$show=home

จุดเริ่มต้นของการศึกษาสามก๊ก !

แหล่งศึกษาเรียนรู้ ทุกเรื่องราวของวรรณกรรมจีนเรื่องสามก๊ก

สามก๊ก

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71

เนื้อหา

• จูล่งตีเมืองเทียนซุยแพ้กลเกียงอุย
• ขงเบ้งได้เกียงอุยมาเป็นพวก
• อองลองรับอาสาเจรจากับขงเบ้ง
• กวนหินเสียทีทหารเมืองเสเกี๋ยง ปิศาจกวนอูมาช่วย
• โจจิ๋นเสียค่ายแก่ขงเบ้ง


ขณะเมื่อขงเบ้งล้อมเมืองลำอั๋นอยู่นั้น ม้าจุ้นเจ้าเมืองเทียนซุยรู้ จึงหาขุนนางทั้งปวงมาปรึกษาว่า แฮหัวหลิมคนนี้เปนลูกตระกูลมาแต่ก่อน อนึ่งก็เปนบุตรเขยพระเจ้าวุยอ๋องเหมือนต้นไม้ทองใบแก้ว หาเคยทำการใหญ่ไม่ บัดนี้เข้าอยู่ในที่ล้อมขงเบ้งเราจะคิดอ่านประการใด ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งปวงจึงว่า แฮหัวหลิมเปนเชื้อสายพระเจ้าโจยอย แม้เสียทีแก่ขงเบ้ง ตัวท่านเปนผู้ใหญ่ก็จะไม่พ้นความผิด ขอให้ท่านยกทหารไปช่วยแก้เอาตัวแฮหัวหลิมส่งไปเมืองหลวงให้ได้จึงจะชอบ ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย พอทหารซึ่งขงเบ้งใช้ปลอมไปนั้นถึงเข้า คนหนึ่งก็เข้าไปหาม้าจุ้น แจ้งเนื้อความเหมือนบอกซุยเหลียง แล้วเอาหนังสือส่งให้ ครั้นเวลาเช้าทหารขงเบ้งมาถึงเข้าอีกก็เข้าไปบอกม้าจุ้นว่า บัดนี้เจ้าเมืองฮันเต๋งยกไปแล้ว ให้ท่านเร่งยกทหารตามไปเถิด ม้าจุ้นก็จัดทหารจะยกออกจากเมือง

ฝ่ายเกียงอุยซึ่งเปนนายทหารอยู่ในเมืองนั้น มีสติปัญญาหลักแหลม แต่น้อยมาได้เรียนวิชาชำนาญในกลสงคราม แล้วมีกตัญญูต่อบิดามารดา ชาวเมืองทั้งปวงก็ยำเกรงนับถือ ครั้นเห็นม้าจุ้นจะยกทหารไปดังนั้นจึงห้ามว่า ขงเบ้งมีสติปัญญาอยู่ ซึ่งว่าทหารแฮหัวหลิมถือหนังสือมานั้นข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะขงเบ้งล้อมเมืองลำอั๋นไว้เปนสามารถ ทหารคนนี้เล่าแต่ก่อนมาก็มิได้ปรากฎชื่อเสียง แลมาบอกว่าฟันออกจากที่ล้อมถือหนังสือมาได้นั้นไม่เห็นสม ซึ่งทหารมาบอกอีกคนหนึ่งว่าเจ้าเมืองฮันเต๋งยกไปแล้วนั้น ก็ไม่มีสลักสำคัญสิ่งใดมา ข้าพเจ้าเห็นว่าเปนกลของขงเบ้งแกล้งจะลวงให้เรายกไป จึงจะให้ทหารมาซุ่มอยู่คอยชิงเอาเมืองเราภายหลัง

ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงทอดใจใหญ่ว่า ซึ่งท่านเตือนสติเรานี้ชอบนัก ถ้าหาไม่ก็จะเสียทีแพ้ความคิดขงเบ้ง เกียงอุยจึงหัวเราะว่า ซึ่งขงเบ้งทำกลมาทั้งนี้เห็นจะยกทหารมาซุ่มอยู่เปนมั่นคง ข้าพเจ้าจะขอทหารสามพันยกอ้อมไปตามทางน้อยสกัดต้นทางขงเบ้งไว้ ภายหลังท่านจึงยกทหารออกจากเมือง ทางร้อยห้าสิบเส้นก็ให้ยกกองทัพไปตั้งรออยู่ ถ้าข้าพเจ้าจุดเพลิงขึ้นเปนสำคัญ แล้วเห็นกองทัพใหญ่ยกมาก็ขับทหารล้อมจับตัวขงเบ้งให้จงได้ ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงเกณฑ์ทหารสามพันให้เกียงอุยยกไป แล้วม้าจุ้นก็ยกออกจากเมืองภายหลัง

ฝ่ายจูล่งซึ่งขงเบ้งให้คุมทหารมาตั้งซุ่มอยู่ริมเชิงเขานอกเมืองเทียนซุย ครั้นรู้ว่าม้าจุ้นยกมาออกจากเมืองก็มีความยินดี ให้ทหารไปบอกเตียวเอ๊กโจอี้ซึ่งยกตามมาภายหลังให้ออกสกัดทางคอยรบม้าจุ้นจับ เอาตัวให้จงได้ แล้วจูล่งก็ยกทหารห้าพันเข้าไปถึงเชิงกำแพงเมืองเทียนซุย จึงร้องว่าเราชื่อจูล่งเปนชาวเมืองเสียงสันยกมา เองแพ้กลอุบายเราแล้วเองรู้หรือไม่ ให้เร่งเปิดประตูให้เราโดยดีอย่าให้ทหารทั้งปวงได้ความลำบาก ทหารซึ่งอยู่ในเมืองได้ยินดังนั้นก็หัวเราะว่า ท่านอย่าเจรจาทนงไปเลย ท่านแพ้ความคิดเกียงอุยแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีกเล่า

จูล่งได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ขับทหารจะให้เข้าหักเอาเมืองเทียนซุย พอเห็นเพลิงโพลงขึ้น ทหารก็โห่ร้องล้อมเข้ามาทั้งสี่ด้าน เกียงอุยก็ขึ้นม้าถือทวนควบตรงเข้ามาร้องประกาศว่า เราชื่อเกียงอุยชาวเมืองเทียนซุย จูล่งเห็นดังนั้นก็ควบม้าเข้ารบกับเกียงอุยได้เก้าเพลง จูล่งเห็นเกียงอุยมีกำลังเข้มแข็ง จึงคิดว่าในเมืองเทียนซุยแต่ก่อนมาก็มิได้สังเกตว่าจะมีทหารเอกฉนี้

ขณะนั้นม้าจุ้นก็ขับทหารล้อมรบเข้ามา จูล่งอิดโรยสิ้นกำลังลงควบม้าฟันฝ่าออกจากที่ล้อม เกียงอุยก็ควบม้าไล่ติดตามไป ถึงทางซึ่งเตียวเอ๊กกับโจอี้ออกสกัดอยู่ เตียวเอ๊กกับโจอี้ก็ควบม้าออกช่วยจูล่ง เกียงอุยเห็นดังนั้นก็ควบม้ากลับมา พอขงเบ้งมาถึง จูล่งจึงเข้าไปหาขงเบ้งแจ้งเนื้อความทั้งปวงทุกประการ

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าทหารคนนี้ชื่อใดมีสติปัญญานัก ล่วงรู้ความคิดเราได้ ชาวเมืองลำอั๋นซึ่งเข้าเกลี้ยกล่อมมาด้วยขงเบ้งนั้นจึงบอกว่า คนนี้ชื่อเกียงอุยเปนแซ่เกียง มีปัญญาหลักแหลมรู้การสงครามเปนอันมาก จูล่งจึงว่า เกียงอุยคนนี้ท่วงทีจะรบพุ่งก็ประหลาทกว่าคนทั้งปวง แล้วก็รำเพลงทวนอย่างเกียงอุยให้ขงเบ้งดู ขงเบ้งเห็นดังนั้นจึงว่า เราก็มิได้สำคัญว่าในเมืองเทียนซุยจะมีทหารเอกมีฝีมือเข้มแข็งฉนี้ แล้วขงเบ้งก็ให้ยกกองทัพไปเมืองเทียนซุย

ฝ่ายเกียงอุยกลับมาจึงว่าแก่ม้าจุ้นว่า จูล่งเสียทีแก่เราครั้งนี้เห็นจะบอกเนื้อความแก่ขงเบ้ง ๆ เห็นว่าในเมืองเรามิได้มีทหารก็จะรีบยกลอบมาตีเอา จำเราจะแยกทหารออกซุ่มอยู่นอกเมือง ข้าพเจ้าจะอยู่ทิศตวันออก ให้เลี้ยงเขียนกับอินซงคุมทหารซุ่มอยู่ทิศตวันตก ให้เลี้ยงซีคุมทหารอยู่รักษาเมือง ตัวท่านจงไปตั้งซุ่มอยู่ทิศใต้ ถ้าขงเบ้งยกทหารมาเห็นเพลิงสัญญาข้าพเจ้าแล้วก็ให้ล้อมรบเข้าจับเอาตัว ขงเบ้งให้ได้ ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จัดแจงพร้อมไว้ตามคำเกียงอุยทุกประการ

ฝ่ายขงเบ้งยกมาถึงเมืองเทียนซุยเปนเวลากลางคืน ก็ขับทหารให้เข้าโจมตี ทหารทั้งปวงแลเข้าไปในเมืองเห็นปักธงเทียวอยู่เปนอันมากก็ไม่อาจหักโหมเข้า ไป พอเวลาสองยามก็เห็นเพลิงโพลงขึ้นข้างทิศตวันออก ทหารโห่ร้องล้อมรบเข้ามา ทหารในเมืองก็ตีม้าฬ่อฆ้องกลองรับกันอึ้ออึงขึ้น ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ตกใจ พากวนหินเตียวเปาแลทหารทั้งปวงควบม้าฟันฝ่าออกจากที่ล้อมทางทิศตวันออก เห็นเกียงอุยคุมทหารออกสกัดทางแล้วจุดเพลิงไว้เปนอันมาก ก็ตกใจพาทหารหนีลัดมาค่าย

ขงเบ้งจึงให้หาทหารเมืองฮันเต๋งมาถามว่า เกียงอุยคนนี้มีสติปัญญาหลักแหลมนัก บิดามารดาอยู่ตำบลใด ทำไฉนเราจะได้ตัวมาไว้ด้วย ทหารจึงบอกว่าบิดาเกียงอุยตายแล้ว ยังแต่มารดาอยู่ ณ เมืองเอ๊กก๋วน ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงเรียกอุยเอี๋ยนมาสั่งว่า ท่านจงยกทหารไปตั้งประชิดติดเมืองเอ๊กก๋วนไว้ ถ้าเกียงอุยยกไปก็ให้ทำแพ้ออกตั้งซุ่มอยู่ ปล่อยให้เกียงอุยเข้าไปในเมือง ถ้าเกียงอุยกลับออกจากเมือง ก็ให้ยกทหารเข้าชิงเอาเมืองเอ๊กกวน แล้วแต่งกลให้ทหารปลอมเปนชาวเมืองมาทางเมืองเทียนซุย อุยเอี๋ยนก็ลาขงเบ้งยกทหารไป

ขงเบ้งจึงถามทหารเมืองฮันต๋งว่า ในแดนอันนี้ตำบลใดเปนที่สำคัญบ้าง ทหารจึงบอกว่า เมืองเซียงเท้งมีสเบียงอาหารมั่งคั่งบริบูรณ์ เมืองเทียนซุยก็อาศรัยเมืองนั้นเปนกำลัง แม้มหาอุปราชได้เมืองเซียงเท้งแล้ว เมืองเทียนซุยก็จะขัดสนสเบียงอาหารลง

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงให้จูล่งยกไปตีเมืองเซียงเท้ง แล้วก็ถอยเลื่อนออกมาตั้งค่ายมั่นอยู่ไกลเมืองเทียนซุยพันห้าร้อยเส้น ทหารชาวเมืองจึงเข้าไปบอกม้าจุ้นว่า ขงเบ้งถอยทัพเลื่อนออกไป แล้วแยกทหารเปนสามกอง ให้ไปตีเมืองเอ๊กก๋วนกองหนึ่ง เมืองเซียงเท้งกองหนึ่ง เกียงอุยได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าแก่ม้าจุ้นว่า บัดนี้ขงเบ้งยกทหารไปตีเมืองเอ๊กก๋วน มารดาข้าพเจ้าอยู่ในนั้นเกลือกจะเปนอันตราย ข้าพเจ้าจะลาท่านขอทหารกองหนึ่งยกไปช่วยป้องกันมารดา ณ เมืองเอ๊กก๋วน ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็เกณฑ์ทหารสามพันให้เกียงอุยยกไปเมืองเอ๊กก๋วน แล้วให้เลี้ยงเขียนคุมทหารสามพันยกไปเมืองเซียงเท้ง

ฝ่ายเกียงอุยยกไปถึงเมืองเอ๊กก๋วน เห็นอุยเอี๋ยนคุมทหารสกัดทางอยู่ อุยเอี๋ยนก็ควบม้าออกรบกับเกียงอุยได้เก้าเพลง อุยเอี๋ยนทำแพ้ควบม้าพาทหารหนี เกียงอุยก็ยกทหารเข้าในเมือง จัดแจงขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้มั่นคง ฝ่ายเลี้ยงเขียนยกไปถึงเมืองเซียงเท้ง เห็นจูล่งตั้งค่ายประชิดติดเมืองอยู่ จูล่งก็เปิดทางให้เลี้ยงเขียนเข้าตั้งอยู่ในเมือง

ขณะเมื่อจูล่งกับอุยเอี๋ยนยกทหารไปแล้ว ขงเบ้งจึงคิดกลอุบายให้ทหารไปเอาตัวแฮหัวหลิมมาว่าท่านถึงที่ตายแล้ว เราก็รั้งรอไว้ช้านานมิได้ฆ่าเสีย ท่านจะคิดอ่านประการใด แฮหัวหลิมได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ คำนับกราบลงกับที่อ้อนวอนขอชีวิต ขงเบ้งจึงว่า เกียงอุยทหารม้าจุ้นซึ่งไปอยู่รักษาเมืองเอ๊กก๋วน บัดนี้ให้หนังสือมาว่าให้เอาท่านเลี้ยงไว้ แล้วเกียงอุยก็สมัคมาอยู่ด้วย ท่านจะอาสาเราไปพาเกียงอุยมาจะได้หรือมิได้

แฮหัวหลิมจึงว่า มหาอุปราชอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะไปชวนเกียงอุยมาให้ได้ ขงเบ้งก็จัดแจงเสื้ออย่างดีกับม้าตัวหนึ่งให้แฮหัวหลิมรีบไปเมืองเอ๊กก๋วน แฮหัวหลิมมีความยินดีเห็นว่าพ้นเงื้อมมือขงเบ้งแล้ว ก็รีบควบม้าไปถึงกลางทาง พบทหารซึ่งอุยเอี๋ยนแต่งกลเปนชาวเมืองเอ๊กก๋วนหนีมาประมาณสิบคน ทหารนั้นจึงบอกแฮหัวหลิมว่า เกียงอุยสมัคเข้าด้วยขงเบ้ง รับอุยเอี๋ยนเข้าตั้งอยู่ในเมืองเอ๊กก๋วน อุยเอี๋ยนทำหยาบช้าให้ราษฎรชาวเมืองได้ความเดือดร้อน ข้าพเจ้ากับสมัคพรรคพวกเหล่านี้จึงพากันหนีมาจะไปเมืองเซียงเท้ง

แฮหัวหลิมจึงถามว่า บัดนี้ผู้ใดอยู่รักษาเมืองเทียนซุย ทหารนั้นจึงบอกว่า ม้าจุ้นเจ้าเมืองเก่ายังรักษาอยู่ แฮหัวหลิมได้ฟังดังนั้นก็ควบม้าจะกลับมาเมืองเทียนซุย พอทหารปลอมของอุยเอี๋ยนมาถึงอีกพวกหนึ่งทำอาการดุจหนีมาใหม่ หาบเข้าของอุ้มลูกหญิงจูงลูกชาย ทหารนั้นก็บอกเนื้อความแก่แฮหัวหลิมเหมือนทหารพวกก่อนนั้นทุกประการ

แฮหัวหลิมได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งตกใจนัก รีบควบม้ามาถึงเมืองเทียนซุย ทหารในเมืองเห็นแฮหัวหลิมมาก็เปิดประตูรับเชิญเข้าไปในเมือง ม้าจุ้นก็คำนับเชิญแฮหัวหลิมไปที่อยู่ แฮหัวหลิมก็เล่าเนื้อความซึ่งเกียงอุยสมัคเข้าด้วยขงเบ้ง แลเนื้อความซึ่งทหารบอกกลางทางนั้นให้ม้าจุ้นฟังทุกประการ

ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นก็ทอดใจใหญ่ว่า อันเกียงอุยคนนี้แต่ก่อนมาก็สัตย์ซื่อ ไม่เห็นเลยว่าจะเปนขบถคิดเอาใจออกหากฉนี้ เลงซีนายทหารจึงว่าแก่ม้าจุ้นว่า ซึ่งเกียงอุยจะไปเข้าด้วยขงเบ้งโดยจริงนั้นข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ดีร้ายเกียงอุยจะคิดกลอุบายลวงขงเบ้งดอก ม้าจุ้นได้ฟังดังนั้นจึงว่า ท่านว่านี้เราไม่เห็นด้วย เกียงอุยเปนขบถเข้าด้วยขงเบ้งมั่นคงแล้ว จึงรับอุยเอี๋ยนเข้าอยู่ในเมือง จนราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อนทิ้งบ้านเรือนเสียเที่ยวหนีเอาตัวรอด

ขณะนั้นพอเวลาพลบคํ่าขงเบ้งยกทหารเข้ามาถึงเชิงกำแพงเมืองเทียนซุย จึงแต่งทหารคนหนึ่งหน้าเหมือนเกียงอุยให้ขี่ม้าเข้าไปร้องว่า ให้เชิญแฮหัวหลิมออกมาหาเราจะสนทนาด้วยสักหน่อย แฮหัวหลิมกับม้าจุ้นขึ้นยืนอยู่บนเชิงเทิน เห็นเกียงอุยควบม้ารำทวนเข้ามาก็ตกใจ เกียงอุยปลอมจึงร้องขึ้นว่า ซึ่งเราเข้าด้วยขงเบ้งนี้ก็เพราะแฮหัวหลิม เหตุไฉนท่านมากลับถ้อยคืนคำดังนี้

แฮหัวหลิมจึงว่า ตัวเปนทหารอยู่ในแผ่นดินมิได้คิดถึงคุณพระเจ้าโจยอย คิดขบถไปเข้าด้วยขงเบ้ง แล้วยังเจรจาเอาร้ายมาใส่เราว่ากลับกลอกอีกเล่า เกียงอุยจึงร้องตอบว่า ท่านเขียนหนังสือไปถึงเราว่าให้มาสมัคเข้าด้วยขงเบ้ง เราสำคัญว่าจริงก็มา มิได้แจ้งว่าท่านจะลวงเราแต่พอเอาตัวรอดพ้นความตายฉนี้ บัดนี้ ขงเบ้งก็ชุบเลี้ยงให้เราเปนขุนนางผู้ใหญ่ แลเรารับอาสามาว่าจะตีเอาเมืองนี้ให้ขงเบ้งจงได้ แล้วเกียงอุยปลอมก็ขับทหารเข้าโจมตี แฮหัวหลิมกับม้าจุ้นก็รบพุ่งต้านทานเปนสามารถ เกียงอุยปลอมนั้นก็ถอยทหารกลับมาหาขงเบ้ง ๆ ก็ยกทหารไปเมืองเอ๊กก๋วน

ฝ่ายเกียงอุยขึ้นยืนอยู่บนเชิงเทิน เห็นขงเบ้งให้ทหารเข็นเกวียนบันทุกสเบียงมาค่ายอุยเอี๋ยนเปนอันมาก ก็คุมทหารสามพันยกออกจากเมืองตรงไปชิงเอาสเบียงขงเบ้ง ทหารซึ่งคุมเกวียนมานั้นก็แกล้งทิ้งเกวียนสเบียงเสียวิ่งหนีไปสิ้น เกียงอุยได้สเบียงอาหารเปนอันมากก็ดีใจ ยกทหารจะกลับเข้าเมืองพบเตียวเอ๊กสกัดทางอยู่ เตียวเอ๊กก็ควบม้าเข้ารบกับเกียงอุยได้เก้าเพลง พออองเป๋งยกหนุนมาถึงก็ขับทหารระดมตีเกียงอุยเปนสามารถ เกียงอุยเห็นเหลือกำลังก็ควบม้าพาทหารหนีไปจะเข้าเมือง

ขณะเมื่อเกียงอุยยกออกจากเมืองนั้น อุยเอี๋ยนเข้าชิงเอาเมืองได้ก็ให้ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เปนมั่นคง เกียงอุยกลับมาเห็นธงสำคัญซึ่งปักอยู่บนเชิงเทินนั้นเปนธงสำหรับทัพขงเบ้งก็ ตกใจ ควบม้าพาทหารประมาณสิบม้าตรงไปเมืองเทียนซุย พบเตียวเปาคุมทหารสกัดทางอยู่ เตียวเปาก็ขับทหารเข้ารบเปนสามารถ เกียงอุยเห็นเหลือกำลังก็ทิ้งทหารเสียควบม้าหนีไปเมืองเทียนซุย ก็เรียกทหารในเมืองให้เปิดประตู นายประตูจึงเอาเนื้อความไปบอกม้าจุ้น ๆ แจ้งดังนั้นจึงว่า ซึ่งเกียงอุยมานี้หวังจะลวงให้เราเปิดประตูรับ ก็ให้ทหารเอาเกาทัณฑ์ระดมยิงเกียงอุยเห็นดังนั้นก็ตกใจชักม้ากลับออกมา พอกองทัพขงเบ้งยกมาถึงเกียงอุย ก็ควบม้าหนีไปหาเลี้ยงเขียน ณ เมืองเซียงเท้ง

เลี้ยงเขียนอยู่บนเชิงเทินเห็นเกียงอุยควบม้ามาถึงก็โกรธ ร้องด่าว่าอ้ายโจร มึงเปนขบถไปเข้าด้วยขงเบ้งแล้วจะกลับมาลวงเอาเมืองกูหรือ แล้วก็สั่งทหารเอาเกาทัณฑ์ระดมยิงลงไป เกียงอุยก็ตกใจร้องไห้ควบม้าหนีไปทางเมืองเตียงอั๋น ถึงป่าชัฏแห่งหนึ่งได้ยินเสียงทหารโห่ร้องอื้ออึงอยู่ กวนหินก็สั่งทหารสกัดทางออกมา เกียงอุยเห็นดังนั้นครั้นจะเข้าสู้รบกับกวนหินกำลังก็อิดโรยนัก จึงชักม้ากลับหนีมา พอเห็นขงเบ้งขี่เกวียนน้อยพาทหารลัดทางออกมาตามเชิงเขาก็หยุดม้าอยู่

ขงเบ้งจึงร้องว่าแก่เกียงอุยว่า ท่านก็สิ้นคิดได้ความลำบากถึงเพียงนี้แล้ว เหตุไฉนจึงไม่มาอ่อนน้อมต่อเรา เกียงอุยได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่าตัวเราบัดนี้อยู่ในหว่างศึกเข้าตาจนอยู่แล้ว จะถอยหลังไปกวนหินก็ตั้งสกัดทางอยู่ ครั้นจะเข้าหาขงเบ้งบัดนี้เล่าก็จะสมร้าย ซึ่งคนนินทาว่าเปนขบถต่อเจ้า ตัวกูเปนชาติทหารจะให้ปรากฎชื่อจงได้ แล้วเกียงอุยก็โดดลงจากม้าชักกระบี่ออกจะเชือดคอตาย

ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ตกใจ ลงจากเกวียนวิ่งเข้ายึดกระบี่ไว้แล้วว่า ตัวเรานี้แต่พระเจ้าเล่าปี่ยังไม่ชุบเลี้ยงเปนคนเข็ญใจอยู่นั้น เราก็พอใจคบเพื่อนแสวงหาวิชา ก็มิได้เห็นผู้ใดที่จะมีสติปัญญาหลักแหลมเหมือนท่าน บัดนี้เรามาพบท่านก็มีความยินดีนัก ท่านไปอยู่กับเราเถิดจะได้ช่วยกันคิดอ่านทำนุบำรุงแผ่นดินให้เปนสุขสืบไป อย่าให้เสียทีที่ได้เรียนวิชาไว้

เกียงอุยได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีคำนับกราบลงกับเท้าขงเบ้ง ๆ ก็จูงมือเกียงอุยมาขึ้นบนเกวียนพากันกลับมาค่าย แล้วแต่งโต๊ะเชิญเกียงอุยเสพย์สุรา ขงเบ้งจึงปรึกษาการจะตีเอาเมืองเทียนซุยแลเมืองเซียงเท้งนั้นแก่เกียงอุย ๆ จึงว่า อินเชียงกับเลี้ยงซีซึ่งเปนนายทหารอยู่ในเมืองเทียนซุยเปนเพื่อนชอบใจกันกับ ข้าพเจ้า ๆ จะทำกลเขียนหนังสือสองฉบับ ผูกลูกเกาทัณฑ์ยิงเข้าไปให้อินเชียงกับเลี้ยงซีเปนไส้ศึกขึ้นในเมือง เราจึงยกทหารเข้าตีกระหนาบรอบนอกก็จะได้เมืองโดยง่าย

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย เกียงอุยจึงเขียนหนังสือสองฉบับผูกลูกเกาทัณฑ์ควบม้าเข้าไปถึงเชิงกำแพงแล้ว ยิงเข้าไป ทหารในเมืองได้เห็นหนังสือนั้นก็เอาเข้าไปให้ม้าจุ้น ๆ แจ้งในหนังสือก็คิดสงสัยนัก จึงว่าแก่แฮหัวหลิมว่า อินเชียงเลี้ยงซีกับเกียงอุยเปนคนชอบใจกันมาก่อน บัดนี้อินเชียงกับเลี้ยงซีจะเปนไส้ศึกขึ้น เราจะคิดอ่านประการใด

แฮหัวหลิมจึงว่า เลี้ยงซีกับอินเชียงอยู่ในเงื้อมมือเรา ๆ ให้ทหารไปเรียกลวงเอาตัวฆ่าเสีย ก็จะสิ้นเนื้อความทั้งปวง คนสนิธของอินเชียงรู้ดังนั้น ก็เอาเนื้อความไปบอกแก่อินเชียง ๆ จึงไปหาเลี้ยงซีบอกเนื้อความทั้งปวงแล้วว่า เราจะนิ่งอยู่ฉนี้ก็จะตายเสียเปล่า จำเราจะคิดอ่านออกไปสมัคอยู่ด้วยขงเบ้งจึงจะพ้นอันตราย เลี้ยงซีได้ฟังก็เห็นด้วย ครั้นเวลาคํ่าแฮหัวหลิมให้ทหารมาเชิญเปนหลายครั้ง ว่าจะปรึกษาราชการด้วย เลี้ยงซีอินเชียงก็มิได้ไป แล้วจึงปรึกษากันว่า เราจะไปบัดนี้ม้าจุ้นก็จะฆ่าเสีย จำเราจะคิดอ่านเอาตัวรอด ครั้นเวลาดึกเลี้ยงซีกับอินเชียง ก็พาทหารคนสนิธสิบคนลอบออกไป เปิดประตูรับขงเบ้งเข้ามาในเมือง แฮหัวหลิมกับม้าจุ้นเห็นกองทัพขงเบ้งยกเข้าเมืองได้ก็ตกใจ พาทหารคนสนิธร้อยหนึ่งหนีออกทางประตูตวันตกตรงไปเมืองเกียงเสีย

เลี้ยงซีอินเชียงรับขงเบ้งเข้าตั้งอยู่ในเมืองแล้วก็เกลี้ยกล่อมให้ราษฎร อยู่กินเปนปรกติ ขงเบ้งจึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่า ทำไฉนเราจะได้เมืองเซียงเท้ง เลี้ยงซีจึงว่าเลี้ยงเขียนซึ่งไปอยู่รักษาเมืองนั้นเปนน้องข้าพเจ้า ๆ จะขออาสาไปชักชวนเลี้ยงเขียนให้สมัคเอาเมืองมาขึ้นแก่ท่าน ขงเบ้งได้ฟังก็ดีใจ เลี้ยงซีก็ลาขงเบ้งไปถึงเมืองเซียงเท้ง ก็เข้าไปหาเลี้ยงเขียนพูดจาเกลี้ยกล่อมเปนอันมาก เลี้ยงเขียนก็ยอมสมัคพากันมาหาขงเบ้ง ๆ ก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่เลี้ยงซีเลี้ยงเขียนแลอินเชียงเปนอันมาก ตั้งให้เลี้ยงซีเปนเจ้าเมืองเทียนซุย ให้เลี้ยงเขียนเปนเจ้าเมืองเซียงเท้ง ให้อินเชียงเปนเจ้าเมืองเอ๊กก๋วน

ทหารทั้งปวงจึงถามขงเบ้งว่า มหาอุปราชปล่อยแฮหัวหลิมเสียด้วยเหตุสิ่งใด ขงเบ้งจึงว่าเราปล่อยแฮหัวหลิมเสียนั้น เหมือนเสียเปดตัวหนึ่ง ได้เกียงอุยมาไว้เหมือนได้หงส์ตัวหนึ่ง แต่บังทองตายแล้วก็ไม่เห็นผู้ใดที่จะมีสติปัญญาเหมือนเกียงอุยฉนี้ ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้น ก็คำนับกราบลงสรรเสริญขงเบ้ง ว่ามีสติปัญญาหาผู้เสมอมิได้ กิตติศัพท์ก็ฟุ้งเฟื่องต่อกันไป หัวเมืองทั้งปวงก็มาอ่อนน้อมต่อขงเบ้งเปนอันมาก ขงเบ้งก็มีใจกำเริบจัดแจงทหารยกไปถึงเขากิสาน จึงตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำอุยซุย

ทหารม้าใช้ก็เข้าไปเมืองลกเอี๋ยนบอกให้กราบทูล ขณะนั้นพระเจ้าโจยอยขึ้นครองสมบัติได้กึ่งปี (พ.ศ. ๗๗๐) ถึงเดือนอ้ายเสด็จออกพระที่นั่งแซ่งเตี๋ยนขุนนางผู้ใหญ่จึงทูลว่า แฮหัวหลิมไปทำการครั้งนี้เสียทีแก่ขงเบ้งหนีมาอยู่ ณ เมืองเกียงเสีย บัดนี้ขงเบ้งก็ยกทัพมาถึงเขากิสาน กองหน้าล่วงเข้ามาตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำอุยซุยฟากตวันตก จำเราจะยกทหารออกไปต้านทานแต่ไกลจึงจะได้

พระเจ้าโจยอยได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงถามขุนนางทั้งปวงว่า ผู้ใดจะอาสาออกไปทำการเอาชัยชนะขงเบ้งได้บ้าง อองลองจึงทูลว่า อันขุนนางผู้ใหญ่ซึ่งมีฝีมือเคยทำศึกแต่ครั้งพระเจ้าวุยอ๋องนั้น จะเข้มแข็งอยู่แต่โจจิ๋นผู้เดียว ขอพระองค์ให้โจจิ๋นเปนแม่ทัพยกออกไปรบ เห็นขงเบ้งจะถอยทัพไปเปนมั่นคง พระเจ้าโจยอยก็เห็นด้วย จึงให้หาโจจิ๋นเข้ามาแล้วตรัสว่า เมื่อพระเจ้าโจผีจะสิ้นพระชนม์นั้น ก็ไว้พระทัยฝากการแผ่นดินแก่ท่าน บัดนี้ขงเบ้งล่วงเข้ามาในแดนเรา ท่านลืมรับสั่งพระเจ้าโจผีแล้วหรือจึงนิ่งดูอยู่ได้

โจจิ๋นจึงทูลว่า ข้าพเจ้าก็คิดถึงพระคุณพระเจ้าโจผี ตั้งใจจะทำราชการกว่าจะสิ้นชีวิต แต่ข้าพเจ้ามาคิดเห็นว่า ตัวเปนคนสติปัญญาน้อยเห็นจะทำการไม่ตลอด อองลองจึงว่าแก่โจจิ๋นว่า ท่านเปนคนผู้ใหญ่เคยทำราชการมาแต่ครั้งพระเจ้าวุยอ๋อง ซึ่งเจรจาถ่อมตัวเปนเชิงอยู่ฉนี้ไม่ชอบ เราช่วยกันทำการอาสาแผ่นดินเถิด ตัวข้าพเจ้าคนแก่นี้อายุเจ็ดสิบหกปีแล้วก็จะยอมไปกับท่าน

โจจิ๋นได้ฟังดังนั้นจึงทูลพระเจ้าโจยอยว่า ซึ่งข้าพเจ้าทูลทั้งนี้เพราะคิดเจียมตัว ใช่จะบิดพลิ้วนั้นหามิได้ เมื่อไม่มีผู้ใดแล้วข้าพเจ้าก็จะอาสาสนองพระคุณกว่าจะสิ้นชีวิต แต่จะขอกุยห้วยเปนปลัดทัพไปด้วย พระเจ้าโจยอยก็มีความยินดี จึงตั้งให้โจจิ๋นเปนแม่ทัพ ให้กุยห้วยเปนปลัดทัพ ให้อองลองเปนที่ปรึกษา ให้คุมทหารยี่สิบหมื่น โจจิ๋นจึงให้โจจุ้นเปนแม่กองหน้า ให้จูจ้านเปนปลัด ครั้นวันดีได้ฤกษ์ก็ตั้งกระบวรแห่อย่างทัพกษัตริย์ออกจากเมือง พระเจ้าโจยอยก็เสด็จออกมาส่งถึงนอกเมือง ครั้นยกไปถึงแม่น้ำอุยซุยก็ข้ามฟากไปตั้งอยู่ข้างทิศตะวันตก

โจจิ๋นจึงปรึกษากับอองลองกุยห้วยว่า เราจะทำประการใดจึงจะได้ชัยชนะขงเบ้ง อองลองจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย เวลาพรุ่งนี้ท่านจงให้ทหารยกธงเธียวตั้งสง่าออกจากค่าย ข้าพเจ้าจะออกหน้าไปพูดจากับขงเบ้ง ตีแต่ด้วยลมปากให้ขงเบ้งพนมมือเข้าอ่อนน้อมต่อเรา แล้วให้ยกกลับไปเมืองเสฉวน มิให้ไพร่พลได้ความลำบากเลย

โจจิ๋นได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงเขียนหนังสือฉบับหนึ่งให้ทหารถือไปให้ขงเบ้ง ณ ค่ายเปนใจความว่า เวลาพรุ่งนี้ให้ยกทหารออกจากค่าย จะรบกันแต่เวลาเช้า แล้วก็สั่งทหารทั้งปวงกินอาหารเตรียมตัวไว้แต่เวลาสามยาม พรุ่งนี้จะออกรบกับขงเบ้ง ครั้นเวลาเช้าทหารทั้งสองฝ่ายก็ตีม้าฬ่อฆ้องกลองยกออกจากค่ายตั้งอยู่หน้า เขากิสานพร้อมกัน ทหารขงเบ้งเห็นทหารโจจิ๋นมีกำลังพะลังมั่นคงเข้มขันกว่าทหารแฮหัวหลิมเปนอัน มากก็คิดเกรงอยู่ ครั้นทหารทั้งสองฝ่ายประชันหน้ากันเข้า สงบเสียงม้าฬ่อฆ้องกลองแล้ว อองลองก็ขับม้าออกหน้าทหาร ให้โจจิ๋นอยู่ขวากุยห้วยอยู่ซ้าย นายทหารทัพหน้าสองทัพออกแซงอยู่คนละมุมทัพ

อองลองจึงให้ทหารม้าใช้ร้องไปว่า ให้เชิญแม่ทัพออกมานายเราจะพูดด้วยสักหน่อย ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ขึ้นเกวียน แต่งตัวอย่างมหาอุปราชให้กวนหินอยู่ขวา เตียวเปาอยู่ซ้าย จูล่งกับนายทหารทั้งปวงกองหลังยกออกหน้าทหาร แลไปเห็นนายทัพยืนม้ากั้นสัปทนเคียงกันอยู่สามม้า ขงเบ้งจึงคิดว่าทหารแก่ซึ่งอยู่กลางนั้น จะเปนที่ปรึกษาผู้ใหญ่สำหรับทัพ ให้เชิญเรามาบัดนี้เห็นจะเกลี้ยกล่อมให้เราอ่อนน้อมต่อเปนมั่นคง แล้วก็เร่งขับเกวียนออกไป ขงเบ้งจึงให้ทหารร้องไปว่านายเราออกมาแล้ว นายท่านจะพูดจาประการใดก็ให้เร่งออกมาเถิด

อองลองได้ฟังดังนั้น ก็ควบม้ามาถึงหน้าเกวียนขงเบ้ง ต่างคนต่างคำนับกันตามธรรมเนียม แล้วอองลองจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือชื่อท่านก็ช้านานอยู่แล้ว เราได้พบกันวันนี้ก็เปนบุญของเรา ฝ่ายตัวท่านเปนคนมีวิชารู้ขนบธรรมเนียมการแผ่นดินอยู่ เหตุใดจึงเข้าเปนพวกอ้ายคนพาลชาติตํ่ายกกองทัพมาฉนี้

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงตอบว่า เหตุใดท่านจึงเจรจาฉนี้ พระเจ้าเล่าปี่เปนเชื้อพระวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้ สั่งเราไว้ว่าให้กำจัดอ้ายพวกโจรศัตรูราชสมบัติเสียให้ได้ เราจึงยกกองทัพมา อองลองจึงว่า อันประเพณีการแผ่นดิน จะยึดเอาเปนเที่ยงนั้นไม่ได้ ผู้ใดมีวาสนามากได้สมบัติเรียกว่าเปนกษัตริย์ ประการหนึ่งวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้นี้แผ่นดินก็เปนอันตรายเกิดจลาจลเนือง ๆ มา เมื่อครั้งพระเจ้าเลนเต้ได้สมบัตินั้น ก็เกิดโจรโพกผ้าเหลืองทำจลาจลขึ้น ราษฎรทั้งปวงก็ได้ความเดือดร้อน ครั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้ครองราชสมบัติเล่า ตั๋งโต๊ะทำหยาบช้าต่าง ๆ แล้วก็เกิดรบกันกับลิฉุยกุยกีขึ้นกลางเมือง อ้วนสุดหนึ่ง อ้วนเลี้ยวหนึ่ง เล่าเปียวหนึ่ง ลิโป้หนึ่ง ก็เปนขบถตั้งตัวเปนเจ้าแข็งเมืองขึ้นสิ้น ราษฎรทั้งปวงก็ไม่มีความสุข ครั้งนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้เหมือนไข่ตั้งอยู่บนศิลา หากว่าพระเจ้าวุยอ๋องเจ้าเรามีบุญมาก กำจัดศัตรูให้ล่าหนีเสียได้ พระเจ้าเหี้ยนเต้แลราษฎรทั้งปวงจึงได้หลับตานอนเปนสุขมากขึ้น ฝนตกตามเทศกาลฤดู สเบียงอาหารก็บริบูรณ์มิได้ขัดสน

อนึ่งคำโบราณกล่าวไว้ว่า เกิดเปนคนในแผ่นดินให้พิเคราะห์ดูการ ถ้าเห็นผู้ใดมีบุญสมภารมาก ก็ให้เข้านอบนบเปนข้าอยู่ด้วยผู้นั้นจึงจะได้ความสุข แม้นขืนคำโบราณก็จะฉิบหายจนตัวตาย บัดนี้พระเจ้าโจยอยมีรับสั่งให้เราคุมทหารเอกพันหนึ่ง ทหารเลวยี่สิบหมื่น ยกออกมาเหมือนเพลิงไหม้ป่า พิเคราะห์ดูกองทัพท่านเหมือนหิ่งห้อยติดปลายหญ้า ถ้าจะรบพุ่งกันเข้าก็เห็นจะเปนอันตรายยับเยินไปข้างเดียว ตัวท่านเปนคนมีปัญญาหลักแหลม สาระพัดจะรู้ขนบธรรมเนียมการทั้งปวง แม้รู้จักโทษตัวซึ่งคิดผิดไปเข้ากับเล่าปี่นั้นแล้วยอมอ่อนน้อมต่อเราโดยดี เราจะกราบทูลพระเจ้าโจยอยให้ตั้งท่านเปนขุนนางผู้ใหญ่ ก็จะดีกว่าอยู่กับเล่าเสี้ยนอีก ทแกล้วทหารทั้งปวงก็จะได้ความสุขด้วย

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงหัวเราะตอบว่า ตัวท่านก็เปนขุนนางผู้ใหญ่อยู่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ก่อน ควรเจรจาให้เปนธรรมตามขนบธรรมเนียม เหตุใดจึงมาว่าฉนี้ ท่านจงนิ่งฟังเถิด เราจะว่าบ้างสักคำหนึ่ง

เมื่อครั้งพระเจ้าเลนเต้ได้เสวยราชสมบัตินั้น เพราะพวกขันทียุยงต่าง ๆ แผ่นดินจึงเปนจลาจลเกิดโจรโพกผ้าเหลืองขึ้น มาภายหลังตั๋งโต๊ะแลลิฉุยกุยกีคิดกำเริบทำการหยาบช้าต่อแผ่นดิน จนพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้ความเดือดร้อน เพราะพระเจ้าเหี้ยนเต้มิได้พิเคราะห์เอาคนชาติตํ่าช้าซึ่งมิได้มีความคิดมา ตั้งเปนขุนนาง ตัวท่านนี้เราก็รู้จักอยู่ เดิมเปนลูกตระกูลอยู่บ้านกังไฮ คนทั้งปวงนับถือว่าท่านมีสติปัญญา รู้จักคุณบิดามารดา พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงตั้งให้เปนขุนนางผู้ใหญ่ ควรท่านจะทำการสนองคุณพระเจ้าเหี้ยนเต้โดยสุจริต ช่วยกันยกย่องเชื้อพระวงศ์ขึ้นครองสมบัติจึงจะชอบ แลท่านคบคิดเข้าด้วยอ้ายโจรชิงเอาราชสมบัติฉนี้ โทษก็ผิดอยู่เปนอันมาก คนทั้งปวงซึ่งสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินก็คิดแค้นท่านนักจะใคร่ฉีกเนื้อกินเสีย ทั้งเปน ถึงเทพดาในชั้นฟ้าก็จะสังหารท่าน บัดนี้เราพิเคราะห์เห็นว่า บุญแซ่เชื้อพระเจ้าเหี้ยนเต้ยังมากอยู่ พระเจ้าเล่าปี่จึงได้เปนใหญ่ขึ้นในเมืองเสฉวนต่อพระวงศ์กันมา ตัวเรารับสั่งพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ยกกองทัพมาปราบอ้ายโจรราชสมบัติ ตัวท่านเปนคนอกตัญญูเร่งหนีซุกซ่อนไปเอาตัวรอดให้พ้นความตายเถิด อย่ามาฝืนหน้าพูดถึงการแผ่นดินเลย ให้เร่งคิดถึงตัวด้วยแก่ชราถึงเพียงนี้แล้ว จะตายไปดูหน้าวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้กะไรได้ แล้วขงเบ้งด่าอองลองว่าอ้ายโจรเฒ่า มึงเร่งกลับไปบอกอ้ายพวกขบถให้ยกกองทัพมารบจะได้เห็นฝีมือว่าผู้ใดจะแพ้แล ชนะ

อองลองได้ฟังดังนั้นก็คิดแค้นใจร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง ก็พลัดตกลงจากม้าถึงแก่ความตาย ขงเบ้งเห็นดังนั้นจึงเอาพัดชี้หน้าโจจิ๋นแล้วร้องว่า ให้ท่านเร่งจัดแจงทหารไว้ให้พร้อมเถิด พรุ่งนี้เราจึงจะออกรบกัน แล้วขงเบ้งก็กลับเข้าค่าย

โจจิ๋นก็จัดแจงศพอองลองจะส่งขึ้นไปเมืองหลวง กุยห้วยจึงว่าแก่โจจิ๋นว่า ขงเบ้งเห็นว่าเราวุ่นวายอยู่ด้วยการศพอองลอง เวลาคํ่าวันนี้เห็นจะยกทหารมาปล้นเอาค่ายเราเปนมั่นคง ขอให้ท่านแต่งทหารไปซุ่มอยู่ริมทางน้อยหลังเขากิสาน ถ้าเห็นขงเบ้งยกมาแล้วก็ให้เข้าชิงเอาค่ายให้ได้ เราจึงยกทหารออกตั้งซุ่มอยู่นอกค่าย เห็นขงเบ้งจะเสียทีแก่เราเปนมั่นคง

โจจิ๋นได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงว่าความคิดท่านนี้ต้องน้ำใจเราคิดไว้ทุกประการ จึงให้โจจุ้นกับจูจ้านยกไปตั้งอยู่หลังเขากิสานคอยทำการตามคำกุยห้วยว่า โจจิ๋นก็ให้ทหารอยู่รักษาค่ายประมาณสิบคน ขนเอาเชื้อเพลิงแลฟืนเข้าไว้ในค่ายเปนอันมาก สั่งว่าถ้าขงเบ้งมาถึงก็ให้จุดเพลิงเปนสำคัญ ครั้นเวลาคํ่าโจจิ๋นก็พากุยห้วยยกทหารออกมาซุ่มอยู่นอกค่าย

ฝ่ายขงเบ้งกลับมาค่าย ครั้นเวลาคํ่าจึงเรียกจูล่งกับอุยเอี๋ยนมาสั่งว่า เวลาค่ำวันนี้ท่านจงยกทหารไปปล้นเอาค่ายโจจิ๋นให้ได้ อุยเอี๋ยนจึงว่า โจจิ๋นเปนคนมีสติปัญญาเคยทำศึกอยู่ ซึ่งเราจะดูหมิ่นเห็นว่าโจจิ๋นสารวลอยู่ด้วยการศพอองลองจะยกไปปล้นเอาค่าย นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าโจจิ๋นจะรู้ถึงตระเตรียมไว้พร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงหัวเราะว่า เราพอใจให้โจจิ๋นรู้ตัวอีกจึงจะทำการถนัด เราพิเคราะห์ดูในความคิดโจจิ๋นนั้น เห็นจะเกณฑ์ทหารมาตั้งซุ่มอยู่หลังเขากิสานคอยชิงค่ายเราเปนมั่นคง เราจึงให้ท่านทั้งสองยกทหารไปแต่พอให้ทหารโจจิ๋นเห็น แม้ถึงค่ายแล้วก็หยุดทหารตั้งซุ่มอยู่แต่ไกล ถ้าเห็นเราจุดเพลิงสำคัญขึ้นเมื่อใด ท่านจงคุมทหารออกสกัดทางไว้ แม้ทหารโจจิ๋นแตกหนีเราไปก็ให้เปิดทางไล่ฆ่าฟันไปกว่าจะถึงค่าย โจจิ๋นก็จะเสียทีแก่เราเปนมั่นคง

ขงเบ้งให้กวนหินกับเตียวเปาคุมทหารไปตั้งซุ่มอยู่หลังเขากิสานแล้วสั่ง ว่า ถ้าเห็นโจจิ๋นแตกไปก็ให้ตามรบไปกว่าจะถึงค่าย กวนหินเตียวเปาก็ยกทหารไปทำตามขงเบ้งสั่ง ขงเบ้งจึงให้ม้าต้ายเตียวเอ๊กเตียวหงีอองเป๋งสี่นายคุมทหารออกซุ่มอยู่นอก ค่าย สั่งว่าถ้าเห็นเพลิงสำคัญก็ให้ล้อมรบเข้ามา ขงเบ้งก็ให้ทหารขนฟืนแลเชื้อเพลิงเข้าไว้ในค่ายเปนอันมาก แล้วก็พาทหารออกซุ่มอยู่หลังค่าย

ฝ่ายโจจุ้นกับจูจ้านยกไปตั้งซุ่มอยู่หลังเขากิสาน ครั้นเพลาสองยามให้ทหารไปสอดแนมดูทางหน้าเขา รู้ว่าทหารขงเบ้งยกไปตีค่ายโจจิ๋น ก็คิดว่ากุยห้วยมีสติปัญญาหลักแหลมคาดการแม่นหาผู้ใดเสมอมิได้ โจจุ้นกับจูจ้านก็รีบยกทหารมาถึงค่ายขงเบ้ง โจจุ้นจึงฟันค่ายเข้าไปก็เห็นเงียบสงัดอยู่ไม่มีทหารพิทักษ์รักษา คิดสดุ้งใจว่าขงเบ้งทำกล ก็กลับม้าจะถอยออกมา พอเพลิงโพลงขึ้นในค่าย ทหารโจจิ๋นก็แตกตื่นกันวุ่นวาย ทหารสี่นายซึ่งซุ่มอยู่นั้นก็ตีม้าฬ่อยกล้อมเข้ารบพุ่งเปนสามารถ โจจุ้นกับจูจ้านเห็นเหลือกำลังก็พาทหารม้าร้อยหนึ่งควบหนีไปตามทางใหญ่ จูล่งเห็นดังนั้นก็ยกสกัดออกมาริมทาง แล้วร้องว่าอ้ายโจร มึงจะหนีไปไหน โจจุ้นกับจูจ้านก็ตกใจรีบควบม้าฝ่าหนีออกไปจากค่าย อุยเอี๋ยนกับจูล่งก็ยกทหารไล่ตามไป

ฝ่ายทหารในค่ายโจจิ๋นเห็นโจจุ้นกับจูจ้านพาทหารควบม้าตรงเข้ามา สำคัญว่าขงเบ้งยกมาปล้น ก็จุดเพลิงสำคัญขึ้นโจจิ๋นกับกุยห้วยก็ยกทหารกระหนาบรบเข้ามา พอกวนหินเตียวเปายกตามมาถึง เห็นทหารโจจิ๋นหลงฟันกันวุ่นวายอยู่ ก็บัญจบกันเข้ากับอุยเอี๋ยนยกรบเข้าไปเปนสามทาง ฆ่าฟันทหารโจจิ๋นล้มตายแตกกระจัดกระจายกันไปแล้วก็กลับมาหาขงเบ้ง ณ ค่าย

ครั้นเพลาเช้าโจจิ๋นกับกุยห้วย ก็ยกทหารกลับเข้าตั้งอยู่ในค่ายดังเก่า จึงปรึกษากันว่า เราทำศึกกับขงเบ้งครั้งนี้ก็สิ้นความคิดอยู่แล้ว เราจะทำประการใดขงเบ้งจึงจะถอยกลับไป กุยห้วยจึงว่า อันการสงครามจะหมายชนะฝ่ายเดียวนั้นไม่ได้ ถึงจะมีฝีมือแลความคิดสักเท่าใดก็จำจะแพ้บ้างชนะบ้าง ท่านอย่าเพ่อเสียใจ ข้าพเจ้าจะให้ขงเบ้งถอยไปจงได้

กุยห้วยจึงว่า เมืองเสเกี๋ยงนอกแดนเราข้างทิศตวันตกนี้ แต่พระเจ้าวุยอ๋องยังมีพระชนม์อยู่ย่อมมีไมตรีต่อกัน เคยไปนบนอบถวายเครื่องบรรณาการ แก่เตียดลิเกียดเจ้าเมืองเสเกี๋ยงทุกปีมิได้ขาด ขอให้ท่านแต่งหนังสือไปถึงเตียดลิเกียดว่า ให้ยกทหารวกหลังมาตีเอาเมืองเสฉวน เมื่อสำเร็จราชการแล้ว เราจะแต่งเครื่องบรรณาการไปแทนคุณให้ถึงขนาด โจจิ๋นได้ฟังก็เห็นด้วย จึงแต่งหนังสือฉบับหนึ่งกับเครื่องบรรณาการให้คนสนิธถือไปให้เตียดลิเกียด ณ เมืองเสเกี๋ยง

ในเมืองเสเกี๋ยงนั้นมีขุนนางผู้ใหญ่สองคน ขุนนางสำหรับว่าราชการพลเรือนนั้นชื่อแงตั๋น ขุนนางฝ่ายทหารนั้นชื่อออดกิด ครั้นทหารโจจิ๋นไปถึงก็เข้าไปหาแงตั๋น ๆ จึงพาตัวผู้ถือหนังสือแลเครื่องบรรณาการเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเตียดลิเกียด ๆ จึงเอาหนังสือนั้นปรึกษาขุนนางผู้ใหญ่ทั้งปวง แงตั๋นจึงทูลว่า แต่ก่อนมาพระเจ้าวุยอ๋องก็เคยมาอ่อนน้อมทำไมตรีกับเราอยู่ บัดนี้โจจิ๋นทำศึกเสียทีแก่ขงเบ้งให้มาขอกองทัพเราไปช่วย ครั้นเราจะนิ่งเสียไม่เอาธุระก็ไม่ชอบ

พระเจ้าเตียดลิเกียดได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงสั่งแงตั๋นกับออดกิดว่า ท่านจงเกณฑ์ทหารยี่สิบห้าหมื่นยกไปช่วยเถิด ให้เบิกเครื่องศัสตราวุธแจกกันให้ครบตัว กับเกวียนเหล็กสำหรับรบศึกด้วย แงตั๋นกับออดกิดก็ไปจัดแจงทหารแลสเบียงพร้อมตามรับสั่ง แล้วก็ลาพระเจ้าเตียดลิเกียดยกทหารตรงไปด่านเสเป๋ง อันเจ๋งรู้ดังนั้นก็ให้ทหารรีบเอาเนื้อความไปบอกแก่ขงเบ้ง ๆ แจ้งดังนั้นจึงถามทหารทั้งปวงว่า ผู้ใดจะอาสาไปรบกับทหารเมืองเสเกี๋ยงได้บ้าง กวนหินกับเตียวเปาจึงว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาไปรบกับกองทัพเมืองเสเกี๋ยงเอง ขงเบ้งจึงว่าเจ้าทั้งสองยังไม่เคยไปทางด่านเสเป๋ง เราจะให้ม้าต้ายไปด้วย ม้าต้ายชำนาญทางนั้นเคยไปมาเนือง ๆ แล้วก็รู้ท่วงทีเมืองเสเกี๋ยง แล้วขงเบ้งก็เกณฑ์ทหารห้าหมื่นมอบให้กวนหินเตียวเปาม้าต้ายยกทหารไปถึงด่าน เสเป๋ง

กวนหินจึงพาทหารร้อยคนขึ้นไปบนยอดภูเขา เห็นกองทัพเมืองเสเกี๋ยงยกมาถึง เอาเกวียนเหล็กต่อวงเข้าเปนค่าย แล้วเอาเครื่องอาวุธปักไว้บนเกวียนดูมั่นคงสามารถ กวนหินยืนพิเคราะห์ดูอยู่ช้านานก็ไม่เห็นอุบายที่จะแก้ไขเอาชัยชนะได้ กวนหินก็กลับมาค่ายเล่าเนื้อความทั้งปวงให้เตียวเปากับม้าต้ายฟัง แล้วปรึกษาว่าเราจะคิดประการใดทหารเมืองเสเกี๋ยงจึงจะถอยกลับไป ม้าต้ายจึงว่าเวลาพรุ่งนี้เราจะยกออกไปรบดูฝีมือครั้งหนึ่งก่อน เมื่อได้ท่วงทีแล้วเราจะคิดทำการต่อไป กวนหินก็เห็นชอบด้วย

ครั้นเวลาเช้าก็จัดแจงให้ม้าต้ายเปนปีกซ้าย เตียวเปาเปนปีกขวา ตัวกวนหินเปนกองกลางยกไปค่ายทหารเสเกี๋ยง ออดกิดเห็นดังนั้นก็ให้แยกเกวียนเหล็กออกเปนสองทาง แล้วขึ้นม้าถือฆ้อนเหล็กออกยืนหน้าทหาร กวนหินก็ควบม้าออกหน้าพาทหารสามกองไล่รบเข้าไป ออดกิดก็ล่อให้กวนหินกับทหารไล่ถลำเข้าไปแล้วเอาเกวียนนั้นล้อมเข้าไว้ เตียวเปากับม้าต้ายเห็นดังนั้นก็ควบม้าหนีออกมา กวนหินกับทหารเข้าอยู่ในที่ล้อม ครั้นจะฟันฝ่าออกมาเห็นทหารเสเกี๋ยงเอาเกวียนเหล็กล้อมเข้าไว้มั่นคงเปน สามารถ จึงควบม้าขึ้นไปบนเนินเขาน้อยอันหนึ่งข้างทิศเหนือ พอออดกิดควบม้าถือฆ้อนเหล็กมีธงดำแห่หน้า ทหารติดตามมาเปนอันมาก ออดกิดจึงร้องตวาดกวนหินว่า อ้ายทหารลูกเล็กมึงจะหนีไปไหน

กวนหินเห็นดังนั้นก็ตกใจควบม้าลงจากเนินเขา พอเวลาพลบคํ่าเห็นหนองน้ำอันหนึ่งขวางหน้าอยู่ กวนหินก็ชักม้ากลับมาเข้ารบกับออดกิด กวนหินสู้ออดกิดไม่ได้ก็ควบม้าหนี ออดกิดเอาฆ้อนเหล็กตีถูกหลังม้าล้ม กวนหินพลัดตกลงในหนองน้ำ ออดกิดก็ร้องให้ทหารลงจับตัวกวนหิน ๆ ตกใจ แลขึ้นไปได้ยินเสียงทหารตื่นกันอื้ออึง แล้วเห็นออดกิดตกกระเด็นลงจากหลังม้า กวนหินชักดาบออกจะฟัน ออดกิดก็ลุยน้ำหนีไป กวนหินก็ขึ้นบกเอาม้าของออดกิดขี่ แล้วแลไปเห็นทหารผู้ใหญ่คนหนึ่งไล่ฟันทหารออดกิด จึงคิดว่าผู้ใดมาช่วยชีวิตเรา ครั้งนี้มีคุณต่อเราเปนอันมาก เราจะดูให้รู้จักไว้เมื่อสำเร็จราชการแล้วจะได้แทนคุ ณ เขา แล้วกวนหินก็ควบม้าตามมา จึงเห็นรูปกวนอูหน้าแดงคิ้วขาวห่มเสื้อเขียวใส่เกราะทองขี่ม้าเซ็กเธาว์ มือขวาถือง้าวมือซ้ายลูบหนวดลอยอยู่กลางอากาศ ก็มีความยินดีคำนับลงกับหลังม้า

อสุรกายกวนอูชี้มือไปข้างทิศตวันออกแล้วร้องว่า เจ้าเร่งออกไปทางนี้เถิด บิดาจะพาไปส่งให้ถึงค่าย แล้วรูปกวนอูก็หายไป กวนหินก็รีบควบม้าออกจากที่นั้นมาทางทิศตวันออก พบเตียวเปาคุมทหารมาคอยรับอยู่ เตียวเปาจึงถามกวนหินว่า ท่านพบบิดาหรือไม่ กวนหินจึงถามว่าเหตุใดท่านจึงรู้ เตียวเปาจึงบอกว่า เมื่อข้าหนีออกจากที่ล้อมนั้น ทหารเมืองเสเกี๋ยงติดตามมาเปนอันมาก บิดาท่านมาช่วยให้ทหารเมืองเสเกี๋ยงถอยไป แล้วสั่งข้าพเจ้าให้มาคอยรับท่านอยู่ทางนี้ กวนหินได้ฟังก็มีความยินดีเล่าเนื้อความทั้งปวงให้เตียวเปาฟังแล้วก็พากันมา ค่าย จึงปรึกษากันว่า เราจะคิดอ่านทำประการใดทหารเสเกี๋ยงจึงจะถอยกลับไป ม้าต้ายจึงว่า ทหารเสเกี๋ยงมีกำลังมากนัก เราจะเอาชัยชนะโดยลำพังตัวนั้นขัดสน ขอให้ท่านรีบไปบอกมหาอุปราชให้ยกกองทัพมาช่วย ตัวข้าพเจ้าจะคุมทหารอยู่รักษาค่าย

กวนหินกับเตียวเปาได้ฟังก็เห็นด้วย ขึ้นม้ารีบไปหาขงเบ้ง ณ ค่ายเขากิสาน บอกเนื้อความทั้งปวงทุกประการ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้น จึงให้จูล่งกับอุยเอี๋ยนคุมทหารเปนกองหน้ายกไปก่อน แล้วจัดทหารสามหมื่นพากวนหินเตียวเปาเกียงอุยเตียวเอ๊กยกไปภายหลัง ครั้นถึงค่ายม้าต้าย ขงเบ้งจึงยืนบนยอดเขา แลลงไปดูกระบวรทัพทหารเสเกี๋ยงเห็นเอาเกวียนเหล็กล้อมเข้าเปนค่าย แล้วเกณฑ์ทหารพิทักษ์รักษามั่นคงเปนสามารถ จึงคิดว่ากองทัพเมืองเสเกี๋ยงตั้งกระบวรแต่เพียงนี้ เห็นพอจะทำการเอาชัยชนะได้

ขงเบ้งกลับมาค่ายเรียกม้าต้ายกับเตียวเอ๊กมากระซิบสั่งเปนความลับ ให้ยกทหารตั้งซุ่มอยู่หลังเขา แล้วเกณฑ์ทหารให้ขุดคูไว้หน้าค่ายให้ตีแตะปิดปากคู บนแตะนั้นให้เอาฟางแลดินเกลี่ยทำเปนกลลวงไว้ ขงเบ้งจึงเรียกเกียงอุยมาถามว่า ท่านจะทำกลอุบายสิ่งใดที่จะรบเอาชัยชนะทหารเมืองเสเกี๋ยงได้บ้าง

เกียงอุยได้ฟังดังนั้นก็รู้ความคิดขงเบ้ง จึงตอบว่าทหารเหล่านี้มีฝีมือแลกำลังมากก็จริง แต่สติปัญญาน้อย หารู้ในกลสงครามไม่ แม้เราลวงโดยความคิดแล้วก็จะได้ชัยชนะเปนมั่นคง ขงเบ้งเห็นเกียงอุยรู้ถึงจึงหัวเราะ ว่าการทั้งนี้เราจะเร่งทำให้สำเร็จในฤดูหนาวน้ำค้างลงฉนี้จึงจะได้ แล้วก็ให้กวนหินคุมทหารออกไปซุ่มอยู่นอกค่ายฝ่ายทิศเหนือ ให้เตียวเปาออกซุ่มอยู่ทิศใต้ ในค่ายนั้นให้ปักธงเทียวไว้เปนอันมาก ขณะเมื่อขงเบ้งทำการนั้นเปนเทศกาลเดือนยี่ น้ำค้างลงแลไม่เห็นดินเหมือนที่นาเกลือ

ครั้นเวลาใกล้รุ่งขงเบ้งจึงให้เกียงอุยคุมทหารยกออกจากค่ายตรงไปกองทัพเส เกี๋ยง ออดกิดเห็นดังนั้นก็คุมทหารเกวียนเหล็กยกออกรบ เกียงอุยทำแพ้ควบม้าหนี ออดกิดก็ให้ทหารเกวียนเหล็กไล่ตามไปใกล้หน้าค่ายขงเบ้ง เกียงอุยก็หนีไปตามหลังค่าย ทหารซึ่งไล่ไปนั้นได้ยินเสียงกระจับปี่แลกลองม้าฬ่ออื้ออึงอยู่ในค่าย แล้วเห็นปักธงเทียวไว้เปนอันมาก กลัวว่าขงเบ้งจะทำกลก็ชวนกันมาบอกออดกิด ๆ ได้ฟังดังนั้นก็คิดสงสัยอยู่

แงตั๋นจึงว่าแก่ออดกิดว่า อันการสงครามถ้าทหารมากจะลวงเอาชัยชนะข้าศึก ก็ทำเงียบสงบไว้ดุจมีทหารน้อย ลวงเอาให้ข้าศึกไว้ใจ ถ้าทหารน้อยเห็นจะทำการเอาชัยชนะไม่ได้ ก็ทำสง่าดุจทหารมาก หวังจะให้ข้าศึกคร้ามมิให้ยกเข้าหักโหมทำอันตรายได้ ซึ่งขงเบ้งทำอาการดังนี้ชรอยทหารในค่ายนั้นน้อยจึงทำกลลวงเรา เราจำจะหักเอาค่ายขงเบ้งให้ได้จึงจะชอบ

ออดกิดได้ฟังดังนั้น ก็พากันยกทหารเดิรผ่าเข้าไปในค่ายขงเบ้ง ออดกิดเห็นขงเบ้งถือกระจับปี่ขึ้นเกวียนน้อย พาทหารม้าประมาณสิบคนหนีออกทางหลังค่าย ก็ยกทหารไล่ตามไปถึงซอกเขาหลังค่าย ขงเบ้งก็ชักเกวียนเข้าไปในป่าชัฏ แงตั๋นจึงว่าแก่ออดกิดว่า ซึ่งขงเบ้งทำฉนี้เห็นจะเปนกลแล้ว ถึงกระนั้นเราก็ไม่กลัวจะเอาชัยชนะขงเบ้งให้จงได้ พอเห็นเกียงอุยยกทหารล่อออกมาหน้าค่ายก็โกรธ จึงสั่งให้ทหารเกวียนเหล็กล้อมเข้ามา ออดกิดยกทหารไล่เข้าไป เกียงอุยก็ล่อไปตามคูซึ่งปิดไว้นั้น ออดกิดกับแงตั๋นมิได้สำคัญว่าคู เพราะนํ้าค้างปิดเปนปึกอยู่ ก็เร่งให้ทหารเกวียนเหล็กแลทหารม้าทหารเดิรเท้าล้อมระดมเข้าไปก็ตกลงในคูกล นั้นสิ้น ทหารเกวียนเหล็กซึ่งเหลืออยู่ก็ถอยกลับมาค่าย กวนหินกับเตียวเปาก็รบต้านหน้าไว้ ให้ทหารเอาเกาทัณฑ์ระดมยิง เกียงอุยกับม้าต้ายเตียวเอ๊กก็ยกทหารเปนสามทางรบสกัดหลังเข้ามา ม้าต้ายเห็นแงตั๋นขึ้นจากคูได้ ก็ควบม้าเข้าจับแงตั๋นได้ กวนหินเห็นออดกิดขึ้นจากคูได้ ก็ควบม้าไล่เข้าไปเอาดาบฟันออดกิดฅอขาดตาย แล้วก็ไล่ฆ่าฟันทหารเมืองเสเกี๋ยงล้มตายแตกกระจัดกระจายกันไป ม้าต้ายก็เอาตัวแงตั๋นมัดมาให้ขงเบ้ง ๆ ให้ทหารแก้มัดเสีย แล้วแต่งโต๊ะเชิญให้แงตั๋นเสพย์สุรา พูดจาเกลี้ยกล่อมโดยดีเปนอันมาก ขงเบ้งเห็นว่าแงตั๋นรู้คุณอ่อนน้อมต่อแล้วจึงว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยนเชื้อพระเจ้าเหี้ยนเต้ รับสั่งให้เราไปกำจัดอ้ายพวกโจรศัตรูราชสมบัติ ตัวท่านจงกลับไปทูลพระเจ้าเตียดลิเกียดเถิด ว่าอย่าให้ผูกพยาบาทเราเลย จะได้เปนไมตรีต่อกันสืบไป แล้วก็จัดแจงทหารแลเกวียนเครื่องศัสตราวุธซึ่งได้ไว้นั้นมอบคืนให้สิ้น แงตั๋นก็มีความยินดีคำนับลาขงเบ้งพาทหารยกกลับไปเมืองเสเกี๋ยง

ขงเบ้งได้ชัยชนะแล้วจึงให้ทหารถือหนังสือแจ้งเนื้อความทั้งปวงไปกราบ ทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน ณ เมืองเสฉวน แล้วจัดทหารออกเปนสามกอง ให้กวนหินเตียวเปากับอุยเอี๋ยนเปนทัพหน้า ขงเบ้งเปนทัพหลวงรีบยกไปเขากิสาน

ฝ่ายโจจิ๋นแต่ให้หนังสือไปเมืองเสเกี๋ยงแล้ว ก็ให้ทหารสอดแนมดูค่ายขงเบ้งอยู่มิได้ขาด ครั้นรู้ว่าขงเบ้งทิ้งค่ายเสียยกไปรบกับทหารเมืองเสเกี๋ยงก็มีความยินดีนัก กุยห้วยจึงว่าแก่โจจิ๋นว่า ขงเบ้งนี้เห็นจะเสียทีแก่ทหารเสเกี๋ยงมั่นคงแล้ว จำเราจะให้ทหารยกไปรบกระหนาบขงเบ้งจึงจะชอบ โจจิ๋นได้ฟังก็เห็นด้วย จึงให้โจจุ้นคุมทหารยกไปตีค่ายขงเบ้ง ทหารซึ่งรักษาค่ายนั้นก็ทำเปนแพ้ทิ้งค่ายเสียหนีไป โจจุ้นก็ไล่ตามไปถึงทางน้อยอันหนึ่ง เห็นอุยเอี๋ยนคุมทหารออกสกัดทางอยู่ อุยเอี๋ยนร้องด่าโจจุ้นว่า อ้ายโจรมึงจะหนีไปไหน โจจุ้นก็ควบม้าเข้ารบกับอุยเกี๋ยนได้สามเพลง อุยเอี๋ยนเอาดาบฟันถูกโจจุ้นตกม้าตาย จูจ้านคุมทหารหนุนโจจุ้นไปภายหลัง พบจูล่งยืนม้าขวางทางอยู่ จูล่งก็ควบม้าเข้ารบเอาทวนแทงจูจ้านตกม้าตาย โจจิ๋นกับกุยห้วยยกตามมาภายหลัง ครั้นรู้ว่าทัพหน้าเปนอันตรายก็ตกใจ รีบยกทหารจะกลับไปค่าย พอกวนหินกับเตียวเปายกมาถึงก็ขับทหารเข้าล้อมรบโจจิ๋นเปนสามารถ โจจิ๋นกับกุยห้วยเห็นเหลือกำลังก็ควบม้าฟันฝ่าออกจากที่ล้อมหนีข้ามฟากไป จึงแต่งหนังสือให้ทหารถือขึ้นไปเมืองลกเกี๋ยงแจ้งความทั้งปวงแก่พระเจ้าโจยอย ขอให้กองทัพหนุนมาช่วย

ความคิดเห็น

Name

Dynasty Warriors,46,E-book,73,การ์ตูน,17,การเมือง,67,กิจกรรม,16,เกม,155,ของสะสม,38,ข่าวสาร,113,คำคมสามก๊ก,74,เนื้อหาสามก๊ก,5,บทความ,332,แบบเรียน,8,ปรัชญา,14,เพลง,38,ภาพยนตร์,45,รูปภาพ,66,วิดีโอ,61,เว็บไซต์,13,สถานที่,21,สามก๊ก12,14,สามก๊ก13,32,สามก๊ก14,3,สามก๊ก2010,95,หงสาจอมราชันย์,13,หนังสือ,156,อาวุธ,7,แอป,45,
ltr
item
สามก๊กวิทยา : Three Kingdoms Academy: สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 71
https://1.bp.blogspot.com/-u04e7NxtN90/XWENxD8a8oI/AAAAAAAAuoA/B1Fg2Lf_kB8SaKrPnCLvMfDpia-uzM5HgCLcBGAs/s640/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588-%25E0%25B9%2597%25E0%25B9%2591.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-u04e7NxtN90/XWENxD8a8oI/AAAAAAAAuoA/B1Fg2Lf_kB8SaKrPnCLvMfDpia-uzM5HgCLcBGAs/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588-%25E0%25B9%2597%25E0%25B9%2591.jpg
สามก๊กวิทยา : Three Kingdoms Academy
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-71.html
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-71.html
true
4216477688648787518
UTF-8
โหลดเนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ดูทั้งหมด อ่านเพิ่ม ตอบ เลิกตอบ ลบ โดย หน้าแรก หน้า บทความ ดูทั้งหมด บทความที่เกี่ยวข้อง LABEL ARCHIVE SEARCH เนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ต้องขออภัยด้วยครับ กลับหน้าแรก Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec เมื่อเร็ว ๆ นี้ 1 นาทีก่อน $$1$$ minutes ago 1 ชั่วโมงก่อน $$1$$ hours ago เมื่อวานนี้ $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago มากกว่า 5 สัปดาห์ กำลังติดตาม ติดตาม เนื้อหาพิเศษส่วนนี้ ต้องปลดล้อคโดย STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network คัดลอกทั้งหมด เลือกทั้งหมด คัดลอกไว้ในคลิปบอร์ดแล้ว ไม่สามารถคัดลอกได้ กรุณากดปุ่ม [CTRL]+[C] (CMD+C บนเครื่อง Mac)