33 วิธีมองโลกแบบขงเบ้ง

33 วิธีมองโลกแบบขงเบ้ง
"วิธีคิดพิจารณาโลก จากตำราพิชัยสงครามของขงเบ้ง"

     ในตอนก่อนที่จูกัดเหลียง ขงเบ้ง สมุหนายกแห่งอาณาจักรจ๊ก ยอดนักการปกครอง นักการทหารสมัย สามก๊ก จะสิ้นลมหายใจนั้น ขงเบ้งได้มอบตำราวิชาการทางทหารเล่มหนึ่งให้กับ เกียงอุย ลูกศิษย์เอก ตำราเล่มนั้นมีชื่อว่าเจี้ยงย่วน หรือ “ปรัชญานิพนธ์ขงเบ้ง”

     ในปรัชญานิพนธ์ขงเบ้ง แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือ พิชัยสงคราม อีกส่วนคือกุศโลบาย ซึ่งในบทสุดท้ายของส่วนกุศโลบาย ขงเบ้งได้กล่าวถึง "วิธีการสังเกตสรรพสิ่ง" ให้เห็นถึงแก่นแท้ ด้วยการยกตัวอย่างเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

     ต่อไปนี้เป็นวิธีพิจารณา สังเกตสรรพสิ่งทั้งหลาย เพื่อให้เข้าใจในความหมายที่เร้นอยู่ ตามแบบฉบับของ ขงเบ้ง บุรุษผู้ได้ชื่อว่ามีสติปัญญามากที่สุดในยุค สามก๊ก ซึ่งสามก๊กวิทยาได้ลองถอดความ บรรทัดต่อบรรทัด แยกมาเป็นข้อ ๆ รวมแล้วได้ประมาณ 33 วิธี (ตามมุมมองของผู้เขียน) ดังนี้

กระบี่สามก๊กวิทยา
  1. อันสรรพสิ่งนี้ถ้าภายนอกบอบช้ำ ภายในย่อมจะกลวง
  2. เบื้องบนงมงาย เบื้องล่างย่อมสงสัย
  3. เมื่อระแวงสงสัย ย่อมช่วงใช้คนผิด
  4. ความงมงายย่อมบดบังวิสัยทัศน์ เมื่อไร้วิสัยทัศน์ก็ไร้ซึ่งยุทธศาสตร์
  5. ไร้ซึ่งยุทธศาสตร์ ประเทศชาติจักอันตราย ประเทศชาติมีอันตราย ประชาชนย่อมไร้ความสงบ
  6. พิจารณาสิ่งใดต้องคิดให้ไกล จะได้มีความปลอดภัย หากไม่คิดการณ์ไกล ก็จักพบเภทภัย
  7. ยามมั่งมีก็มักประมาท ยามจนยากก็มักสิ้นคิด
  8. ยิ่งยึดติดก็จักยิ่งเสียหาย ยิ่งสะสมก็จะยิ่งอันตราย
  9. ผู้ไม่มีความดีความชอบ มักอวดอ้างว่ามีความดีความชอบ
  10. มีเรื่องห่วงมากมักจะกลุ้มมาก ความกลุ้มมักจะเกิดขึ้นเพราะเฉื่อยชาต่อปัญหา
  11. เรือรั่วน้ำจะซึม กระเป๋ารั่วเงินจะหาย
  12. ภูเขาเล็กจะไร้สัตว์อาศัย น้ำตื้นใสจะไร้ปูปลา ต้นไม้เล็กจะไร้นกกาทำรัง
  13. กำแพงชำรุดบ้านก็จะพัง เขื่อนพังน้ำก็จะทะลัก
  14. วิ่งก็จะหกล้ม เดินก็จะถึงช้า
  15. อยู่กลางทะเลมิอาจมั่นคง ย่ำบนน้ำแข็งเท้าก็จะลื่น เดินลงน้ำก็ตัวย่อมจม
  16. จะข้ามน้ำย่อมต้องอาศัยเรือ แต่หากไร้พาย มีเรือก็ไร้ประโยชน์
  17. คนไร้เพื่อนย่อมเปลี่ยวเหงา
  18. ผู้ดูแลเรื่องบำเหน็จอาญา จะต้องรู้พิจารณาความดีความชอบ
  19. ผู้ใดขาดความซื่อสัตย์ ผู้นั้นย่อมขาดสัจจะ
  20. ไร้ริมฝี ปากฟันก็จะเปลือย ขนร่วง ผิวก็จะเหน็บหนาว
  21. ผู้คิดคดย่อมพูดจาไม่มีหลัก ผู้หูเบาย่อมประสบกับเภทภัย
  22. วางแผนดีย่อมมีชัย วางแผนฉาบฉวยย่อมพ่ายแพ้
  23. ผู้มีคุณธรรมย่อมตักเตือนผู้อื่นด้วยกุศโลบาย ดั่งสายฝนเย็นฉ่ำหยาดชโลมสรรพสิ่ง
  24. ม้าพันธุ์ดีจักขี่ง่าย ม้าพันธุ์เลวจักฝึกยาก
  25. ไม่มองก็เหมือนตาบอด ไม่ฟังก็เหมือนหูหนวก
  26. รากแห้ง ใบจะเฉา ใบเฉา ดอกจะโรย ดอกโรยก็จะไร้ผล
  27. เสาเล็กบ้านก็คลอน ต้นลีบปลายก็คด ล่างเล็กบนก็พัง
  28. ไม่รู้แยกแยะดีชั่ว ก็เหมือนกรวดหินปะปนกับหยกงาม เสือร้ายอยู่ร่วมกับฝูงแกะ
  29. เสื้อผ้าขาดก็จงปะ สิ่งใดสั้นก็จงต่อ
  30. เล่นมีดก็จักบาดมือ โลดโผนก็จักเจ็บเท้า
  31. ชำระคราบไคลไม่จำเป็นต้องไปแม่น้ำลำคลอง น้ำที่ไหน ๆ ก็ชำระได้
  32. ม้าไม่จำเป็นต้องเป็นม้าสายพันธุ์ดี หากมีกำลัง มีฝีเท้ารวดเร็ว ม้าพันธุ์ไหน ๆ เป็นอันใช้ได้
  33. ผู้มีความสามารถ หาใช่มีเพียงแต่นักปราชญ์ราชบัณฑิต ขอเพียงมีสติปัญญาแจ่มแจ้ง ผู้นั้นย่อมนับเป็นผู้มีความสามารถ
กระบี่สามก๊กวิทยา

      จากวิธีมองโลกทั้ง 33 ข้อนี้ เราจะสังเกตได้ว่า ขงเบ้งมองสิ่งใด ล้วนมองอย่างรอบคอบ มองเห็นทั้งด้านดี ด้านร้าย ทะลุปรุโปร่งทั้งสองด้าน ส่วนการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยของขงเบ้ง ก็มิได้สลับซับซ้อน กลับใช้ภาษาง่าย ๆ ไม่ยากเกินเข้าใจ

     ขงเบ้งมองโลกเช่นนี้ ... แล้วเรามีวิธีมองโลกเช่นไร ?

0 comments

☆ FACEBOOK COMMENTS: