สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39

เนื้อหา

  • จิวยี่เจรจากับโลซกและขงเบ้ง 
  • จิวยี่รับอาสาซุนกวน 
  • จิวยี่เกลี้ยกล่อมขงเบ้ง
  • จิวยี่คิดฆ่าขงเบ้ง
  • จิวยี่ให้เชิญเล่าปี่มากินโต๊ะ
  • จิวยี่ให้ฆ่าคนถือหนังสือของโจโฉ 
ฝ่าย ซุนกวนเข้าไปข้างในมีความวิตกนัก มิได้เปนกินเปนนอน ให้กระสับกระส่ายอยู่ นางงอก๊กไถ้ซึ่งเปนแม่น้าจึงถามว่า แต่ก่อนมาเรามิได้เห็นที่จะกระวนกระวาย แลบัดนี้เหตุผลประการใดจึงมิได้เปนกินเปนนอน ซุนกวนจึงบอกว่า ข้าพเจ้าทุกข์ร้อนทั้งนี้เพราะรู้ข่าวว่าโจโฉยกกองทัพมาตั้งอยู่ชายทเล จะมาทำร้ายแก่เมืองเรา ข้าพเจ้าปรึกษาด้วยคนทั้งปวงก็มิได้พร้อมกัน ปรึกษาแก่งแย่งกันอยู่ บ้างจะให้ไปอ่อนน้อมแก่โจโฉนั้นก็มี ที่จะให้ต่อสู้นั้นก็มี ข้าพเจ้ามิรู้แห่งที่จะคิดเลย ครั้นจะต่อสู้โจโฉเล่า ทหารเราก็น้อยเห็นจะสู้มิได้ ครั้นจะออกไปอ่อนน้อมก็มิไว้ใจ ความสองประการนี้ข้าพเจ้าคิดมิตก จึงไม่มีความสบาย

งอก๊กไถ้จึงว่า เมื่อพี่เจ้าจะถึงแก่ความตายนั้นได้สั่งไว้ว่า การสิ่งใดข้างในมิสำเร็จก็ให้ปรึกษาไต่ถามเตียวเจียว การสิ่งใดข้างหน้ามิสำเร็จให้ถามจิวยี่ ความข้อนี้เจ้าลืมแล้วหรือ ซุนกวนได้ฟังนั้นก็รำลึกขึ้นได้สว่างหัวอก ดังว่านอนหลับตื่นขึ้น มีความยินดีหาที่สุดมิได้ จึงสั่งคนใช้ให้ไปหาจิวยี่ ณ เมืองกวนหยง คนใช้ยังมิทันไป พอจิวยี่รู้ว่าโจโฉยกกองทัพมาตั้งอยู่ชายทเลเมืองเกงจิ๋วจะมาตีเมืองกังตั๋ง ก็รีบมา

ฝ่ายโลซกแจ้งว่าจิวยี่มาถึงก็รีบไปหา แล้วแจ้งเนื้อความซึ่งซุนกวนปรึกษาหารือคิดอ่านจะต่อสู้ด้วยกองทัพโจโฉนั้น ทุกประการ จิวยี่จึงว่า การทั้งนี้ท่านอย่าวิตกเลย ไว้เปนธุระเราจะคิดอ่านกระทำการเอง ท่านจงรีบไปหาขงเบ้งมาให้พบเราหน่วยหนึ่งเถิด โลซกก็ขึ้นม้ารีบมาหาขงเบ้ง

ขณะนั้นเตียวเจียวกับโกะหยงเตียวเหียนโปจิดเข้ามาเยี่ยมจิวยี่คำนับกัน แล้ว เตียวเจียวจึงถามว่า ท่านไปทำการอยู่ ณ เมืองกวนหยงนั้นยังรู้ข่าวกิจราชการฉันใดบ้าง จิวยี่บอกว่าไม่รู้ เตียวเจียวจึงว่า บัดนี้โจโฉยกกองทัพมาตั้งอยู่ชายทเลเมืองเกงจิ๋ว ให้มีหนังสือมาเกลี้ยกล่อมซุนกวนนายเราจะให้ออกไปหาดังหนึ่งจะไม่คิดทำร้าย แต่เห็นว่าจะไม่สุจริต จะกลับทำร้ายเราเปนมั่นคง ข้าพเจ้าทั้งปวงได้ปรึกษาว่า จะให้ซุนกวนออกไปอ่อนน้อมตามประเพณี บัดนี้โลซกไปพาขงเบ้งมาว่ากล่าวนายเราจะให้ออกไปต่อสู้กับโจโฉ ทั้งโลซกก็เห็นชอบไปด้วย ข้าพเจ้าทั้งปวงมิเต็มใจ ด้วยเห็นว่าขงเบ้งคนนี้ผิดใจกันกับโจโฉ คิดอ่านจะตอบแทนแก้แค้นกันอยู่ จะเชื่อถือถ้อยคำนั้นมิได้ เนื้อความทั้งนี้ก็ยังมิตกลงกันคอยท่าท่านอยู่ บัดนี้ท่านมาถึงแล้วจงไปปรึกษาให้เห็นผิดแลชอบ

จิวยี่ได้ฟังดังนั้นจึงถามว่า ท่านทั้งปวงนี้ปรึกษาที่จะให้ออกไปคำนับโจโฉนั้น เห็นพร้อมกันแล้วหรือ เตียวเจียวจึงว่า ที่ปรึกษาทั้งปวงก็เห็นพร้อมกันสิ้น จิวยี่จึงว่า ที่จะไปคำนับโจโฉนั้นเราก็เห็นด้วย แต่ว่าเวลาวันนี้ท่านพากันกลับไปก่อนเถิด เวลาพรุ่งนี้เราจะไปหาซุนกวน จึงจะว่ากล่าวให้ตกลงกันทีเดียว ที่ปรึกษาทั้งปวงก็ลาไป เทียเภากับฮันต๋งอุยกายฝ่ายทหารทั้งปวงนั้นจึงเข้าไปหาจิวยี่คำนับแล้วบอก ว่า บัดนี้ท่านรู้หรือไม่ อันเมืองกังตั๋งนี้จะเปนของผู้อื่นแล้ว จิวยี่จึงตอบว่าเราหารู้ไม่ เทียเภาจึงบอกว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงนี้เปนข้าเก่าของบิดาซุนกวน มีความภักดีอุตส่าห์ติดตามมา สู้กระทำการรบพุ่งร้อยครั้งมิได้คิดแก่ชีวิต จนได้มาตั้งตัวอยู่ ณ เมืองกังตั๋ง แลบัดนี้นายเราเชื่อถือถ้อยคำที่ปรึกษาทั้งปวง จะเอาเมืองไปยกให้แก่โจโฉ หาความอายมิได้ ข้าพเจ้าทั้งนี้อดสูแก่ใจนักไม่เห็นด้วย ตัวท่านมาแล้ว ขอได้ว่ากล่าวแก่ซุนกวนอย่าให้กระทำตามถ้อยคำคนเหล่านั้น จงแข็งเมืองไว้ ถึงมาทว่าโจโฉยกมา ข้าพเจ้าทั้งปวงจะเอาชีวิตเปนหัวหน้าสู้รบไปกว่าจะตาย

จิวยี่จึงถามว่า ท่านทั้งปวงนี้เห็นพร้อมด้วยกันแล้วหรือ อุยกายได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นเอามือชกสีสะแล้ว่า ถึงหัวจะขาดออกก็มิขอนบนอบโจโฉเลย ทหารทั้งปวงก็ร้องขึ้นพร้อมกันว่า ข้าพเจ้าทั้งปวงก็เปนใจเดียวกันสิ้น จิวยี่จึงว่า ท่านทั้งปวงเห็นพร้อมกันดังนั้นเราก็เห็นด้วย แต่เวลานี้ท่านกลับไปก่อนเถิด พรุ่งนี้เราจะเข้าไปหาซุนกวน จึงจะว่าให้ตกลงกัน เทียเภาแลทหารทั้งปวงคำนับแล้วก็พากันออกไป

ครั้นเวลาเย็นโลซกก็พาขงเบ้งมาหาจิวยี่ ๆ ให้นั่งโดยสมควร โลซกจึงถามจิวยี่ว่า บัดนี้โจโฉคิดจะทำร้าย เราจะคำนับดีหรือจะทำประการใด ขอท่านว่าให้แจ้ง จิวยี่จึงว่า อันโจโฉทำการทั้งนี้ถือเอารับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้เปนใหญ่ ครั้นจะขัดแข็งอยู่เล่า ก็เหมือนคิดคดต่อแผ่นดิน อนึ่งทหารโจโฉก็มาก ล้วนมีฝีมือเข้มแข็งนัก ฝ่ายเราก็น้อยตัวเห็นจะสู้โจโฉมิได้ ถ้าเราออกไปนบนอบโจโฉนั้นจะมีความสุข เราเห็นฉนี้เปนมั่นคง เวลาพรุ่งนี้จะเข้าไปว่าแก่ซุนกวนให้แต่งคนออกไปคำนับตามประเพณี โลซกได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าท่านเจรจาฉนี้ผิดนัก แลแผ่นดินเมืองกังตั๋งได้ว่าราชการสืบกันมาจนถึงสามชั่วคนแล้วก็มิได้อ่อน น้อมต่อผู้ใด ครั้งนี้ท่านจะให้ออกแก่โจโฉนั้นเห็นประการใด เมื่อซุนเซ็กจะถึงแก่ความตายนั้น ก็ได้สั่งไว้แก่ท่านให้ช่วยทำนุบำรุงซุนกวนผู้น้อง หวังว่าจะให้เมืองกังตั๋งมั่นคงเหมือนได้อิงภูเขา เหตุไฉนเมื่อการมาถึงแล้วท่านจะสลัดเสียมิได้ช่วยทำนุบำรุง จะพลอยตามถ้อยคำคนสอพลอดังนี้ จิวยี่จึงว่า เมืองกังตั๋งนี้มีหัวเมืองใหญ่ขึ้นถึงหกหัวเมือง ผู้คนทั้งปวงก็มากพร้อมมูล ถ้าเราจะลงใจให้ต่อสู้โจโฉบัดนี้ ก็เหมือนหนึ่งทำให้อาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อน จะมีความคระหาติเตียนแก่เราผู้เดียว เหตุฉนี้เราจึงให้ซุนกวนออกไปคำนับโจโฉ หวังจะให้อาณาประชาราษฎรมีความสุข

ขงเบ้งเห็นจิวยี่กับโลซกถุ้งเถียงกันมิได้ตกลงก็นั่งยิ้มฟังอยู่ จิวยี่จึงว่าท่านหัวเราะเยาะข้าพเจ้าหรือ ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งข้าพเจ้าหัวเราะทั้งนี้มิได้เยาะท่านกลั้นยิ้มโลซกมิได้ เพราะมิได้รู้จักลักษณผิดแลชอบ มีแต่ปากก็เถียงท่าน โลซกจึงว่าเหตุไฉนท่านจึงหัวเราะเยาะเราว่ามิได้รู้จักลักษณสิ่งใด ขงเบ้งจึงว่า อันจิวยี่ว่ากล่าวซึ่งจะไปนบนอบต่อโจโฉนั้นเราเห็นด้วย โลซกจึงว่า เหตุใดท่านจึงมาเจรจาดังนี้เล่า ขงเบ้งจึงว่า อันโจโฉนั้นมีปัญญาความคิดสุขุมนัก รู้จัดแจงทหารในการสงครามก็ชำนาญกว่าคนทั้งปวง แลอ้วนเสี้ยวอ้วนสุดนั้นมิได้รู้จักกำลังสงครามว่าหนักแลเบา องอาจถือว่าตัวดีต่อสู้โจโฉก็ถึงแก่อันตราย เล่าปี่นายเรานั้นก็ถือทิฏฐิมานะขืนต่อสู้โจโฉ ก็ได้ความเดือดร้อนจนพลัดมาอยู่เมืองกังแฮ อันจิวยี่เปนคนมีความคิด จะผ่อนผันให้ไปคำนับโจโฉ ประสงค์จะรักษาบุตรภรรยาแลอาณาประชาราษฎรให้เปนสุขนั้นเห็นควรอยู่ โลซกก็โกรธจึงว่า ท่านว่าทั้งนี้เหมือนจูงมือเราไปให้คุกเข่าคำนับโจโฉอ้ายศัตรูแผ่นดินควร แล้วหรือ

ขงเบ้งจึงว่า ท่านอย่าโกรธเราเลย ซึ่งจะไปคำนับโจโฉนั้นเรามิให้ลำบาก จำเพาะแต่ตัวต้องข้ามน้ำข้ามทเลไปเจียวหรือ ถึงตัวท่านมิไปก็ได้เหมือนกัน ด้วยอุบายอันหนึ่งของเรา จะให้เอาแต่คนสองคนลงเรือลำหนึ่งข้ามไปหาโจโฉ ๆ ก็จะพาทหารร้อยหมื่นเลิกทัพกลับไปดอก จิวยี่จึงถามว่า ซึ่งท่านจะให้แต่คนสองคนข้ามไป ก็อาจสามารถจะให้โจโฉเลิกทัพไปนั้นฉันใดจงว่าให้แจ้งก่อน ขงเบ้งจึงบอกว่า เมื่อเรายังอยู่เขาโงลังกั๋งนั้น แจ้งว่าโจโฉให้ทำปราสาทไว้แห่งหนึ่งอยู่ริมแม่น้ำเตียงโหเปนที่สบาย แล้วจัดเอาผู้หญิงที่รูปงามมาไว้เปนอันมาก ด้วยมีน้ำใจกำเริบในมาตุคามอยู่ แล้วรู้ว่านางเตียวก๊กโล่อยู่ ณ เมืองกังตั๋ง มีบุตรหญิงสองคนรูปร่างงามหาหญิงใดเสมอมิได้ โจโฉมีน้ำใจผูกพันอยู่ได้ว่าไว้ ว่าถ้ารบเมืองกังตั๋งได้แล้วจะรับเอาหญิงสองคนนี้ไปไว้เปนที่บำเรอของตัว ถึงมาทว่าจะตายไปก็มิได้พะวักพะวนน้ำใจ ซึ่งโจโฉยกทหารมาถึงร้อยหมื่นนี้ก็เพราะปราถนาหญิงสองคนเปนเค้ามูล แม้ท่านเอาทองร้อยตำลึงไปให้นางเตียวก๊กโล่ ซื้อเอาบุตรสองคนนั้นมาส่งให้แก่โจโฉสมเหมือนความปราถนาแล้ว โจโฉก็จะเลิกทัพกลับไปเปนมั่นคง ขอท่านได้คิดอ่านปรองดองกันกระทำตามถ้อยคำข้าพเจ้าว่านี้เถิด จิวยี่จึงว่า ซึ่งโจโฉมีความผูกพันหญิงสองคนนี้ เหตุไฉนจึงจะรู้แน่ ยังมีสิ่งใดเปนสำคัญอยู่บ้าง

ขงเบ้งจึงว่า อันโจโฉรักหญิงสองคนนี้ได้ผูกเปนโคลงไว้ ข้าพเจ้าจำได้เปนสำคัญอยู่ ขงเบ้งว่าโคลงนั้นให้จิวยี่ฟังเปนใจความว่า ปารัศว์ซ้ายขวาซึ่งเราทำไว้ชื่อว่าหยกหลงกับกิมฮอง ข้าจะกอดนางสองเกี้ยวไว้ทั้งซ้ายขวา ให้มีความสุขทุกเวลามิให้อนาทรเลย จิวยี่ได้ฟังออกชื่อนางสองเกี้ยวดังนั้นก็โกรธ ดังเอาเพลิงไปจุดเข้าในหัวใจ จึงลุกขึ้นชี้มือไปฝ่ายทิศเหนือตรงเมืองเกงจิ๋ว ว่าเหม่อ้ายศัตรูแผ่นดินเถ้า มึงโอหังเจรจาประมาทกูเล่น ขงเบ้งเห็นจิวยี่โกรธดังนั้นจึงลุกขึ้นทำเปนห้ามว่า เหตุใดแผ่นดินท่านมิรัก จะมารักหญิงสองคนนี้ประโยชน์อันใด

จิวยี่จึงว่า ท่านไม่รู้หรือนางไต้เกี้ยวผู้พี่นั้นเปนภรรยาซุนเซ็กนายเรา นางเสียวเกี้ยวผู้น้องก็เปนภรรยาของเรา โจโฉเจรจาหยาบช้าทั้งนี้เราจึงโกรธ ขงเบ้งทำเปนตกใจคำนับแล้วว่าข้าพเจ้าไม่รู้เลย ซึ่งได้ว่ากล่าวทั้งนี้ผิดนักหนา ขอท่านจงได้อดโทษเถิด จิวยี่จึงว่า อ้ายศัตรูเถ้าคนนี้ข้ามิขอเหยียบแผ่นดินร่วมเลย

ขงเบ้งจึงว่า ท่านอย่าทำการด้วยโทโส จงคิดอ่านผ่อนปรนให้จงดี อันจะวู่วามตามความโกรธนั้นภายหลังก็จะเสียการไป จิวยี่จึงว่าท่านว่าทั้งนี้ก็ชอบใจอยู่ อันตัวเราก็ได้รับคำซุนเซ็กไว้แต่ก่อน ที่จะไปอ่อนน้อมโจโฉสู้ตายก็มิได้คำนับ เรามาแต่เมืองกวนหยงบัดนี้ก็คิดว่าจะมาจัดแจงการต่อสู้อยู่ แต่ว่ากำลังความคิดเราผู้เดียวเห็นจะมิสดวก ขอท่านได้อนุเคราะห์ช่วยทำนุบำรุงด้วย

ขงเบ้งจึงว่า ถ้าท่านหาความรังเกียจมิได้ จะให้ข้าพเจ้าช่วยก็พอจะได้อยู่ ผิดชอบประการใดไปภายหน้าก็จะช่วยตักเตือนตามสติปัญญา จิวยี่จึงว่า ท่านว่านี้ก็ดีแล้ว ถ้ากระนั้นเวลาพรุ่งนี้เราจะเข้าไปหาซุนกวนจะว่ากล่าวให้จัดแจงทหารให้พร้อม ยกไปกำจัดโจโฉให้ได้ ขงเบ้งกับโลซกได้ฟังดังนั้นแล้วก็คำนับลามาที่อยู่

ครั้นเวลาเช้าซุนกวนออกว่าราชการ ขุนนางฝ่ายทหารพลเรือนอยู่พร้อมกัน จิวยี่เข้าไปคำนับแล้วจึงว่า บัดนี้ข้าพเจ้าแจ้งว่าโจโฉยกกองทัพมาจะทำอันตรายแก่เมืองเรานั้น ท่านจะคิดประการใด ซุนกวนเห็นจิวยี่เข้ามาว่าดังนั้นก็มีความยินดี จึงเอาหนังสือซึ่งโจโฉให้มานั้นส่งให้จิวยี่ดู จิวยี่คลี่หนังสือออกอ่านแล้วจึงว่า อ้ายศัตรูแผ่นดินเถ้านี้คิดว่าเมืองกังตั๋งหามีคนดีที่จะรู้เท่าไม่ หวังจะเกลี้ยกล่อมให้ตายใจ ซุนกวนได้ยินดังนั้นจึงถามว่า เนื้อความทั้งนี้ท่านเห็นประการใด จิวยี่จิงว่าท่านได้ปรึกษาคนทั้งปวงแล้วหรือ เขาเห็นพร้อมกันเปนประการใด

ซุนกวนจึงว่าปรึกษายังมิตกลง ที่จะให้เราไปคำนับก็ว่า จะให้ต่อสู้ก็ว่า ความสองประการนี้แก่งแย่งกันอยู่ จึงให้เชิญท่านมาบัดนี้ หวังจะให้ว่าลงให้ขาด จิวยี่จึงว่า ซึ่งปรึกษาจะให้ไปคำนับนั้นผู้ใด ซุนกวนจึงบอกชื่อให้ฟัง จิวยี่จึงถามเตียวเจียวว่า ซึ่งท่านจะให้ไปคำนับนั้นเห็นประการใดจงว่าให้แจ้งก่อน เตียวเจียวจึงว่า ข้าพเจ้าเห็นว่าโจโฉมาปราบปรามบ้านเมืองทั้งนี้ ด้วยถือรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้เปนข้อใหญ่ อนึ่งโจโฉก็ได้เมืองเกงจิ๋วซ่องสุมผู้คนไว้เปนอันมาก เห็นมีกำลังใหญ่หลวงนักจะสู้มิได้ จึงจะให้ไปคำนับตามประเพณีก่อน ภายหลังจึงคิดอ่านผ่อนผันไปตามควร จิวยี่จึงว่า ท่านทั้งปวงมาชวนกันปรึกษาเห็นชอบพร้อมกันฉนี้แต่ล้วนคนที่ไม่เอาการ แลเมืองกังตั๋งนี้มีเจ้าเมืองสืบกันมาถึงสามชั่วคนแล้วมิได้ไปคำนับแก่ผู้ใด เหตุไฉนครั้งนี้ท่านจึงมาปรึกษาจะให้ละประเพณีเสียเพื่อประโยชน์อันใด

ซุนกวนจึงว่า เมื่อคนทั้งปวงปรึกษาฉนี้ท่านไม่เห็นด้วยนั้นจะให้ทำประการใดเล่า จิวยี่จึงว่า อันโจโฉนี้เปนที่มหาอุปราชนั้น คือเปนศัตรูแผ่นดินของพระเจ้าเหี้ยนเต้อีก แลตัวท่านก็มีปัญญาความคิดตั้งอยู่ในสัตย์สุจริต แลจะไปอ่อนน้อมแก่โจโฉอันเปนคนมิได้ตั้งอยู่ในความสัตย์นั้นจะควรหรือ อนึ่งเมืองกังตั๋งก็บริบูรณ์ด้วยเข้าปลาอาหาร ทั้งผู้คนก็พรักพร้อม ชอบแต่จะคิดกำจัดศัตรูแผ่นดินเสียอีก อนึ่งโจโฉยกกองทัพมาครั้งนี้ก็นานแล้ว ฝ่ายม้าเท้งแลหันซุยนั้นก็เปนอริเห็นจะระวังหลังอยู่ ประการหนึ่งทหารโจโฉก็เปนชาวดอนไม่สันทัดในทางเรือ ถึงจะยกมารบพุ่งก็หาถนัดไม่ แล้วก็เปนระดูแล้ง หญ้าแลฟางทั้งปวงก็เห็นไม่พอปากม้าที่จะกิน อันทหารทั้งปวงเล่าก็เปนชาวป่า จะกินอยู่ผิดสำแลงก็จะป่วยไข้เปนอันมาก กำลังก็จะน้อยลงทุกที ถึงจะทำการขับเคี่ยวไปก็เสียเปรียบเราอยู่ อันการศึกครั้งนี้ข้าพเจ้ามิได้วิตกเลย จะขออาสาท่านยกไปตั้งอยู่ปากอ่าวเมืองกังแฮกำจัดเสียให้ได้

ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็ยินดีจึงว่า ซึ่งท่านจะคิดสู้โจโฉนั้นก็เหมือนน้ำใจของข้า จิวยี่จึงตอบว่า อันตัวข้าพเจ้านี้ถึงมาทว่าจะตายในสงครามก็มิได้คิด ปรารมภ์ถึงท่านกลัวแต่จะไม่แน่นอน ซุนกวนจึงชักเอากระบี่ออกแล้วก็ฟันลงที่มุมโต๊ะประกาศเปนอาญาสิทธิ์ไว้ว่า ผู้ใดจะมาว่าให้เราไปคำนับโจโฉก็จะตัดสีสะเสีย ทำดังนั้นแล้วก็ยื่นกระบี่มอบให้แก่จิวยี่เปนแม่กองทัพหลวง ให้เทียเภาเปนปลัด ผู้ใดมิได้อยู่ในบังคับบัญชาก็ให้ตัดสีสะเสีย จิวยี่คำนับรับเอากระบี่แล้วจึงว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า บัดนี้เราได้อาญาสิทธิ์แล้ว ผู้ใดอย่าประมาทต่อหน้าที่ๆจะทำการรบพุ่งโจโฉครั้งนี้ จงไปพร้อมกันชายทเล ถ้าผู้ใดขาดช้าอยู่จะเกณฑ์เอาราชการมิทัน เราจะเอาโทษแก่ผู้นั้น ว่าแล้วก็ลาซุนกวนออกมา ครั้นมาถึงบ้านจึงให้หาขงเบ้งมาปรึกษาว่า บัดนี้นายเราก็ยอมที่จะต่อสู้ด้วยโจโฉแล้ว ขอท่านช่วยคิดอุบายที่จะทำการนั้นเถิด

ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งท่านจะให้เราช่วยคิดการนั้นก็จะเปนไรมี พอจะช่วยคิดตามสติปัญญาได้บ้างอยู่ แต่ทว่ายังมิวางใจเลย ด้วยเห็นอารมณ์นายท่านยังรวนเรนัก จิวยี่จึงว่า ท่านเห็นกระไรจึงว่าดังนี้ ขงเบ้งจึงว่า เราเห็นว่านายท่านรู้ข่าวว่าทหารโจโฉมาก ก็ปรารมภ์อยู่ว่าทหารตัวน้อยกลัวจะสู้มิได้ ขอท่านอย่าเพ่อวุ่นวายก่อน กลับเข้าไปพูดจาเอาเนื้อเอาใจนายท่านอย่าให้สดุ้งสะเทือน ให้มั่นคงแน่นอนแล้วเราจึงจะได้คิดการสดวก จิวยี่จึงว่า ท่านว่านี้ชอบอยู่ แล้วจิวยี่ก็กลับเข้าไปหาซุนกวน ๆ เห็นจึงถามว่า เวลาค่ำมืดป่านนี้ท่านเข้ามามีธุระสิ่งใดหรือ

จิวยี่จึงว่า ข้าพเจ้าจะกะเกณฑ์ทหารทั้งปวงนั้น ยังคิดแคลงใจอยู่หน่อยหนึ่ง จึงกลับเข้ามาหาท่านหวังจะใคร่รู้ว่า ท่านยังมีความวิตกสิ่งใดอยู่หรือว่าหามิได้แล้ว ซุนกวนจึงว่า ซึ่งท่านกลับมาถามเราทั้งนี้ดีอยู่แล้ว เราก็ยังมีความวิตกอยู่หน่อยหนึ่ง ด้วยโจโฉมีทหารมาก ฝ่ายเราน้อยตัวนักกลัวจะสู้มิได้จะเสียการไป

จิวยี่จึงว่า นี่แลข้าพเจ้ามาบัดนี้หวังจะชี้แจงให้ท่านเข้าใจ ด้วยโจโฉให้มีหนังสือมาว่ามีทหารถึงร้อยหมื่นนั้น ความข้อนี้หาจริงไม่ เปนกลอุบายฬ่อลวงดอก อันทหารโจโฉนั้นมีอยู่แต่สิบห้าสิบหกหมื่น ทั้งได้ทหารอ้วนเสี้ยวมาเปนชเลยด้วย ถึงว่าจะยกมาทำการก็จะวิตกไปไยแก่ทหารอ้วนเสี้ยวอันเปนคนจำใจ คิดแต่จะออกจากโจโฉอยู่ทุกเช้าค่ำ แม้จะทำการก็มิเต็มมือ อนึ่งทหารโจโฉก็มาทางไกลสารพัดจะขัดสน เราอยู่ใกล้สเบียงอาหารก็บริบูรณ์ทุกสิ่งหรือจะสู้มิได้ ถึงจะมากก็เหมือนน้อย ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะขออาสาเอาทหารไปแต่ห้าหมื่น จะคิดทำการกำจัดโจโฉเสียให้ได้ ซุนกวนได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ ยกมือลูบหลังจิวยี่แล้วจึงว่า ซึ่งท่านชี้แจงให้เราสิ้นสงสัยบุญคุณนักหนา นี่หากว่าได้ท่านช่วยอุปถัมภ์ แต่เตียวเจียวหาเปนที่พึ่งได้ไม่ แต่นี้ไปเรามิได้มีความวิตกแล้ว ท่านกับเทียเภาโลซกจงเร่งจัดแจงทหารรีบยกไปเถิด ตัวเราจะยกทหารอุดหนุนไป ถ้าขัดสนประการใดจงให้คนรีบมาบอกเรา ตัวเราจะยกเข้าต่อสู้โจโฉเอง จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็คำนับแล้วลาออกมา จึงคิดว่าขงเบ้งนี้พูดจาหลักแหลมนัก ล่วงรู้น้ำใจนายเราไปก่อนเราอีกเล่า อนึ่งจะคิดการสิ่งใดก็ดูเหมือนจะข้ามสีสะเราเสียได้ ครั้นจะนิ่งไว้บัดนี้นานไปก็จะเปนศัตรู จำจะกำจัดเสียให้ได้ แล้วให้หาโลซกเข้ามาบอกความลับซึ่งจะคิดฆ่าขงเบ้งเสียนั้นให้ฟังทุกประการ

โลซกจึงว่า ท่านคิดนี้มิชอบ ด้วยโจโฉยกมาจะทำร้ายแก่เรายังกำจัดเสียมิได้ แลเมื่อท่านฆ่าขงเบ้งเสียแล้ว การสงครามจะติดพันไปเบื้องหน้า แต่ตัวท่านผู้เดียวหามีผู้จะช่วยคิดอ่านไม่จะมิหนักอกนักหรือ อันขงเบ้งนี้มีสติปัญญาพอจะช่วยท่านได้ อนึ่งจูกัดกิ๋นพี่ชายก็อยู่ในเมืองกังตั๋ง ถ้าให้ไปว่ากล่าวชักชวนเอามาไว้ทำราชการด้วยเราจะมิดีหรือ จิวยี่ได้ฟังดังนั้นเห็นชอบด้วย ครั้นเวลาเช้าจึงให้หาขุนนางเข้ามาพร้อมกันในที่ปรึกษา ขณะนั้นเทียเภามีความน้อยใจ ว่าตัวเราเปนผู้ใหญ่สูงอายุ จิวยี่เปนเด็กขึ้นนั่งที่สูง จะให้เราเปนผู้ใหญ่นี้น้อยหน้าไปนั่งปรึกษาราชการด้วยในที่ต่ำ ก็ให้บุตรมาแทนบอกว่าป่วยอยู่

จิวยี่จึงว่าแก่ขุนนางทั้งปวงว่า กองทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก อันเราจะคิดอ่านทำการนั้นจะโลเลมิได้ ท่านทั้งปวงจะทำการด้วยเรา ใครอย่าเกียจคร้านย่อหย่อน ถ้าผู้ใดมิเต็มใจเขม้นทำการเราก็จะตัดสีสะเสียตามพระอัยการศึก แล้วจิวยี่ก็ตั้งให้อุยกายฮันต๋งเปนกองหน้าคุมทหารลงเรือรบพร้อมไว้ จึ่งให้เจียวขิมจิวท่ายคุมทหารกองหนึ่ง ให้เล่งทองพัวเจี้ยงคุมทหารกองหนึ่ง ให้ไทสูจู้ลิบองคุมทหารกองหนึ่ง ให้ลกซุนตังสิดคุมทหารกองหนึ่ง ตั้งลิหองจูตีคุมทหารเปนกองสอดแนม

ครั้นจิวยี่จัดแจงนายทัพนายกองสำเร็จแล้วจึงสั่งว่า ท่านทั้งปวงจงเร่งไปตระเตรียมให้พร้อมมูลกัน ถ้าได้ฤกษ์แล้วเราจะยกกองทัพไปปากอ่าวเมืองสำกั๋ง นายทัพนายกองทั้งปวงก็คำนับลาออกมาจัดแจงทหารตระเตรียมไว้พร้อมตามคำจิวยี่ สั่ง

ฝ่ายเทียจู๋บุตรเทียเภา เห็นจิวยี่จัดแจงทหารทัพบกทัพเรือดังนั้น ก็เอาเนื้อความมาบอกเทียเภาผู้เปนบิดาทุกประการ เทียเภาได้แจ้งดังนั้นก็ตกใจเอามือลูบอกเข้า ว่าจิวยี่นี้กูคิดว่าเปนเด็กมิได้รู้สิ่งใด กลับรู้ดีกว่าผู้ใหญ่อีกเล่า ทั้งมีสติปัญญาสามารถจัดแจงทหารวางกองทัพถูกที่ตามขบวรศึก สมควรที่จะเปนแม่ทัพหลวงได้ แลตัวกูมาคิดประมาทดังนี้ผิดมิควร เทียเภาก็ไปหาจิวยี่ถึงที่อยู่ แล้วจึงขอขะมาว่าข้าถือทิฏฐิมานะว่าเปนผู้ใหญ่ ประมาทท่านสำคัญว่าเปนเด็ก มิได้มาปรึกษาราชการคำนับท่านนั้นผิดนักหนา ขอท่านได้อดโทษแก่ข้าพเจ้าเถิด จิวยี่หัวเราะแล้วจึงว่า ซึ่งท่านประมาทนั้นข้าพเจ้าหาถือโทษไม่อย่าวิตกเลย เทียเภาได้โอกาศดังนั้นแล้วก็ลามา

ครั้นเวลาเช้าจิวยี่ให้หาจูกัดกิ๋นเข้ามาแล้วว่า ขงเบ้งน้องท่านเปนคนมีสติปัญญา เหตุใดจึงไปฝากตัวด้วยเล่าปี่นั้นหาควรไม่ ชอบแต่จะมาอยู่ด้วยซุนกวนนายเรา ก็จะมียศฐาศักดิ์เปนสุขอีก ท่านจงไปว่ากล่าวปลอบโยนขงเบ้งน้องท่านให้ทิ้งเล่าปี่เสียเถิด มาอยู่ทำราชการแผ่นดินเดียวกันกับเรา ทั้งตัวท่านก็อยู่ที่นี่ พี่น้องจะได้เห็นหน้ากันเช้าค่ำจะมิดีหรือ จูกัดกิ๋นจึงว่า ข้าพเจ้ามาอยู่ด้วยซุนกวนนี้ก็ยังหามีความชอบสิ่งใดไม่ ถ้ากระนั้นข้าพเจ้าจะไปว่ากล่าวน้องข้าพเจ้าให้มาอยู่ด้วยท่านเปนความชอบไว้ จูกัดกิ๋นคำนับแล้วก็ขึ้นม้ารีบมาหาขงเบ้งถึงที่อยู่ ขงเบ้งเห็นจูกัดกิ๋นผู้พี่มาดังนั้นก็ดีใจออกไปคำนับแล้วพากันเข้ามาข้างใน ต่างคนต่างก็ร้องไห้รักกันด้วยจากมาช้านาน

จูกัดกิ๋นจึงถามขงเบ้งว่า แปะอี้ซกแจ๋แต่ก่อนนั้นท่านรู้หรือไม่ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็รู้ว่าจิวยี่แสร้งใช้ให้มาเกลี้ยกล่อม จึงว่าแปะอี้ซกแจ๋[๑]เปน คนโบราณนั้นจะเอามาว่าใย จูกัดกิ๋นจึงว่า เจ้าว่าดังนี้เหมือนหนึ่งหาคิดถึงพี่น้องไม่ อันแปะอี้ซกแจ๋พี่น้องสองคนนี้เกิดร่วมท้อง กินนมร่วมถัน ถึงจะไปทำราชการก็มิได้แยกย้ายกันอยู่ ถึงจะตายที่ไหนก็ตายด้วยกัน เพราะสามารถความรัก อันเจ้ากับพี่เกิดมาด้วยกัน แลทำราชการต่างคนต่างอยู่ มิได้เห็นหน้ากันทุกเช้าค่ำ ไม่เหมือนประเพณีพี่น้องแต่ก่อน มิได้ความอัปยศแก่เขาหรือ

ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งพี่ว่าทั้งนี้ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ๆ เราพี่น้องเกิดในแผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้ ควรที่จะถือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ข้าพเจ้าจึงสู้ไปอยู่ด้วยเล่าปี่ เพราะว่าเปนเชื้อสายของพระเจ้าเหี้ยนเต้ หวังมิให้เสียประเพณีโบราณ เหตุใดตัวพี่จึงทิ้งแผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้เสีย มาอยู่ในเมืองกังตั๋งนี้ให้ไกลพี่น้องทั้งปวงหาความอาลัยมิได้ ควรพี่จะทิ้งเมืองกังตั๋งเสีย ไปอยู่ทำราชการด้วยข้าพเจ้าจะได้เห็นหน้ากันอีก ฝ่ายจูกัดกิ๋นได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่า ตัวเราอาสามาหวังจะเกลี้ยกล่อมขงเบ้ง บัดนี้ขงเบ้งกลับเกลี้ยกล่อมเราอีกเล่า จนใจไม่รู้ที่จะว่ากล่าวประการใด จึงกลับมาบอกจิวยี่ตามขงเบ้งว่าทุกประการ

จิวยี่แจ้งดังนั้นก็มิได้ว่าประการใด จึงไปลาซุนกวนว่า ข้าพเจ้าจะขออาสายกกองทัพไปรบด้วยโจโฉ ซุนกวนจึงว่าท่านเร่งยกไปจัดแจงไว้ให้พร้อมเถิด เราจะยกกองทัพหนุนไปเมื่อภายหลัง จิวยี่ก็คำนับลาซุนกวนออกมาจัดแจงทหารแล้วชวนขงเบ้งว่า ทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวง น้ำใจเรานี้จะใคร่ชวนท่านไปด้วย ขงเบ้งแจ้งดังนั้นก็มีความยินดี จึงรับว่าข้าพเจ้าจะไปด้วยท่าน จิวยี่ก็พาขงเบ้งลงเรือรบลำเดียวกันไป อันเทียเภาโลซกนั้นเปนปลัดกองคุมทหารเปนอันมาก แล้วยกกองทัพข้ามอ่าวไปถึงปากน้ำเมืองกังแฮ ทางไกลปากน้ำสำกั๋งหกร้อยเส้น จิวยี่จึงให้หยุดกองทัพเรือทอดไว้ แล้วให้ทหารขึ้นบกตั้งค่ายรายกันไปตามทางตวันตก ขงเบ้งนั้นจึงลงเรือน้อยทอดอยู่ใกล้เรือรบแม่ทัพ

จิวยี่จึงให้หาขงเบ้งขึ้นมาบนเรือรบแล้ว แกล้งปรึกษาหวังจะให้ขงเบ้งไปให้โจโฉจับฆ่าเสีย จึงว่าเมื่อครั้งโจโฉรบกับอ้วนเสี้ยวนั้น โจโฉมีทหารน้อยกว่าอ้วนเสี้ยวเปนอันมาก แลโจโฉทำการสงครามชนะอ้วนเสี้ยวนั้น เพราะเหตุด้วยฟังคำเขาฮิวบอกให้ไปตีสเบียงตำบลอัวเจ๋าได้ ครั้งนี้โจโฉยกมาทหารมากถึงร้อยหมื่นเศษ อันทหารเรายกมาบัดนี้ห้าหมื่นเศษ เห็นจะรบเอาชัยชนะโจโฉนั้นขัดสน จำจะคิดอ่านให้ทหารไปตัดสเบียงโจโฉเสียให้ได้ก่อนจึงจะทำการรบพุ่งโจโฉได้ บัดนี้โจโฉซ่องสุมสเบียงไว้ ณ เขากีสานแดนเมืองซงหยง อันตัวท่านนี้ก็อยู่ในแดนเมืองซงหยง แล้วชำนาญทางป่าเขาทุกตำบล อันการสงครามครั้งนี้เล่าไซ้ จะเปนการซุนกวนนายเราฝ่ายเดียวหามิได้ ก็เปนการของเล่าปี่ผู้นายท่านด้วย เราจะเกณฑ์ทหารให้ท่านพันหนึ่งเร่งยกทัพกลับไปบอกแก่เล่าปี่ ของเอากวนอูเตียวหุยจูล่งรีบยกไปตัดเอาสเบียงโจโฉเสียให้ได้ เราจะได้คิดการรบพุ่งสดวก

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่า ซึ่งจิวยี่ให้มาเกลี้ยกล่อมเราไม่สมความคิดแล้ว จะแกล้งให้เราไปนี้หวังจะให้โจโฉจับเราฆ่าเสีย ครั้นเราบิดพลิ้วอยู่ไม่ไปบัดนี้จิวยี่ก็จะติเตียนว่ากลัวโจโฉ ครั้นเราจะไปเล่าจิวยี่ก็จะหัวเราะเยาะว่ารู้ไม่เท่า แต่จำเราจะรับไว้ก่อนจึงจะค่อยคิดกลอุบายแก้ตัวให้ได้ แล้วก็รับคำลากลับมาเรือน้อย

โลซกจึงถามจิวยี่ว่า ซึ่งท่านจะให้ขงเบ้งไปตีสเบียงโจโฉนั้น ท่านคิดเห็นจะได้การอย่างไร จิวยี่จึงตอบว่า เราคิดจะฆ่าขงเบ้งเสียก็กลัวความคระหานินทา จึงแกล้งใช้ขงเบ้งไปตีสเบียงหวังจะยืมอาวุธโจโฉให้ฆ่าขงเบ้งเสีย สืบไปภายหน้าเราจึงจะไม่มีภัย แล้วคนทั้งปวงก็จะไม่ติเตียนเราได้ โลซกจึงว่า ข้าพเจ้าจะขอไปดูท่วงทีกิริยาขงเบ้งว่าจะรู้ตัวหรือไม่ แล้วก็ลาจิวยี่ไปเรือขงเบ้ง เห็นหน้าตาขงเบ้งไม่มีความทุกข์ร้อน จัดแจงผู้คนซึ่งจะไปนั้นเปนปรกติอยู่ โลซกมีความสงสารขงเบ้งจึงถามว่า ซึ่งจิวยี่จะให้ท่านไปตีสเบียงโจโฉนั้นท่านเห็นจะได้การอยู่หรือ

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า อันตัวเรานี้ชำนาญการสงครามทั้งทางบกทางเรือแลกระบวรม้ากระบวรรถทั้งสี่ อย่างนี้สันทัดสิ้น อันในเมืองกังตั๋งนี้หาคนชำนาญรบบกน้อยตัวนัก ชำนาญการสงครามแต่ข้างเรือรบ ถึงตัวจิวยี่ก็เหมือนกัน โลซกจึงว่าเหตุใดท่านจึงว่าจิวยี่ชำนาญแต่การเรือ ขงเบ้งจึงตอบว่า เราได้ยินเด็กๆ ในเมืองกังตั๋งทำเพลงว่า ตัวท่านชำนาญการสงครามฝ่ายบก อันจิวยี่นั้นได้แต่ฝ่ายเรือท่าเดียว เราจึงคิดว่าธรรมดาเปนชาติทหาร จำเรียนไว้ให้ครบทุกอย่างจึงจะควร โลซกจึงเอาคำขงเบ้งนั้นมาบอกแก่จิวยี่ทุกประการ จิวยี่แจ้งดังนั้นก็โกรธจึงว่า ขงเบ้งนี้พูดจาดูหมิ่นเราว่าไม่ชำนาญการบก ครั้นเรามิไปบัดนี้ขงเบ้งก็จะซ้ำติเตียน เราอย่าให้ขงเบ้งไปเลย เราจะคุมทหารหมื่นหนึ่งยกไปตัดสเบียงโจโฉเสียเอง โลซกได้ฟังดังนั้นก็กลับมาบอกขงเบ้งตามคำจิวยี่ว่าทุกประการ

ขงเบ้งก็หัวเราะแล้วว่า อันความคิดจิวยี่นั้นใช่จะใช้เราโดยสุจริตหามิได้ แกล้งจะให้เราไปตายด้วยฝีมือแลความคิดโจโฉ ซึ่งเราว่าจิวยี่ไม่สันทัดการบกนั้นเพราะจะแกล้งยั่วใจจิวยี่ หวังจะให้แจ้งว่าเรารู้เท่าอยู่ ครั้งนี้เราคิดจะให้ซุนกวนกับเล่าปี่คิดการเปนใจเดียวกันอีก เราทั้งปวงผู้เปนบ่าวจะตั้งใจประนอมช่วยคิดการจึงจะสำเร็จ เหตุใดจิวยี่จึงมาคิดร้ายต่อเราฉนี้ การของนายเราจะมิเสียไปหรือ ประการหนึ่ง อันความคิดโจโฉนั้นชำนาญการสงครามนัก มักทำกลศึกต่างๆ มีตัดสเบียงอาหารเปนต้น ซึ่งโจโฉยกมาครั้งนี้ก็จะคิดอ่านป้องกันสเบียงอาหารเปนสามารถ ถ้าจิวยี่จะยกไปเห็นจะเสียทีแก่โจโฉ ท่านจงไปว่ากล่าวแก่จิวยี่ให้คิดรบพุ่งป้องกันแต่ฝ่ายเรือ ด้วยทหารโจโฉนั้นชำนาญแต่การบก ไม่สันทัดการเรือ แม้กองทัพเราต้านทานรบพุ่งอยู่ข้างเรือให้ทหารโจโฉบอบช้ำแล้ว จึงคิดกลอุบายให้โจโฉเสียทีแก่เราจงได้ โลซกได้ฟังดังนั้นก็สรรเสริญขงเบ้งว่า รู้การลึกซึ้งหาผู้ใดเสมอมิได้

ครั้นเวลาค่ำโลซกจึงเอาเนื้อความไปบอกจิวยี่ทุกประการ จิวยี่แจ้งดังนั้นก็สั่นสีสะแล้วว่า อันความคิดขงเบ้งนั้นลึกซึ้งหลักแหลมยิ่งกว่าเราสิบส่วน แม้เราไม่คิดอ่านกำจัดเสียให้ได้ ภายหน้าไปก็จะเปนศัตรูแก่เราใหญ่หลวง โลซกจึงพูดเอาใจว่า บัดนี้การสงครามก็มีอยู่ ท่านจะมาทำดังนี้ไม่ควร แม้ขงเบ้งวุ่นวายไป ความคิดแลกำลังเราก็จะน้อยลง เห็นเมืองกังตั๋งจะเปนอันตราย จงคิดอ่านรบพุ่งให้ได้ชัยชนะโจโฉแล้ว ภายหลังถึงจะทำการประการใดก็จะได้โดยง่าย จิวยี่เห็นชอบด้วยก็ให้ตั้งทัพเรือมั่นอยู่

ฝ่ายเรือกองตะเวนเมืองกังแฮจึงเอาเนื้อความไปบอกแก่เล่าปี่ให้แจ้ง เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็คิดว่ากองทัพเมืองกังตั๋งยกมาจะทำสงครามด้วยโจโฉ เล่าปี่จึงจัดแจงทหารในเมืองกังแฮนั้นให้สิ้นเชิง แล้วยกออกจากเมืองกังแฮไปตั้งอยู่ตำบลแฮเค้า ปรึกษากับทหารทั้งปวงว่า ขงเบ้งไปเมืองกังตั๋งเราก็ยังไม่รู้ข่าวว่าดีแลร้ายประการใด บัดนี้กองทัพเรือเมืองกังตั๋งยกมาทอดอยู่ ณ ปากน้ำเมืองนี้ ผู้ใดจะอาจสามารถไปฟังข่าวขงเบ้งดูให้รู้ดีแลร้ายได้ บิต๊กจึงว่าข้าพเจ้าจะขออาสาไป เล่าปี่จึงจัดแจงเข้าของไปคำนับจิวยี่หวังจะได้ฟังข่าวขงเบ้งด้วย บิต๊กก็รับของทั้งปวงแล้วลงเรือล่องไปถึงกองทัพเรือจึงขึ้นไปหาจิวยี่แล้ว บอกว่า ของทั้งนี้เล่าปี่ให้มาแก่ท่านให้แจกทหาร จิวยี่มีความยินดีให้รับของทั้งปวงนั้นไว้ บิต๊กจึงว่าบัดนี้เล่าปี่สั่งมาว่า ขงเบ้งมาอยู่นี่ก็นานแล้วจะให้รับกลับไป จิวยี่จึงตอบว่าการสงครามก็มีอยู่ อันขงเบ้งมาอยู่ที่นี่ด้วยจะได้ช่วยคิดการศึกรบพุ่งโจโฉ ซึ่งเล่าปี่จะให้ขงเบ้งกลับไปนั้นยังไม่ได้ก่อน อันตัวเรานี้ก็มีใจรำลึกถึงเล่าปี่อยู่ ครั้นเราจะไปหาเล่าตัวเราก็เปนแม่ทัพ จะป่วยการบังคับบัญชาทหาร ท่านจงรีบกลับไปบอกเล่าปี่เชิญให้มาหาเราจะได้ปรึกษาการสงครามด้วย บิต๊กรับคำนับแล้วลากลับไป

โลซกจึงถามจิวยี่ว่า ท่านจะให้เล่าปี่มาหานั้นจะประสงค์สิ่งใด จิวยี่ตอบว่า อันน้ำใจเล่าปี่นั้นมิได้รู้คุณคน แม้จะสมัคสมานด้วยเล่าปี่ นานไปก็จะทำร้ายแก่เรา จำจะคิดอ่านกำจัดเสียแต่กำลังยังน้อยอยู่ดีกว่า เหมือนหนึ่งเราฆ่าโจรเสียคนหนึ่ง ทรัพย์เราจึงจะคงอยู่ แล้วจิวยี่ก็ขึ้นไปอยู่ในค่าย จึงลอบจัดทหารซึ่งมีฝีมือห้าสิบคนถืออาวุธซ่อนอยู่ในฉากแล้วสั่งว่า เมื่อเล่าปี่จะมากินโต๊ะด้วยเรา แม้ท่านทั้งปวงได้ยินเสียงเราทิ้งจอกสุราลงเมื่อใดก็ให้ตรูกันออกมาจับเล่า ปี่ฆ่าเสีย ฝ่ายบิต๊กมาถึงเล่าปี่จึงบอกเนื้อความทั้งปวงแล้วว่า บัดนี้จิวยี่ให้เชิญท่านไปหา เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็จัดแจงลงเรือจะไปหาจิวยี่ กวนอูจึงว่าแก่เล่าปี่ว่าซึ่งท่านจะไปหาจิวยี่นั้นไม่ชอบ ด้วยจิวยี่เปนคนเจ้าความคิดเกลือกจะทำร้ายแก่ท่าน อนึ่งขงเบ้งก็ยังมิได้มีหนังสือบอกมาว่าดีแลร้าย ขอท่านจงยับยั้งฟังดูก่อน

เล่าปี่จึงว่า เรากับซุนกวนจะเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันคิดอ่านกำจัดโจโฉเสีย บัดนี้จิวยี่เปนแม่ทัพให้มาเชิญเราไปจะปรึกษาราชการด้วย ซึ่งจะมิไปนั้นซุนกวนกับเราก็จะแคลงใจกัน การนั้นก็จะเสียไป กวนอูจึงว่า แม้ท่านไม่ฟังจะไปให้ได้ข้าพเจ้าจะขอไปด้วยจะได้ป้องกันอันตราย เล่าปี่จึงสั่งให้เตียวหุยกับจูล่งอยู่รักษาค่าย แล้วพากวนอูกับทหารสิบเอ็ดสิบสองคนลงเรือไปถึงกองทัพจิวยี่ เล่าปี่เห็นเรือรบแลค่ายตั้งเปนขบวรเข้มขันอยู่ก็มีความยินดี ทหารเอาเนื้อความไปบอกว่าเล่าปี่มาแล้ว จิวยี่จึงถามว่าเล่าปี่มานั้นมีทหารมากน้อยเท่าใด ทหารนั้นจึงบอกว่า เล่าปี่ลงเรือน้อยมากับทหารประมาณยี่สิบคน จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วคิดว่า เล่าปี่จะถึงแก่ความตายเพราะความคิดเราในวันนี้ จึงให้จัดแจงทหารซึ่งสั่งไว้นั้นพร้อมแล้วก็ออกมารับเล่าปี่ถึงนอกค่าย คำนับกันตามธรรมเนียมแล้ว จิวยี่ก็พาเล่าปี่กวนอูกับทหารนั้นเข้าไปในค่าย แล้วเชิญให้เล่าปี่กินโต๊ะ เล่าปี่จึงว่าแก่จิวยี่ว่า ตัวท่านนั้นคนทั้งปวงลือชาปรากฎว่ามีความคิดแลฝีมือเปนอันมากทั้งเปนแม่ทัพ ด้วย จะมานับถือข้าพเจ้าซึ่งเปนคนบุญน้อยนี้ไม่ควร

ขณะนั้นขงเบ้งพอเดินขึ้นมาถึงริมค่าย รู้ว่าเล่าปี่มาหาจิวยี่กำลังกินโต๊ะอยู่ด้วยกันในค่ายดังนั้นก็ตกใจ ขงเบ้งจึงเข้าไปลอบดูเห็นหน้าจิวยี่นั้นตึงโกรธอยู่ แล้วเห็นทหารในฉากนั้นซุบซิบกันอยู่ก็ยิ่งตกใจเปนอันมาก แต่เห็นกิริยาเล่าปี่นั้นพูดจารื่นเริงอยู่ ทั้งกวนอูก็ยืนถือกระบี่อยู่ข้างหลัง ขงเบ้งก็ค่อยคลายใจคิดเห็นว่าเล่าปี่จะไม่เปนอันตราย แล้วก็กลับมาคอยเล่าปี่อยู่ริมน้ำ

ขณะเมื่อจิวยี่เสพย์สุรากับเล่าปี่นั้น เห็นกวนอูยืนถือกระบี่อยู่ข้างหลังเล่าปี่ จิวยี่จึงถามว่าทหารคนนี้ชื่อใด เล่าปี่จึงบอกว่ากวนอูเปนน้องข้าพเจ้า จิวยี่จึงถามว่า คนนี้หรือซึ่งไปอยู่ด้วยโจโฉได้อาสาฆ่างันเหลียงบุนทิวทหารอ้วนเสี้ยวเสีย เล่าปี่ก็รับคำว่าคนนี้แหละ จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเหื่อไหลซิกๆ ออกมาทั้งกาย จึงรินสุรายื่นให้กวนอูกิน พอโลซกเข้ามา เล่าปี่จึงถามว่าขงเบ้งอยู่แห่งใด ท่านจงช่วยบอกมาให้พบเราจะได้สนทนากัน

จิวยี่ได้ฟังดังนั้นก็ว่าจะสิ้นวันไปแล้วหรือ เมื่อสำเร็จการสงครามแล้วจึงค่อยพบกันเถิด เล่าปี่มิได้ตอบประการใด กวนอูได้ยินดังนั้นก็ชายตาให้แก่เล่าปี่ ๆ แลไปสบตากวนอูก็รู้ทีกัน จึงลุกขึ้นคำนับจิวยี่แล้วว่าข้าพเจ้าจะลาไปก่อน แม้สำเร็จการสงครามเมื่อใดจึงจะมาสนทนาด้วยท่าน แล้วพากวนอูแลทหารออกมาจากค่าย ครั้นถึงเรือก็เห็นขงเบ้งเข้าไปนั่งอยู่ในเรือ

ขงเบ้งเห็นเล่าปี่กลับออกมาก็มีความยินดีจึงว่า ซึ่งท่านมาหาจิวยี่วันนี้ หากได้กวนอูมาด้วยจิวยี่จึงคิดเกรงอยู่ หาไม่ท่านจะถึงแก่ความตาย เล่าปี่จึงว่าจิวยี่จะคิดประการใดเราไม่แจ้ง ซึ่งเรามาบัดนี้หวังจะรับท่านไปไว้ ณ ค่ายแฮเค้าด้วยกัน ขงเบ้งจึงตอบว่าท่านอย่าวิตกถึงข้าพเจ้าเลย ถึงมาทว่าข้าพเจ้ามาอยู่ในปากเสือปากหมีก็ดี ก็มีความสบายยิ่งกว่าอยู่ในถ้ำอีก ท่านจงเร่งไปจัดแจงทหารเรือรบไว้ให้พร้อมจะได้ทำการสดวก ต่อถึงเดือนอ้ายแรมห้าค่ำจึงให้จูล่งเอาเรือน้อยมาคอบรับข้าพเจ้าที่ฟากแม่ น้ำข้างทิศทักษิณ เล่าปี่จึงถามว่า ความคิดท่านเห็นประการใดจึงสั่งไว้ดังนี้ ขงเบ้งจึงบอกว่าท่านคอยดูเถิด ถ้าเห็นลมพัดมาแต่ทิศอาคเณย์เมื่อใดข้าพเจ้าจะไปหาท่านเมื่อนั้น แล้วขงเบ้งก็ลาเล่าปี่ไปอยู่เรือน้อย เล่าปี่นั้นก็กลับมา พบเตียวหุยคุมเรือรบห้าสิบลำตามมา ก็พากันไป ณ ค่ายแฮเค้า

ฝ่ายโลซกครั้นเล่าปี่ไปแล้วจึงเข้าไปถามจิวยี่ว่า ท่านให้หาเล่าปี่มาแล้วเหตุใดจึงปล่อยไปเสียไม่ลงมือ จิวยี่จึงตอบว่าเราได้ยินเขาเลื่องลือว่ากวนอูนั้นมีฝีมือกล้าแขง เหมือนทหารเสือมาด้วยเล่าปี่ ครั้นเราจะลงมือทำร้ายเล่าปี่ กวนอูนั้นอยู่ใกล้ก็จะทำร้ายเรา โลซกเห็นชอบด้วย ขณะนั้นพอคนใช้โจโฉเอาหนังสือมาให้จิวยี่ ๆ รับเอาหนังสือมาเห็นหนังสือซึ่งสลักหลังผนึกนั้นว่า มหาอุปราชพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้มาถึงจิวยี่ผู้เปนแม่ทัพ จิวยี่เห็นดังนั้นก็โกรธจึงฉีกหนังสือขยี้ทิ้งเสีย สั่งให้เอาผู้ถือหนังสือไปฆ่าเสียด้วย

โลซกจึงว่าคำโบราณกล่าวไว้ว่า แม้เมืองใดเปนศึกกันก็ดี อย่าให้ทำอันตรายแก่ผู้ถือหนังสือแลผู้คนไปมานอกจากคนแปลกปลอมเปนอันขาดที เดียว เหตุใดท่านจึงมาฆ่าผู้ถือหนังสือเสียดังนี้ จิวยี่จึงตอบว่า ซึ่งเราฆ่าผู้ถือหนังสือเสียนั้น เพราะเหตุว่าจะให้รู้ถึงโจโฉว่าเรามิได้ย่อท้อ แม้ว่าไม่ฆ่าเสียนั้น เพราะคิดกลัวคนทั้งปวงจะกลับว่าให้นายเราไปขอออกแก่ข้าศึก บัดนี้ตัวเราตั้งใจทำราชการจะกำจัดโจโฉเสียให้จงได้ เราจึงให้ตัดสีสะผู้ถือหนังสือส่งให้คนซึ่งมาด้วยเอากลับไปให้แก่โจโฉ แล้วจิวยี่ให้จัดแจงทัพเรือ ให้กำเหลงเปนกองหน้า ฮันต๋งเปนปีกขวา เจียวขิมเปนปีกซ้าย ตัวจิวยี่เปนทัพหลวง ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ยกไปจะตีทัพโจโฉ

ฝ่ายคนใช้ก็เอาสีสะผู้ถือหนังสือมาให้แก่โจโฉ แล้วบอกเนื้อความแก่โจโฉทุกประการ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงให้ชัวมอกับเตียวอุ๋นคุมทหารเมืองเกงจิ๋วเมืองเชียงจิ๋วยกทัพเรือเปนก องหน้า โจโฉเปนทัพหลวงยกไปถึงตำบลสำกั๋ง เห็นกำเหลงเปนกองหน้ายกทัพเรือมาเปนอันมาก กำเหลงจึงร้องถามว่าทัพผู้ใดอาจยกมาสู้ด้วยเรา ชัวมอกับเตียวอุ๋นก็บอกว่า เราชื่อชัวมอเตียวอุ้นเปนกองหน้ามหาอุปราช ยกมาจะทำสงครามด้วยท่าน แล้วชัวมอจึงให้ชัวหุนผู้น้องมานั่งหน้าเรือขับทหารแจวเรือรบเข้าไป กำเหลงจึงเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกชัวหุนตาย

ในขณะนั้นทหารกองหน้าแลปีกซ้ายปีกขวาของกำเหลงก็เร่งเรือรบเข้าไป แล้วระดมยิงเกาทัณฑ์ไปดังห่าฝน กองทัพชัวมอเตียวอุ๋นก็แตกพ่ายไปปะทะทัพโจโฉ กำเหลงกับฮันต๋งเจียวขิมก็เร่งเรือรบไล่ไปฆ่าฟันทหารโจโฉล้มตายเปนอันมากจน เวลาเที่ยง จิวยี่เห็นดังนั้นก็ตีม้าฬ่อให้ทหารกลับมา กำเหลงจึงถามจิวยี่ว่า ทัพโจโฉแตกทหารเราได้ท่วงทีติดตามไป เหตุใดท่านจึงตีม้าฬ่อให้กลับมา จิวยี่จึงตอบว่าทหารเราน้อยกว่าโจโฉ ครั้นจะละให้ทหารตามไปเกรงโจโฉจะซุ่มเรือไว้ที่ต้นแหลมเราก็จะเสียที จึงตีม้าฬ่อให้กลับมาหวังจะเอาฤกษ์ชนะไว้ แล้วก็ให้เรือรบทั้งปวงทอดอยู่ตามกระบวร

[๑] อยู่ในเรื่องห้องสิน

Download

ความคิดเห็น

Name

Dynasty Warriors,45,E-book,59,การ์ตูน,14,การเมือง,59,กิจกรรม,14,เกม,143,ของสะสม,35,ข่าวสาร,108,คำคมสามก๊ก,72,จูล่งเทพสงคราม,7,เนื้อหาสามก๊ก,5,บทความ,310,แบบเรียน,8,ปรัชญา,13,เพลง,38,ภาพยนตร์,42,รูปภาพ,66,เรื่องย่อสามก๊ก,63,วิดีโอ,61,เว็บไซต์,13,สถานที่,21,สามก๊ก12,14,สามก๊ก13,32,สามก๊ก2010,95,หงสาจอมราชันย์,12,หนังสือ,149,อาวุธ,7,แอป,43,
ltr
item
สามก๊กวิทยา : สามก๊กสามจบ รบร้อยไร้พ่าย: สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39
สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 39
https://4.bp.blogspot.com/-TGBAtm1U5kg/WRhcSZNLx5I/AAAAAAAAp-M/E525CManquYWR3OSMCX3GIrkZCgvIuqFACLcB/s640/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581%2B%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%2B%25E0%25B9%2593%25E0%25B9%2599.jpg
https://4.bp.blogspot.com/-TGBAtm1U5kg/WRhcSZNLx5I/AAAAAAAAp-M/E525CManquYWR3OSMCX3GIrkZCgvIuqFACLcB/s72-c/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%258A%25E0%25B8%2581%2B%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%2B%25E0%25B9%2593%25E0%25B9%2599.jpg
สามก๊กวิทยา : สามก๊กสามจบ รบร้อยไร้พ่าย
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-39.html
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/
https://www.samkok911.com/2017/02/samkok-ebook-39.html
true
4216477688648787518
UTF-8
โหลดเนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ดูทั้งหมด อ่านเพิ่ม ตอบ เลิกตอบ ลบ โดย หน้าแรก หน้า บทความ ดูทั้งหมด บทความที่เกี่ยวข้อง LABEL ARCHIVE SEARCH เนื้อหาทั้งหมด ไม่พบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ต้องขออภัยด้วยครับ กลับหน้าแรก Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec เมื่อเร็ว ๆ นี้ 1 นาทีก่อน $$1$$ minutes ago 1 ชั่วโมงก่อน $$1$$ hours ago เมื่อวานนี้ $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago มากกว่า 5 สัปดาห์ กำลังติดตาม ติดตาม เนื้อหาพิเศษส่วนนี้ ต้องปลดล้อคโดย ขั้นตอน 1: กดแบ่งปัน ขั้นตอน 2: แบ่งปันแล้วให้เข้าหน้าเว็บทาง link ที่แชร์ครับ คัดลอกทั้งหมด เลือกทั้งหมด คัดลอกไว้ในคลิปบอร์ดแล้ว ไม่สามารถคัดลอกได้ กรุณากดปุ่ม [CTRL]+[C] (CMD+C บนเครื่อง Mac)