ผ่าหัวรักษา วิสัยทัศน์

ผ่าหัวรักษา วิสัยทัศน์
"ปัญหาในโลก บางเรื่องอาจสามารถรักษาด้วยการกินยา หรือวิตามินไปเรื่อยๆ แต่บางเรื่องต้องผ่าตัดรื้อระบบ"
     บทความสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องสามก๊ก และ หมอฮัวโต๋ โดย 'วินทร์ เลียววาริณ' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ จากผลงานเรื่อง 'ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน' และ 'สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน' 

     หากถามว่า ผมชื่นชอบนักเขียนคนใดเป็นพิเศษ ก็คงต้องตอบว่า 'วินทร์ เลียววาริณ' เพราะคุณวินทร์ เขียนเรื่องได้สนุก อ่านง่าย ชวนติดตาม จนบางครั้งก็ฝันกลางวัน อยากให้คุณวินทร์นึกสนุก หยิบเรื่องสามก๊กมาปัดฝุ่นเขียนใหม่ทั้งเรื่อง ตามสำนวนและสไตล์การเล่าเรื่องของเขาบ้าง

     แม้ฝันจะยังไม่เป็นจริง แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนก็พอเห็นลาง ๆ ในเฟสบุ๊คของคุณวินทร์ ได้โพสต์บทความ ๆ หนึ่ง เรื่อง 'ผ่าหัวรักษา วิสัยทัศน์'  อันเป็นบทความสามก๊ก ว่าด้วยเรื่องของหมอฮัวโต๋ นายแพทย์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ผู้ผ่าตัดรักษาชีวิตผู้คนมากมาย รวมทั้งกวนอู แต่เมื่อจะผ่าตัดศีรษะรักษาโจโฉ กลับถูกโจโฉสั่งประหารชีวิต

     ที่น่าอ่านมาก ก็คือคุณวินทร์เขียนเรื่องด้วยวิธีการสลับฉาก จากอดีตตัดมาปัจจุบัน เสริมแง่คิด แล้วตลบหลังกลับไปอดีตอีกครั้ง เหมือนกับวิธีเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยายของคุณวินทร์เอง

     อ่านแล้วรื่นรมย์ จึงขออนุญาติบันทึกไว้ และนำมาปันกันอ่านครับ

ผ่าหัวรักษา วิสัยทัศน์

-1-

     หมอเก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนคือฮัวโต๋ ความสามารถรักษาของเขาเลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน ฮัวโต๋เชี่ยวชาญการฝังเข็ม สมุนไพร ไม่เพียงมีศาสตร์การรักษาชั้นเลิศ ยังเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณและเมตตาธรรม รักษาคนไม่เลือกหน้า จนได้รับฉายาหมอเทวดา

     เทคนิคการรักษาของหมอฮัวโต๋ก็ล้ำยุค น่าจะเป็นศัลยแพทย์คนแรกๆ ของโลก รักษาโดยการผ่าตัด และรู้จักใช้ยาสลบ

     เวลานั้นเป็นยุคสามก๊ก ฮัวโต๋รักษาให้ทหารทั้งสามฝ่ายมากมายหลายคน ที่เลื่องลือที่สุดก็คือกรณีรักษากวนอู

     ยามนั้นกวนอูยกทัพไปตีเมืองอ้วนเซียของโจโฉ กวนอูต้องลูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษที่ไหล่ซ้าย คนสนิทก็ไปตามตัวหมอฮัวโต๋มารักษา ฮัวโต๋บอกกวนอูว่าจะต้องวางยาชา ผ่าเนื้อที่ไหล่ตรงส่วนที่ต้องเกาทัณฑ์อาบยาพิษออก ใส่ยา แล้วเย็บกลับ กวนอูปฏิเสธยาชา บอกว่าจะทำอะไรก็ทำ อย่าเสียเวลาเล่นหมากของข้าพเจ้า ระหว่างที่ผ่าตัด กวนอูก็ดื่มสุราและเล่นหมากล้อมกับหม่าเหลียงอย่างสบายใจ ไม่ยี่หระความเจ็บปวด จนฮัวโต๋สรรเสริญว่าคนไข้รายนี้เข้มแข็งผิดมนุษย์

     เมื่อกวนอูหายดีแล้ว ก็ไปรบกับโจโฉต่อ

     ผ่านไปอีกระยะหนึ่ง โจโฉก็เชิญฮัวโต๋มารักษาตนบ้าง อาการของโจโฉคือปวดศีรษะอย่างรุนแรง ฮัวโต๋ตรวจดูแล้วบอกโจโฉว่าเป็นเนื้อร้ายในสมอง ต้องรักษาโดยผ่าตัดศีรษะเอาเนื้อร้ายออกมา

     โจโฉได้ยินว่ากบาลตนจะโดนมีดผ่า ก็ลังเลเพราะไม่เคยได้ยินวิธีรักษาแบบนี้มาก่อน มิเพียงไม่เชื่อว่าวิธีนี้จะรักษาเขาได้ ยังระแวงว่าฮัวโต๋อาจสมคบกับกวนอูวางแผนมาฆ่าตน เนื่องจากเคยมีประสบการณ์หมอคนหนึ่งเคยพยายามฆ่าเขามาก่อน โจโฉจึงสั่งจับฮัวโต๋ไปขังคุกและต่อมาประหารชีวิต

     หมอที่เก่งที่สุดในแผ่นดินก็ตายไปเพียงเพราะเสนอวิธีผ่าตัดให้ผิดคน

หมอฮัวโต๋ รักษากวนอู จากละครโทรทัศน์ สามก๊ก2010
หมอฮัวโต๋ รักษากวนอู จากละครโทรทัศน์ สามก๊ก2010
     …………….

-2-

     โลกธุรกิจมีเจ้านายแบบนี้มากมาย มิเพียงมองไม่เห็นว่าองค์กรของตนจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ ยังชอบจับคนเสนอไอเดียไปตัดหัว!

     ในโลกของการปกครอง เรามีผู้นำมากมายที่มองไม่เห็นว่าประเทศจำเป็นต้องรับการผ่าตัดระบบที่ฟอน เฟะ ฟังแต่คนที่บอกว่า “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”

     และในการใช้ชีวิตของเราทั้งหลาย คนจำนวนมากมองไม่เห็นว่าตนจำเป็นต้อง ‘ผ่าตัด’ เปลี่ยนโลกทรรศน์ เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด กว่าจะรู้ว่าต้องการรับผ่าตัด ก็ถึงวันที่ถูกไล่ออกจากงานหรือถูกระบบใหม่เข้ามาแทนที่แล้ว

     เนื้อร้ายในองค์กรต่างๆ ก็เหมือนเชื้อมะเร็ง มองไม่เห็นจากภายนอก กว่าจะแสดงอาการก็ใกล้ตายแล้ว การผ่าตัดคือการชำแหละของเสียทิ้ง และเปิดรับความคิดใหม่ๆ แต่ไม่ทุกคนรับความคิดใหม่ๆ ได้ หรืออาจมองไม่เห็นว่าองค์กรของตนกำลังเน่าเสียอยู่ภายใน ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามไปตามความเคยชิน

     ประเทศเราก็เป็นตัวอย่างของคนไข้อาการหนัก เป็นมะเร็งในแทบทุกระบบถึงขั้นต้องผ่าตัด แต่คนไข้กลับยังมองไม่เห็น คิดว่าตนสบายดี ยังหัวเราะได้ มิหนำซ้ำยังมักชี้หน้าคนเสนอความคิดผ่าตัดว่าเป็นพวกไม่สร้างสรรค์

     ปัญหาในโลกบางเรื่องอาจสามารถรักษาด้วยการกินยาหรือวิตามินไปเรื่อยๆ แต่บางเรื่องต้องผ่าตัดรื้อระบบ ทว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดก็คือการมองไม่เห็นว่าตัวเองหรือระบบล้าสมัยแล้ว

     ไม่ว่าจะเป็นปัจเจกชน องค์กรธุรกิจ หรือประเทศ เราต้องสำรวจตรวจตราตนเองเสมอว่า เรายืนอยู่ตรงไหน กำลังทำอะไรอยู่ จะยืนอยู่ที่ไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และจะมีที่ยืนหรือไม่

     ถ้ารู้ทันก็อาจมีที่ยืน

     ถ้าไม่รู้ทันก็อาจได้แต่ที่นอน (ใต้ผืนดิน)

     และ ‘ซีทีสแกน’ ที่ดีที่สุดก็คือการวิเคราะห์ ตรวจหาเนื้อร้ายเป็นระยะ

     …………….

-1-

     ตำนานสามก๊กเล่าต่อไปว่า ฮัวโต๋จารึกวิชาการแพทย์ทั้งหมดของตนไว้ในตำราเล่มหนึ่งชื่อ ชิงหนังซู (ตำราปกเขียว)

     ระหว่างที่ถูกจำขัง ผู้คุมคนหนึ่งช่วยเหลือเขาดียิ่ง ฮัวโต๋จึงตอบแทนโดยมอบตำราชิงหนังซูให้เพื่อมิให้วิชาการแพทย์ทั้งหมดสูญหาย ไปจากโลก ฮัวโต๋เขียนจดหมายให้ภรรยาตนมอบตำราให้ผู้คุม ปรากฏว่าเมื่อผู้คุมเอาตำรากลับบ้าน ภรรยาของผู้คุมกลับเผาตำราเล่มนั้นเสีย ผู้คุมตกใจ ดึงชิงหนังซูที่ถูกเผากลับมาได้เพียงส่วนเดียว เป็นท่อนที่สอนวิธีตอนเป็ดไก่

     ผู้คุมโกรธจัด ด่าภรรยาที่เผาตำราอันทรงคุณค่า ภรรยาของเขาตอบเรียบๆ ว่า ตำราเล่มนี้จะนำท่านไปสู่คุกและตายอย่างฮัวโต๋ เพราะท่านก็รู้ว่าคนอย่างโจโฉฆ่าหมอมาแล้วกี่คน รักษาได้ก็ตาย รักษาไม่ได้ก็ตาย

     อืม! มีวิสัยทัศน์ดีเหมือนกัน!

     …………….
ภาพวาด หมอฮัวโต๋ รักษากวนอู
ภาพวาด หมอฮัวโต๋ รักษากวนอู


หมายเหตุ :
  • เรื่องฮัวโต๋รักษากวนอู เสนอผ่าหัวโจโฉ และมอบตำราให้ผู้คุม เป็นเรื่องแต่งของหลอกว้านจง ซึ่งเสริมเติมจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์เป็นหนังสือ สามก๊ก ส่วนคำพูดของภรรยาผู้คุมเป็นการตีความของผู้เขียนเอง
  • ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้บอกว่าโจโฉบังคับฮัวโต๋ให้เป็นหมอประจำตัว แต่ฮัวโต๋ปฏิเสธ อ้างว่าภรรยาป่วย ต้องกลับไปรักษา และไม่กลับมาอีก กลายเป็นเหตุให้ถูกจับมาประหาร หลังจากประหารฮัวโต๋แล้ว โจโฉก็เสียใจอย่างยิ่ง เพราะต่อมาลูกชายและหลานของเขาป่วยและตายไปเพราะหมอที่มีรักษาไม่ได้
  • ชิงหนังซู (ตำราปกเขียว) น่าจะเป็นเรื่องจริง
____________

วินทร์ เลียววาริณ



SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

No comments:

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]