กุยแกก็แค่หมอดู

กุยแกก็แค่หมอดู
“ซึ่งเราร้องไห้เพราะเหตุคิดถึงกุยแก แม้กุยแกยังไม่ตายก็จะได้มาด้วยเรา เราก็จะไม่ยากถึงเพียงนี้”
      กุยแก (Guo Jia , 郭嘉) เป็น ยอดกุนซือแห่งวุยก๊ก เป็นชาวเมืองอิ่งชวน เอี๋ยงตี๋ (เมืองอวี๋ มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) ชื่อรองฟ่งเสี้ยว (Fengxiao, 奉孝) เริ่มรับราชการกับโจโฉในวัยเพียง 27 ปี จากการแนะนำของซุนฮกและเทียหยก กุยแกเป็นนักวางแผนคนสำคัญที่ช่วยให้ โจโฉเอาชนะอ้วนเสี้ยว และครองแผ่นดินทางภาคเหนือของแผ่นดินจีนได้สำเร็จ

     นักอ่านสามก๊กหลายท่าน ชื่นชอบในความสามารถของกุยแก และมากจนขนาดที่ก็เชื่อว่ากุยแกมีสติปัญญาความสามารถมากกว่าขงเบ้ง หากกุยแกไม่อายุสั้นป่วยตายตั้งแต่อายุ 38 ปี โจโฉคงไม่แตกทัพเรือที่สมรภูมิเซ็กเพ็ก เพียงเพราะเมื่อโจโฉพ่ายแพ้ศึกในครั้งนั้น โจโฉได้รำพันดัง ๆ ในงานเลี้ยงปลอบขวัญให้เหล่าขุนนางที่ปรึกษาได้ยินว่า “ซึ่งเราร้องไห้เพราะเหตุคิดถึงกุยแก แม้กุยแกยังไม่ตายก็จะได้มาด้วยเรา เราก็จะไม่ยากถึงเพียงนี้” (ในสามก๊กภาษาอังกฤษว่า “I am thinking of my friend Guo Jia: Had he been alive, he would not have let me suffer this loss, Alas for Guo Jia! I grieve for Guo Jia! I sorrow for Guo Jia!")

     คำพูดของโจโฉนี้ได้เสียดแทงใจทั้งคนฟังและคนอ่าน คำรำพันอันนั้น ไม่มีใครทราบว่าโจโฉผู้มากด้วยเล่ห์กล่าวขึ้นด้วยจุดประสงค์ใด อาจจะรักกุยแกจริง หรือเพียงประชดเหล่าที่ปรึกษาที่เหลือ ที่ไม่มีใครช่วยออกความเห็นหรือกล้าคัดค้านตน (ใครจะกล้าท้วง เพราะ เล่าฮก หนึ่งในคณะที่ปรึกษาได้ทักท้วงเตือนโจโฉเรื่องการศึกแล้ว แต่โจโฉยังไม่ฟัง แถมยังแกล้งเมาเอาทวนแทงตาย) และนั่นทำให้ความสำคัญของกุยแกมีเพิ่มขึ้นมากเสียจนมีคนนำชื่อของเขาไปเทียบชั้นกับขงเบ้งเลยทีเดียว ...

     เหตุใดเราจึงต้องยกย่องกุยแกถึงขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่ ความเก่งระดับเดียวกับขงเบ้งคือจินตนาการและข้อสันนิษฐาน กุยแกเองมีผลงานน้อยมาก เทียบกับกุนซือคนอื่น ๆ ในก๊กอย่าง สุมาอี้ กาเซี่ยง หรือ ซุนฮกซุนฮิว ยังไม่ได้เลย

     งานหลักของกุยแกคือการวิเคราะห์ การทำนาย ... แถวบ้านผมเรียกคนแบบกุยแกว่า “หมอดู”

กุยแก (Guo Jia , 郭嘉)
กุยแก (Guo Jia , 郭嘉)

ผลงานของกุยแก

     ผลงานและเกียรติประวัติของกุยแกมีอะไรบ้างนั้น ขอให้ลองพิจารณาสิ่งเหล่านี้กันดูก่อน
  1. ซุนฮกและเทียหยก แนะนำกุยแกให้กับโจโฉ พอกุยแกสอบสัมภาษณ์เสร็จ ผลงานแรกที่กุยแกทำคือ พาผู้มีสติปัญญาอีกสี่คนมาอยู่กับโจโฉ ได้แก่ เล่าหัว บวนทง ลิเกียน และมอกาย
  2. เล่าปี่เขียนจดหมายมาขอร้องมิให้โจโฉยกทัพไปตีเมืองชีจิ๋วของโตเกี๋ยม โจโฉโมโหจะตัดหัวพลนำสาร แต่กุยแกห้ามไว้ และขอให้แสร้งตอบจดหมายเอาใจเล่าปี่ไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยลอบตีชีจิ๋ว แต่เผอิญว่าว่าลิโป้ยกทัพมาตีเมืองกุนจิ๋วของโจโฉ กุยแกจึงแนะนำโจโฉอีกครั้งว่า ให้ตอบจดหมายเล่าปี่เป็นไมตรีเอาไว้ก่อน แล้วจึงค่อยบุกตีลิโป้
  3. สนับสนุนความคิดโจโฉให้ทำอุบายแกล้งตาย ลวงให้ลิโป้ฮึกเหิมบุกเข้าตี แล้วซุ่มกองทัพไว้สกัดจับตัวลิโป้
  4. โจโฉตั้งตนเป็นมหาอุปราช และตั้งให้ ซุนฮก ซุนสิ้ว(ซุนฮิว) กุยแก เล่าหัว เป็นขุนนางฝ่ายพลเรือน (แต่ในหนังสือสามก๊กภาษาอังกฤษ แยกตำแหน่งของทั้งสี่คนนี้อย่างชัดเจน ซึ่งกุยแกมีตำแหน่งเป็น “Minister  of  Rites and  Religion” แปลว่า  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพิธีกรรมและศาสนา)
  5. เล่าปี่หนีลิโป้มาขอพึ่งโจโฉ ซุนฮก กับเทียหยกเห็นเป็นโอกาสจึงแนะนำโจโฉให้สังหารเล่าปี่ แต่กุยแกไม่เห็นด้วยแล้วยกเหตุผลมาเกทับความคิดซุนฮก ว่าทุกวันนี้ท่านคิดการใหญ่ จะหาผู้มีสติปัญญาคิดการด้วย หากฆ่าเล่าปี่เสีย ต่อไปใครจะสมัครมาเข้าด้วย โจโฉเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตย(ไทย) จึงเลือกเชื่อกุยแก
  6. โจโฉประกาศห้ามทหารเหยียบย่ำไร่นาของราษฎรแต่ม้าของเขากลับกระโจนเหยียบทุ่งข้าวโพดหักล้มลงเป็นอันมาก เอง โจโฉจึงคิดอุบายหวังให้คนทั้งปวงนับถือ เรียกแม่ทัพนายกองมาปรึกษาลงโทษตน แล้วคว้ากระบี่จะเชือดคอ แต่กุยแกรู้ทันจึงห้ามไว้และกล่าวว่า หากมหาอุปราชตายไปราษฎรก็จะเดือดร้อนไร้ที่พึ่ง โจโฉจึงตัดผมแทน แล้วให้ทหารเอาไปประกาศให้รู้โดยทั่วถึงกัน
  7. อ้วนเสี้ยวจะยกทัพไปตีกองซุนจ้านจึงส่งสารมาขอเสบียงจากโจโฉ โดยขู่ว่าถ้าไม่ช่วยก็จะยกทัพมาตีโจโฉแทน กุยแกจึงกล่าวถึงข้อด้อยสิบประการของอ้วนเสี้ยว ตามด้วยข้อดีอีกสิบประการของโจโฉ (มีลูกน้องแบบนี้ นายที่ไหนก็รัก) โจโฉจึงเลิกกังวลเรื่องศึกกับอ้วนเสี้ยว แล้วกุยแกจึงแนะให้หันไปปราบลิโป้แทน โดยตอบสารหลอกให้อ้วนเสี้ยวจัดกำลังไปรบกับกองซุนจ้าน แล้วจึงจะยกกำลังไปช่วย
  8. กุยแกสนับสนุนความคิดของซุนฮิว ให้โจโฉรีบยกไปช่วยเล่าปี่ที่กำลังถูกลิโป้ตี เพราะหากละไว้ ลิโป้จะมีกำลังกล้าแข็งขึ้น โจโฉก็เห็นชอบตามนั้น
  9. โจโฉล้อมเมืองแห้ฝือของลิโป้อยู่นานก็ยังตีไม่แตก จึงคิดจะยกทัพกลับ กุยแกจึงคิดแผนทดน้ำให้ไหลท่วมเมืองแห้ฝือของลิโป้ ทำให้ลิโป้ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด
  10. โจโฉอนุญาตให้เล่าปี่เป็นแม่ทัพยกไปตีเมืองชีจิ๋วของอ้วนสุด เมื่อเล่าปี่ไปแล้ว เทียหยกกับกุยแกจึงรีบเข้ามาหาโจโฉเพราะไม่เห็นด้วยที่โจโฉปล่อยเล่าปี่ให้นำทัพไป โจโฉจึงรีบส่งเคาทูไปตามแต่ไม่สำเร็จ
  11. สนับสนุนความคิดของโจโฉ ให้จะยกทัพไปตีเล่าปี่ที่เมืองชีจิ๋วก่อน เพราะหากละไว้เล่าปี่จะกล้าแข็งกว่าอ้วนเสี้ยวมาก ส่วนอ้วนเสี้ยวนั้นโลเลและไม่กล้ายกมาตีเมืองฮูโต๋ระหว่างที่เรายกทัพไปตีเล่าปี่แน่นอน
  12. เตียวเหียนลูกน้องเก่าของซุนเซ็กที่ถูกโจโฉกักตัวไว้ หวังดีไม่เข้าท่า ส่งสารมาบอกซุนเซ็กว่า โจโฉและเหล่าขุนนางล้วนแต่เกรงฝีมือท่าน เว้นเสียแต่กุยแก ที่ดูถูกท่านว่า “เหตุใดจะมาเกรงซุนเซ็ก อันซุนเซ็กหาปัญญามิได้ เป็นคนใจเร็ว จะคิดสิ่งใดก็โอหัง กำเริบตั้งตัวว่าเป็นใหญ่ นานไปจะตายด้วยฝีมือทหารเลว” ซึ่งต่อมาก็เป็นจริงตามคำนั้น
  13. อ้วนเสี้ยวตาย อ้วนถำ อ้วนชงผู้บุตร แก่งแย่งชิงดีกัน แต่เพราะโจโฉบุกตี จึงกลับมาร่วมมือกันป้องกันเมืองกิจิ๋ว จนโจโฉหมดหนทางตี กุยแกจึงแนะนำว่า ให้แกล้งถอนทัพกลับและยกไปตีเมืองเกงจิ๋วทางใต้ก่อน พออ้วนถำ อ้วนชงว่างศึก ก็จะเข่นฆ่ากันเอง
  14. แนะให้โจโฉใช้ทหารเก่าของอ้วนเสี้ยว อย่างเตียวเหียน เตียวหลำ ลิกอง ลิเซียง ม้าเอี๋ยน เตียวคี ยกทัพตามจับอ้วนชง อ้วนฮี เพื่อแสดงให้ทหารอ้วนเสี้ยวรู้ว่า หากยอมสวามิภักดิ์ก็ยังมีงานทำแน่นอน ซึ่งก็ทำให้โฮห้วนเจ้าเมืองเลียวไส ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี
  15. โจโฉตามตีอ้วนฮี อ้วนชง จนเกือบสุดขอบประเทศจีน โจหองจึงแนะนำว่าให้เลิกตามอ้วนฮีอ้วนชงที่หมดพิษสงไปแล้ว และยกทัพกลับเพื่อไประวังภัยด้านเล่าปี่เล่าเปียวทางทิศใต้ดีกว่า แต่กุยแกไม่เห็นด้วย และชี้ว่าอ้วนฮีอ้วนชงยังมีพิษภัยอยู่ อีกทั้งหัวเมืองตะวันตก ที่อ้วนฮี อ้วนชงหนีไปอาศัยอยู่ด้วย นั้นก็มิได้มีการเตรียมการทำศึกสงคราม จึงสามารถบุกตีได้โดยง่าย นอกจากนั้นเล่าเปียวกับเล่าปี่ก็จะไม่มีความสุจริตใจต่อกัน คงจะคิดระแวงระวังตัวกันอยู่ ท่านจึงควรจะปราบปรามหัวเมืองฝ่ายตะวันตกให้ราบคาบก่อนจึงจะควร
  16. กุยแกป่วยระหว่างการเดินทางอันธุระกันดาร โจโฉสงสารจึงคิดจะยกทัพกลับ กุยแกจึงกล่าวว่า “ อันคุณของท่านมีอยู่แก่ข้พเจ้าเป็นอันมาก อย่าวิตกถึงข้าพเจ้าเลย ถึงมาตรว่าข้าพเจ้าจะตายก็จะเอาชีวิตแทนคุณท่าน อันคำโบราณกล่าวไว้ว่า การสิ่งใดเห็นได้การแล้ว ก็ให้เร่งคิดอ่านทำการไปจนกว่าจะสำเร็จ” แล้วให้โจโฉรีบหาชาวบ้านมานำทาง เพื่อใช้ความรวดเร็วในการเข้าตี
  17. กุยแกตายแล้ว แต่ส่งจดหมายน้อยมาให้โจโฉ ความว่า ไม่ต้องตามตีอ้วนฮี อ้วนชง เข้าไปยังเมืองเลียวตั๋ง เพราะกองซุนของ เจ้าเมืองเลียวตั๋งจะระแวงอ้วนฮี อ้วนชง แล้วนำศีรษะของมันมาให้ท่านเอง

หมอดูทำนายผิด

     ผลงานการวิเคราะห์สถานการณ์ของกุยแกมีมากมาย และแม่นราวกับตาเห็น แต่กระนั้น ก็มีอยู่อย่างน้อย 2 ครั้ง ที่กุยแกทำนายผิด นั้นคือ
  1. เมื่อครั้งที่โจโฉรบลิโป้ กุยแกเคยวิเคราะห์ว่าลิโป้จะซุ่มทหารไว้ที่ซอกเขาไทสัน และขอให้โจโฉหยุดทัพไว้ก่อน แล้วแต่งม้าใช้ให้ไปสอดแนมดูก่อน โจโฉได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ลิโป้นั้นเป็นคนหาความคิดมิได้ ซึ่งจะให้ทหารมาซุ่มนั้นเห็นเหลือความคิดลิโป้ ซึ่งก็เป็นจริงตามที่โจโฉว่า
  2. โจโฉล้อมเมืองแห้ฝือของกวนอู และอยากได้ตัวกวนอูมารับราชการด้วย แต่กุยแกปรามว่า “อันน้ำใจกวนอูนั้นซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่นัก ซึ่งจะให้คนไปเกลี้ยกล่อมเห็นกวนอูจะมิลงใจด้วย แลผู้ใดซึ่งจะไปเกลี้ยกล่อมนั้นกวนอูก็คงจะฆ่าเสีย” ซึ่งผิดเพราะต่อมาเทียหยกได้ออกอุบายให้เตียวเลี้ยวเกลี้ยกล่อมกวนอูได้สำเร็จ
 กุยแก ไม่อาจเทียบขงเบ้ง
กุยแกอาจเทียบขงเบ้งได้เพียงด้านเดียวคือ สติปัญญา

กุยแก ไม่อาจเทียบขงเบ้ง

      งานของกุยแกคือการให้คำแนะนำ ปรึกษา วิเคราะห์ คาดการณ์และทำนาย ซึ่งเมื่อนำมาเทียบกับขงเบ้งแล้ว สิ่งที่กุยแกทำ ขงเบ้งก็สามารถทำได้หมด กุยแกมีบทบาทเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเท่านั้น แต่ขงเบ้งครบเครื่องมีทั้งความกล้า ลูกบ้าลูกชน อย่างที่เขาแสดงไว้ในแผ่นดินกังตั๋ง นอกจากนี้ขงเบ้งยังสามารถทำงานเบื้องหน้า นำทหารออกรบในสมรภูมิต่าง ๆ อย่างโชกโชน ต่างจากกุยแกที่อยู่แต่ในกระโจม และตามโจโฉเป็นเงา กุยแกไม่เคยดูดาว ไม่เคยใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำ ไม่เล่นกระจับปี่ ไม่สร้างหน้าไม้กลหรือโคยนต์ .... ในภาพรวม ดูอย่างไรก็แล้วกุยแกก็ไม่อาจเทียบกันกับขงเบ้งได้เลย

     ยีเอ๋ง หนุ่มสมองใสไอคิวสูง ผู้แก้ผ้าตีกลอง (อีคิวต่ำ) ได้วิจารณ์กุยแกอย่างเจ็บแสบว่า “กุยแกนั้นชอบแต่ให้แต่งโคลงแลอ่านบัตรหมาย” ประกอบกับตำแหน่งที่โจโฉแต่งตั้งให้ตอนที่ขึ้นเป็นมหาอุปราช คือ “Minister  of  Rites and  Religion” แปลว่า  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพิธีกรรมและศาสนา ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า กุยแกเหมาะกับตำแหน่ง “หมอดู” เป็นอย่างยิ่ง

      กุยแก เด่นดังขึ้นมาได้เพราะคำยอของโจโฉ ... ดังเพราะทำนายได้แม่นราวกับมีจิตสัมผัส ดังเพราะชอบฟันธงสวนทางกับความเห็นคนอื่น... ดังเพราะชอบคอนเฟริมสนับสนุนไอเดียชาวบ้าน .... ถ้ากุยแกมาเกิดในสมัยนี้ คงขอหวยกันได้สนุกและมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นนักการเมืองหรือนายทหารใหญ่

     สุดท้าย... อย่าเชื่อบทความนี้มากนักเพราะวันนี้ 1 เมษายน คือวันโกหก April Fool Day ครับ (ผมโดนกูเกิลหลอกให้ใช้ Google Nose ดมกลิ่นขนสุนัขเปียกน้ำทางหน้าจอมาแล้ว)

กุยแกนอนป่วย


16 comments

☆ ความคิดเห็นบน FACEBOOK: