ามาเถิดอย่ารบพุ่งเลย แม้ได้ยินเสียงทหารเราจุดประทัดโห่ร้องขึ้นแล้ว ท่านทั้งสองจงยกทหารปิดหลังตีกระหนาบมาหาเรา ถ้ากองทัพสุมาอี้ยกร่นมาช่วย จึงให้เตียวเอ๊กแยกทหารออกรบรับทัพสุมาอี้ไว้อยาให้เข้ามาช่วยกันได้ เราจะคิดกลอันหนึ่งไปช่วยท่าน อองเป๋งเตียวเอ๊กสองนายรับคำแล้วก็ยกทหารสองหมื่นไปซุ่มอยู่

ขงเบ้งจึงหาเกียงอุยเลียวฮัวเข้ามา แล้วก็เขียนหนังสือเข้าผนึกให้ฉบับหนึ่งแล้วสั่งว่า ท่านจงคุมทหารสามพันยกไปซุ่มอยู่บนเขา ถ้าเห็นทหารสุมาอี้ล้อมอองเป๋งเตียวเอ๊กไว้จะแก้ตัวมิได้แล้ว จึงฉีกผนึกออกดูหนังสือนี้จงทำตามอุบายของเราเถิด เกียงอุยเลียวฮัวรับคำนับแล้วก็คุมทหารไป ขงเบ้งจึงสั่งงออี้งอปันม้าตงเตียวหงีว่า เวลาพรุ่งนี้ถ้าทหารสุมาอี้ยกมาท่านอย่าเอาชัยชนะเลย จงทำเปนรบพลางถอยพลาง แม้เห็นกวนหินคุมทหารยกตีเข้าไปแล้ว ท่านจงกลับคืนตีกระหนาบเข้ามา งออี้งอปั้นม้าตงเตียวหงีรับคำแล้วคุมทหารไปตั้งคอยอยู่

ขงเบ้งจึงสั่งกวนหินให้คุมทหารห้าพันไปซุ่มอยู่ริมเขา กำหนดว่าเห็นธงแดงบนเขานั้นโบกเมื่อใด ก็ให้คุมทหารรบหักเข้าไปในกองทัพสุมาอี้

ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวคับกับไต้เหลงก็ยกทหารตามมา พบกองทัพงออี้งอปั้นม้าตงเตียวหงี ก็ขับทหารรบพุ่งเปนสามารถ กองทัพเมืองเสฉวนรบรอถอยลงมาทางประมาณสี่ร้อยเส้น

ขณะนั้นเปนระดูคิมหันต์ ทหารสุมาอี้รุกตามมาด้วยกำลัง เหงื่อไหลโซมตัวทุกคนเหนื่อยหอบถอยแรงลง ขงเบ้งขึ้นอยู่บนเนินเขาแลลงมาเห็นทหารสุมาอี้อิดโรยกำลังได้ทีก็ให้ทหารโบก ธงแดง กวนหินตั้งซุ่มอยู่ริมเขาเห็นโบกธงก็ขับทหารฆ่าฟันเข้าไป งออี้งอปันม้าตงเตียวหงีสี่นายก็กลับหน้าตีกระทบคืนหลังลงมา เตียวคับไต้เหลงก็มิถอยหนี ขับทหารตีตลุมบอนกันเปนอลหม่าน อองเป๋งเตียวเอ๊กได้ทีก็ยกสกัดออกมาฆ่าฟันทหารเตียวคับไต้เหลงล้มตาย เปนอนมวก

สุมาอี้เห็นดังนั้นก็ยกทหารหนุนมาล้อมอองเป๋งเตียวเอ๊กเข้าไว้กลาง เตียวเอ๊กก็แยกทหารออกรับทัพสุมาอี้ อองเป๋งกวนหินก็ขับทหารระดมตีเตียวคับไต้เหลงเข้าไป ทหารทั้งสองฝ่ายถ้อยทีรบกันเปนสามารถ ล้มตายลงในที่รบมากกว่ามาก เกียงอุยกับเลียวฮัวอยู่บนเขาเห็นทหารสุมาอี้เข้าล้อมอองเป๋งเตียวเอ๊กไว้ รบพุ่งกันตลุมบอนอ่อนอยู่แล้ว ก็ฉีกผนึกหนังสือซึ่งขงเบ้งให้มานั้นออกดูเปนใจความว่า ถ้ากองทัพสุมาอี้ล้อมอองเป๋งเตียวเอ๊กเข้าไว้ ก็ให้ยกทหารไปตีเอาค่ายสุมาอี้ ๆ ก็จะยกทหารถอยกลับไป ถึงจะมิได้ค่ายสุมาอี้ก็เปนความชอบใหญ่หลวงอยู่ เกียงอุยเลียวฮัวก็ยกทหารรีบไปชิงเอาค่ายสุมาอี้ได้

ขณะเมื่อสุมาอี้ยกทหารออกจากค่ายนั้นก็กริ่งใจอยู่ จึงวางทหารรายไว้ตาม ทางมา ทหารซึ่งอยู่ตามรายทางก็รีบมาบอกแก่สุมาอี้ว่า บัดนี้ทหารขงเบ้งชิงเอาค่ายได้แล้ว สุมาอี้รู้ดังนั้นก็ตกใจจึงว่ารู้อยู่แล้วว่าขงเบ้งทำกล ท่านทั้งปวงมิฟังคำเราจึงเสียการ ว่าแล้วก็ให้ถอยทหารกลับมาจะชิงเอาค่าย

เตียวเอ๊กได้ทีก็เร่งทหารตีร่นหลังลงมา ทหารสุมาอี้ก็แตกตื่นล้มตายเปนอันมาก เตียวคับไต้เหลงเห็นเสียทีดังนั้นก็ทิ้งทหารเสียรบหักออกไปเอาแต่ตัวรอด เกียงอุยเลียวฮัวเห็นสุมาอี้แตกกลับมาก็พาทหารออกจากค่ายรีบมาบัญจบกันกับ นายทัพนายกอง แล้วกลับมาหาขงเบ้ง

ฝ่ายสุมาอี้ครั้นมาถึงค่าย เห็นทหารขงเบ้งยกกลับไปสิ้นก็พาทหารทั้งปวงเข้าค่าย จึงว่าแก่นายทัพนายกองว่า เรารู้อยู่ว่าเปนกลของขงเบ้ง ได้ห้ามปรามทัดทานคนทั้งปวงมิฟังเรา จึงเสียทหารแลเครื่องศัสตราวุธ แต่นี้สืบไปเมื่อหน้าผู้ใดมิได้ฟังเรา ขัดขืนให้เสียการดุจหนึ่งครั้งนี้เราจะตัดสีสะเสีย

ขณะนั้นพอคนถือหนังสือมาแต่เมืองเสฉวนแจ้งแก่ขงเบ้งว่า บัดนี้เตียวเปานั้นหมอพยาบาลบาดแผลซึ่งกระทบศิลากำเริบมากไป ถึงแก่ความตายแล้ว ขงเบ้งแจ้งว่าเตียวเปาตายก็ร้องไห้รัก จนอาเจียนโลหิตออกมาสลบไป ทหารทั้งปวงก็ตกใจช่วยกันเข้าแก้จึงฟื้นขึ้น ตั้งแต่นั้นไปขงเบ้งก็ป่วยหนักลงนอนอยู่ลุกมิได้ นายทัพนายกองก็ชวนกันเปนทุกข์

ครั้นอยู่มาสองวันขงเบ้งจึงให้หาตังควดกับอ้วนเกี๋ยนสองคนเข้ามาบอกว่า บัดนี้เราป่วยหนักจะว่ากล่าวบังคับกิจการสืบไปมิได้ เราจะเลิกทัพกลับไปเมืองเสฉวนเถิด แต่ทว่าอย่าให้เอิกเกริกไป รู้ถึงสุมาอี้จะยกทหารติดตามเราจะไปมิสดวก ท่านจงบอกทหารทั้งปวงให้ตระเตรียมตัวให้พร้อม สั่งแล้วเวลาคํ่าก็ให้ทหารเลิกทัพลอดลัดมาเมืองฮันต๋ง สุมาอี้รู้ว่าขงเบ้งเลิกทัพไปได้ห้าวันแล้ว ก็ทอดใจใหญ่ว่าขงเบ้งนี้ดังเทพดาเรามิรู้เท่าเลย จึงให้จัดแจงทหารอยู่รักษาด่านทางกำชับตรวจตราทุกตำบลแล้ว ก็ยกทหารเลิกกลับมาเมืองลกเอี๋ยง

ฝ่ายขงเบ้งยกมาเมืองแล้ว ก็ให้ทหารทั้งปวงประชุมกันพร้อมอยู่ จึงกลับมารักษาตัว ณ เมืองเสฉวน พระเจ้าเล่าเสี้ยนแลขุนนางทั้งปวงก็พากันมาเยี่ยมถามข่าวถึงที่อยู่ พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นขงเบ้งป่วยหนักก็ให้หมอพยาบาลรักษาเปนกวดขัน โรคซึ่งป่วยหนักก็บันเทาหาย

Download

ความคิดเห็น

BLOGGER: 2
  1. ใกล้จะบรรลุความตั้งใจแล้วนะครับ เหลืออีกไม่กี่ตอน เป็นกำลังใจให้ครับ

    ตอบกลับลบ

ชื่อ

การ์ตูน,17,การเมือง,71,กิจกรรม,16,เกม,156,ของสะสม,38,ข่าวสาร,114,คำคมสามก๊ก,75,เนื้อหาสามก๊ก,5,บทความ,335,แบบเรียน,8,ปรัชญา,14,เพลง,39,ภาพยนตร์,47,รูปภาพ,66,วิดีโอ,63,เว็บไซต์,13,สถานที่,21,สามก๊ก12,14,สามก๊ก13,32,สามก๊ก14,3,สามก๊ก2010,95,หงสาจอมราชันย์,13,หนังสือ,161,อาวุธ,7,แอป,45,Dynasty Warriors,46,E-book,76,
ltr
item
สามก๊กวิทยา : Three Kingdoms Academy: สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75
Ebook หนังสือสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 75
https://1.bp.blogspot.com/-b9JaGATn2AQ/XpguMaQmevI/AAAAAAAAvYc/8krzEHQ8hU4toYw41uDP8WRdXqc_5JnRwCLcBGAsYHQ/s640/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588-%25E0%25B9%2597%25E0%25B9%2595.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-b9JaGATn2AQ/XpguMaQmevI/AAAAAAAAvYc/8krzEHQ8hU4toYw41uDP8WRdXqc_5JnRwCLcBGAsYHQ/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588-%25E0%25B9%2597%25E0%25B9%2595.jpg
สามก๊กวิทยา : Three Kingdoms Academy
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-75.html
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-75.html
true
4216477688648787518
UTF-8
โหลดเนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ดูทั้งหมด อ่านเพิ่ม ตอบ เลิกตอบ ลบ โดย หน้าแรก หน้า บทความ ดูทั้งหมด บทความที่เกี่ยวข้อง LABEL ARCHIVE SEARCH เนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ต้องขออภัยด้วยครับ กลับหน้าแรก Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec เมื่อเร็ว ๆ นี้ 1 นาทีก่อน $$1$$ minutes ago 1 ชั่วโมงก่อน $$1$$ hours ago เมื่อวานนี้ $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago มากกว่า 5 สัปดาห์ กำลังติดตาม ติดตาม เนื้อหาพิเศษส่วนนี้ ต้องปลดล้อคโดย STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network คัดลอกทั้งหมด เลือกทั้งหมด คัดลอกไว้ในคลิปบอร์ดแล้ว ไม่สามารถคัดลอกได้ กรุณากดปุ่ม [CTRL]+[C] (CMD+C บนเครื่อง Mac) สารบัญ