กวนอู ไม่ผิด

การเสียเมืองเกงจิ๋ว ไม่ใช่ความผิดของกวนอู
การเสียเมืองเกงจิ๋ว ไม่ใช่ความผิดของกวนอู
     ปัญหาเรื่องเขตแดนเป็นปัญหาโลกแตก เพราะประวัติศาสตร์มนุษย์นั้นบ่งชี้ให้เห็นว่า คนเราต่อสู้ เข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงดินแดนมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล แม้ในปัจจุบันที่เป็นยุคโลกาภิวัตน์แล้วก็มิวาย ยังมีปัญหาเรื่องเขตแดนไม่จบไม่สิ้น เช่นเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ , จีน-ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ ไทย-กัมพูชา ที่ศาลโลกกำลังจะตัดสินในเร็ว ๆ นี้

     ส่วนในเรื่องสามก๊กนั้น มีการแย่งชิงดินแดนกันอยู่ตลอดเวลา แต่ดินแดนที่สำคัญและมีปัญหามากที่สุด ก็คือดินแดนเมืองเกงจิ๋ว เพราะเกงจิ๋วเป็นเมืองยุทธศาสตร์ ที่เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างกองกำลังทั้งสามก๊กคือ วุย จ๊ก และ ง่อ ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การเสียเมืองเกงจิ๋วของกวนอู

     นักวิจารณ์และนักประวัติศาสตร์สามก๊กหลายท่าน ได้ลงความเห็นว่าการเสียเมืองเกงจิ๋ว เป็นความผิดพลาดของกวนอู เพราะกวนอูเป็นคนหยิ่งทะนง ลืมคำสั่งเสียของขงเบ้งที่ว่า “ผูกมิตรซุนกวนร่วมรบโจโฉ” ตัดรอนความสัมพันธ์ที่ซุนกวนหยิบยื่นให้อย่างไม่ใยดี จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเล่า-ซุน พังทลายลง ซุนกวนหันไปเป็นพันธมิตรกับโจโฉ ร่วมมือกันโจมตีกวนอู จนต้องเสียเมืองเกงจิ๋วในที่สุด

     บทความต่อไปนี้จะแก้ต่างความผิดนั้นให้กวนอู โดยใช้เนื้อหาจากหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เป็นหลัก ดังนั้นหากผิดหูผิดตานักประวัติศาสตร์สมัยสามก๊ก ผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอให้ท่านข้ามบทความนี้ไปได้เลย เพราะผมต้องการใช้หลักฐานทางวรรณกรรม แก้ไขคำวิจารณ์ทางวรรณกรรมที่ผิดเท่านั้น

เมืองเกงจิ๋ว

กำแพงเมืองเกงจิ๋วในปัจจุบัน
กำแพงเมืองเกงจิ๋วในปัจจุบัน
     ในหนังสือ “พิชัยสงครามสามก๊ก” ของสังข์ พัธโนทัย กล่าวถึงเมืองเกงจิ๋วไว้ว่า

     “เกงจิ๋ว (จิงโจว, 荆州, Chingchuo) ได้ชื่อมาจากภูเขาเกงซัว (จิงซาน) เป็นแคว้น 1 ใน 9 สมัยอู๊เต้ (ก่อน ค.ศ.2205 – ก่อน ค.ศ.2197) มีอาณาบริเวณครอบคลุมบางส่วนของมณฑลหูหนาน หูเป่ย เมืองจุ้นอี้โบราณในมณฑลเสฉวน จุงกิง เมืองซือหนานโบราณในมณฑลกุยจิว สือเชียน ถงเหยิน ซือโจว ในมณฑลกุยจิว และอำเภอเฉวียนเสี้ยนในมณฑลกวางสี อำเภอเหลียนซานเจี้ยน อำเภอเหลียนเจี้ยน ในมณฑลกวางตุ้ง

     สมัยสามก๊ก เมืองหลวงของแคว้นตั้ง ณ เมืองลำหยง หรืออ้วนเซีย ในมณฑลหูเป่ย ภายหลังย้ายมาตั้งที่อำเภอเจียงหลิง มณฑลหูเป่ย ในสามก๊กภาษาไทย มีเรียกชื่ออื่นเป็นเกงจิ๋ว 4 แห่ง คือ ชิงโจว ติ้งโจว อิ่งโจว กับ เจียงโจว แสดงว่าผู้จดฟังชื่อไม่ชัด

     ความตอนหนึ่งในสามก๊กไทย กล่าวว่า “ฝ่ายเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋วนี้ เป็นเชื้อพระเจ้าฮั่นโกโจมาแต่ก่อน” เมื่อโจโฉตีแคว้นกิจิ๋ว อิวจิ๋ว และเป๊งจิ๋ว ทางภาคเหนือได้แล้ว ก็ลงมาตีแคว้นเกงจิ๋ว เล่าเปียวถึงแก่กรรมในระหว่างนั้น แคว้นเกงจิ๋วส่วนใหญ่ จึงตกเป็นของโจโฉ”     

ก่อนเสียเกงจิ๋ว

     เล่าปี่บุกตีเสฉวนของเล่าเจี้ยงไม่สำเร็จ ต้องสูญเสียหงส์ดรุณบังทอง กุนซือคนสำคัญ เล่าปี่จึงเรียกตัวขงเบ้ง ที่อยู่รักษาเมืองเกงจิ๋ว มาช่วย แล้วให้กวนอูเป็นผู้รักษาเมืองแทน โดยก่อนที่ขงเบ้งจะจากไป ขงเบ้งได้เตือนกวนอูว่า

     “ท่านจะอยู่ภายหลังนั้น จงจัดแจงระมัดระวังตัวข้างฝ่ายเหนือคอยสู้โจโฉให้ได้ ฝ่ายใต้นั้นท่านจงทำใจดีประนอมด้วยซุนกวนโดยปรกติ เมืองเกงจิ๋วจึงจะมีความสุข”

     ซึ่งกวนอูก็รับคำ ต่อมาเมื่อเล่าปี่ตีเมืองเสฉวนได้แล้ว เล่าปี่มิได้ให้ขงเบ้งกลับไปยังเมืองเกงจิ๋วดังเก่า จึงแต่งตั้งให้กวนอูเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ระหว่างนั้นจูกัดกิ๋น นักการทูตจากง่อก๊กพี่ชายของขงเบ้ง รับอุบายจากซุนกวนให้ไปทวงเอาเมืองเกงจิ๋วจากเล่าปี่ แต่เล่าปี่ ขงเบ้ง ทำเฉไฉแล้วแนะนำว่าให้ลองไปขอจากกวนอูซึ่งบัดนี้เป็นเจ้าเมืองอยู่ ผลก็คือกวนอูไล่ตะเพิดจูกัดกิ๋นไปอย่างไม่ใยดี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก๊กจึงเริ่มแย่ตั้งแต่ครั้งนั้น

กวนอูถูกลวงไปลอบสังหาร
กวนอูถูกลวงไปลอบสังหาร
     ซุนกวนเห็นอุบายการทูตไม่ได้ผล จึงให้โลซกเชิญกวนอูมากินโต๊ะ ที่ปากน้ำเมืองลกเค้า เพื่อจะวางแผนลอบสังหารกวนอู แต่กวนอูรู้ทันและเอาตัวรอดโดยการจับโลซกเป็นตัวประกันระหว่างเดินออกจากงานเลี้ยง และหนีกลับเกงจิ๋วได้อย่างปลอดภัย

     ขณะนั้นโจโฉตีเมืองฮันต๋งของเตียวฬ่อได้ เล่าปี่กับขงเบ้งกังวลว่าโจโฉจะบุกรุกคืบเข้ามายังเมืองเสฉวน จึงส่งทูตไปขอให้ซุนกวนยกทัพไปตีเมืองหับป๋าของโจโฉเพื่อทำให้โจโฉลังเล โดยเล่าปี่จะยกเอาดินแดนเมืองเกงจิ๋ว สามหัวเมืองได้แก่ กังแฮ เตียงสา และฮุยเอี๋ยงให้ซุนกวนเป็นข้อแลกเปลี่ยน อีกทั้งเมื่อตีเมืองฮันต๋งได้แล้วยังตกลงอีกว่าจะยกเมืองเกงจิ๋ว เลงเหลง และลำกุ๋นให้อีกด้วย แต่ผลการรบที่หับป๋าคือซุนกวนกับโจโฉสู้กันไม่รู้แพ้ชนะ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาสงบศึกกัน

     ต่อมาเล่าปี่ยึดตีฮันต๋งมาจากโจโฉได้และตั้งตัวเป็นพระเจ้าฮันต๋ง สุมาอี้จึงออกอุบายให้โจโฉร่วมมือกับซุนกวน โดยให้ซุนกวนยกทัพไปตีเมืองเกงจิ๋ว ซึ่งในเบื้องต้นซุนกวนก็ตกลงกับโจโฉแต่โดยดี แต่ก็ยังลังเล จึงส่งจูกัดกิ๋นไปสู่ขอลูกสาวกวนอูให้กับลูกชายซุนกวน แต่กวนอูไม่ยินยอมและไล่ตะเพิดจูกัดกิ๋นอีกครั้งพร้อมกับถ้อยคำอันรุนแรงว่า “อันบุตรของเรานี้เป็นชาติเชื้อเหล่าเสือ ไม่สมควรจะให้แก่สุนัข” ซุนกวนทราบความจึงตัดสินใจร่วมมือกับโจโฉทันที

     ข่าวโจโฉร่วมมือกับซุนกวนจะตีเมืองเกงจิ๋วดังไปได้ยินถึงเล่าปี่ที่เมืองเสฉวน ขงเบ้งจึงออกอุบายให้กวนอูชิงยกทัพไปตีเมืองอ้วนเซียของโจโฉก่อน เพื่อทำลายขวัญกำลังใจ ซึ่งเมื่อกวนอูยกทัพไป ระหว่างทางก็สามารถตีชิงเอาเมืองซงหยงได้ และในระหว่างที่ตั้งค่ายล้อมเมืองอ้วนเซีย กวนอูก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำ จับบังเต๊กและอิกิ๋มได้อีกด้วย

กวนอูใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ธรรมชาติเอาชนะบังเต๊กและอิกิ๋ม
กวนอูใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ธรรมชาติเอาชนะบังเต๊กและอิกิ๋ม
      ในการล้อมตีเมืองอ้วนเซียนั้น กวนอูได้ถูกเกาทัณฑ์ถึงสองครั้ง ครั้งแรกถูกบังเต๊กยิง ครั้งที่สองถูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษของทหารโจหยิน กวนอูจึงต้องรักษาตัวอยู่หลายวันโดยมีหมอฮัวโต๋มาทำการรักษาให้ ระหว่างนั้นโจโฉจึงสามารถส่งกำลังหนุน นำโดยซิหลงมาช่วยป้องกันเมืองอ้วนเซียได้ทัน

     ข้างฝ่ายซุนกวน เดิมทีได้ส่งลิบองไปตั้งค่ายคุมเชิงที่ชายแดนเมืองเกงจิ๋ว แต่ลิบองไม่กล้าเข้าตีเนื่องจากกวนอูตั้งค่ายรายทางไว้อย่างรัดกุม ลิบองจึงแกล้งป่วย แล้วให้ลกซุนกุนซือหนุ่มไปทำหน้าที่แทน ลกซุนจึงคิดอุบาย “หน้าไหว้หลังหลอก” แสร้งทำเป็นผู้น้อยเคารพนบนอบกวนอู กวนอูจึงคลายใจคิดว่าลกซุนผู้นี้เป็นเด็ก ไม่คิดตีเมืองเกงจิ๋วเป็นแน่ กวนอูจึงยกทัพจากเกงจิ๋วไปตีเมืองอ้วนเสียอย่างเต็มกำลัง

     ระหว่างที่กวนอูตีเมืองอ้วนเสีย ซุนกวนได้ยกทหารสามหมื่น พร้อมเรือรบ 80 ลำบุกเข้าตีเกงจิ๋วได้สำเร็จ โดยวิธีการปลอมเป็นพ่อค้าล่องเรือมา กวนอูได้ข่าวการเสียเมืองเกงจิ๋ว จึงพะว้าพะวงจะรุกไม่ได้เพราะขวัญเสีย อีกทั้งยังบาดเจ็บอยู่ไม่สามารถสู้กับซิหลงได้ กวนอูจึงตัดสินใจล่าถอยเพื่อหวังจะชิงเมืองเกงจิ๋วคืน แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะกำลังพลเหลือน้อย ทหารส่วนใหญ่ไม่เต็มใจสู้เพราะห่วงครอบครัวที่อยู่ในเมือง กวนอูจึงถูกล้อมจับได้ในที่สุด

เหตุผลที่กวนอู “ไม่ผิด”

ขงเบ้งเป็นคนผิดคำพูดก่อน และหักหลังกวนอู
ขงเบ้งเป็นคนผิดคำพูดก่อน และหักหลังกวนอู
     1. ข้อหาแรกที่กวนอูมักถูกใส่ร้าย ก็คือการไม่ยึดถือตามคำสั่งเสียของขงเบ้งที่ว่า “ผูกมิตรซุนกวนร่วมรบโจโฉ” แต่หากพิจารณาตามลำดับของเหตุการณ์ และปัจจัยรอบด้านแล้ว ซุนกวนเองมิได้มีความจริงใจกับเล่าปี่มาตั้งแต่ต้น รวมทั้งคนที่ฝ่าฝืนคำสั่งเสียนี้เป็นคนแรกก็คือตัวขงเบ้งเอง โดยการลวงให้จูกัดกิ๋น พี่ชายของตนไปทวงเมืองเกงจิ๋วจากกวนอู เป็นการโยนภาระและความรับผิดชอบให้กวนอู ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร พูดอย่างหยาบ ๆ ก็คือ “ขงเบ้งหักหลังกวนอู” นั่นเอง เป็นผลทำให้ซุนกวนไม่พอใจและวางแผนเชิญกวนอูไปลอบสังหาร

     2. เมืองเกงจิ๋วถูกตัดทอนกำลัง เพราะนโยบายของเล่าปี่ ขงเบ้ง ที่ยกเอาแดนเมืองเกงจิ๋ว 3 เมืองได้แก่ กังแฮ เตียงสา และฮุยเอี๋ยงให้ซุนกวน เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ซุนกวนยกทัพไปตีเมืองหับป๋าของโจโฉ นั่นเท่ากับว่า กวนอูถูกขงเบ้งหักหลังเป็นครั้งที่สอง เพราะเมืองในปกครองของตนเองต้องถูกยกให้ผู้อื่นโดยพลการ ทั้ง ๆ ที่ในครั้งแรกเมื่อจูกัดกิ๋นมาทวงเมือง ยังต้องอ้างให้มาถามกวนอูก่อน แต่พอมาครั้งนี้กลับยกดินแดนให้ซุนกวนอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องถามกวนอูก่อนแต่อย่างใด มีเพียงส่งคนมาแจ้งให้กวนอูทราบเท่านั้น .... หากท่านเป็นกวนอู จะรู้สึกอย่างไร

     3. การที่กวนอูไม่ยกลูกสาวให้เป็นสะใภ้ซุนกวน ไม่ใช่การตัดไมตรี แต่เป็นสิ่งที่ผู้เป็นพ่อควรกระทำ ซุนกวนเคยคิดฆ่าเล่าปี่ เคยให้ซุนฮูหยินลักพาตัวอาเต๊า เคยคิดฆ่ากวนอู แต่แล้วจู่ ๆ กลับส่งคนมาขอลูกสาว คนเป็นพ่อที่ไหนก็คงไม่ยกให้แน่ ๆ ซึ่งดู ๆ ไปก็คล้าย ๆ หาเรื่องชวนทะเลาะ เพราะซุนกวนเองก็ย่อมจะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้... ส่วนการที่กวนอูตอบด้วยถ้อยคำอันรุนแรงนั้น เป็นไปตามโทสะจริตของคนที่ถูกหยามเกียรติก่อน และผมคิดว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ สำหรับคนที่เคยคิดขนาดจะสังหารตัวและครอบครัว แล้วทำทีเป็นมาขอลูกสาว กวนอูเป็นคนรักเกียรติ รักศักดิ์ศรี แล้วนี่กับเลือดเนื้อเชื้อไขทั้งคน ยังไงกวนอูก็ไม่ยอมแน่ ข้อนี้ต้องลองถามคนมีลูกสาวดู ว่าถ้าเป็นเขา ๆ จะตัดสินใจขายลูกสาวตัวเอง กินหรือไม่

     4. เมืองเกงจิ๋ว อยู่ในทำเลที่อันตรายที่สุดในแผ่นดิน แผ่นดินเมืองนี้เกิดสงครามและมีการผลัดมือกันมาตลอด กวนอูได้รับภาระที่หนักที่สุดในการรักษาเมืองนี้ วุยและง่อก๊ก มีกำลังพลหลายแสน ที่พร้อมจะเข้ามาทำการชิงเมืองเกงจิ๋ว ขณะที่กวนอูมีกำลังพลเพียงหยิบมือกับแม่ทัพนายกองคนสนิทไม่กี่คน เพราะทหารส่วนใหญ่อยู่กับเล่าปี่ขงเบ้งที่เมืองเสฉวนและฮันต๋ง หากโจโฉร่วมมือกับซุนกวนโจมตีพร้อม ๆ กัน ต่อให้มี 10 กวนอู หรือ 100 ขงเบ้งก็คงรักษาไว้ไม่ได้แน่ อีกทั้งระหว่างที่เสียเกงจิ๋วนั้น กวนอูก็ไม่ได้อยู่รักษาเมือง เพราะถือรับสั่งพระเจ้าเล่าปี่ให้ไปตีเมืองอ้วนเซียด้วย ... การณ์เช่นนี้ ยังจะกล่าวโทษกวนอูอีกหรือ

     นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นอีกเช่น วิธีการรบของกวนอูที่นิยมการรบด้วยฝีมือซึ่ง ๆ หน้า ไม่เหมือนฝ่ายวุยที่ใช้เกาทัณฑ์อาบยาพิษลอบยิง หรือฝ่ายง่อที่ทำหน้าไหว้หลังหลอกแล้วลอบบุกตีเมืองเกงจิ๋วไป แต่ข้อนี้คนปัจจุบันคงไม่ถือกันแล้ว เพราะเป็นวิธีการรบแบบสมัยใหม่ เน้นผลแพ้ชนะกันอย่างเดียว รวมทั้งการขอความช่วยเหลือจากเล่าฮอง เบ้งตัด แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยด้วย

กวนอูเป็นยอดวีรบุรุษ
กวนอูเป็นยอดวีรบุรุษ

สรุป

     เมืองเกงจิ๋วตั้งอยู่ในชัยภูมิที่อันตราย กวนอูได้ครองเมืองในจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสม เกมการเมืองระหว่างทั้ง 3 ก๊กในเวลานั้น พุ่งตรงมายังเมืองนี้ เล่าปี่กับขงเบ้ง โยนภาระใหญ่ให้กวนอู โดยไม่มีแผนหรือปัจจัยใด ๆ มารองรับและสนับสนุน อีกทั้งยังสร้างปัญหามาซ้ำเติมสถานการณ์เมืองเกงจิ๋วให้แย่ลงอีกด้วย

     ผมไม่ได้นับถือกวนอูในฐานะ “เทพ” แต่นับถือกวนอูในฐานะ “บุคคล” ที่น่าเคารพยกย่องคนหนึ่ง กวนอูมีพร้อมในความซื่อสัตย์กตัญญู คุณธรรม และฝีมือการรบ ยากจะหาผู้ใดมาเสมอเหมือน เกียรติของกวนอูคือสิ่งสูงค่าที่หาได้ยากในสังคมมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย ที่ผู้คนยอมละทิ้งเกียรติยศศักดิ์ศรี หลงลืมความถูกต้อง หวังเพียงเพื่อเอาตัวรอด

     ผมอ่านสามก๊กมาแล้วหลายรอบ ไม่เคยคิดว่ากวนอูผิด กวนอูคือคน ที่เป็นคนโดยสมบูรณ์ที่สุดในเรื่องสามก๊ก เขาเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องดีงามมาโดยตลอด ..... เมื่อกวาดตาดูแล้ว จึงไม่มีใครเลยในเรื่องสามก๊ก ที่จะได้รับการยอมรับจากผู้คนมากมายและยิ่งยืนนานเท่ากับเขา ....

    แด่ “กวนอู” ผู้ “ไม่ผิด” ครับ

ROTK - Guan Yu's Song

70 comments

☆ FACEBOOK COMMENTS: