เขาว่าเล่าปี่ ดีเหมือนคานธี ?

เขาว่าเล่าปี่ ดีเหมือนคานธี ?
"การกระทำของเล่าปี่ ทำให้ผมนึกถึง มหาตมะ คานธี"

     เล่าปี่ วีรบุรุษแห่งยุค สามก๊ก ผู้นำของอาณาจักรจ๊กก๊ก เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่มีแง่มุมให้กล่าวถึงได้ไม่รู้จบ บ้างก็ว่าเขาเสแสร้ง บ้างก็ว่าเขาเจ้าน้ำตา บ้างก็ว่าเขาไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความอดทน ฯลฯ

     แต่มีอยู่คนหนึ่งที่บอกว่า "เล่าปี่ ดีเหมือนคานธี" ผู้นำและนักการเมืองที่มีชื่อเสียงชาวอินเดียและศาสนาฮินดู ผู้นำเอกราชคืนสู่อินเดีย ด้วยวิธีสันติอหิงสา

     คนที่กล่าวเปรียบเปรยเล่าปี่กับคานธีนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "หยูเหอเว่ย" นักแสดงผู้สวมบทบาทเป็นเล่าปี่ ในละครโทรทัศน์ "สามก๊ก 2010" นั่นเอง

"หยูเหอเว่ย" นักแสดงผู้สวมบทบาทเป็นเล่าปี่ ในละครโทรทัศน์ "สามก๊ก 2010"
เล่าปี่ ใน "สามก๊ก 2010"
      หยูเหอเว่ย เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อฉบับหนึ่งของประเทศจีนว่า

      "ในมุมมองของผม โจโฉยึดครองแผ่นดิน แต่เล่าปี่ผสานแผ่นดิน ในช่วงเวลาแห่งกลียุค ที่คุณธรรมล่มจม แผ่นดินฮั่นแตกสลาย ใครที่สามารถผสานแผ่นดินได้ นั่นคือยอดคน

       เล่าปี่เริ่มต้นจากศูนย์ เชิงรบเชิงสงครามก็ไม่ได้เด่นดัง เขามีเพียงปรัชญาความมุ่งมั่น เขายอมตาย ยอมไร้แผ่นดินถิ่นที่อาศัย แต่ไม่ยอมที่จะละทิ้งปณิธาน การกระทำของเล่าปี่ ทำให้ผมนึกถึง มหาตมะ คานธี มหาบุรุษผู้ยืนหยัดด้วยอหิงสา ต่อสู้ด้วยสันติวิธี 

      จิตใจอันมุ่งมั่นของเขา ส่งต่อไปยังเหล่าที่ปรึกษา แม่ทัพขุนทหาร รวมทั้งประชาชน เป็นวีรบุรุษผู้สามารถขับพลังให้กับมวลชน คุณสมบัตินี้ทำให้ผมมองว่าเล่าปี่คือผู้นำที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคสามก๊ก

     ในฉากโจโฉบุกเข้ายึดเกงจิ๋วของเล่าเปียว เล่าปี่จึงตั้งใจจะหนีจากเมืองซินเอี๋ยไปกังแฮ ชาวบ้านล้วนรักเล่าปี่ร้องขอจะตามไปด้วย ขงเบ้งจึงเตือนเล่าปี่ว่าถ้าพาชาวบ้านไปก็จะเดินทางได้ช้า โจโฉจะตามมาทัน เล่าปี่จึงกล่าวว่า "ข้ายอมให้พวกเขาเป็นฝ่ายทิ้งข้า ดีกว่าข้าเป็นฝ่ายทิ้งพวกเขา"

     "ชาวบ้านยอมติดตามข้าเพราะนับถือข้าเป็นดั่งญาติ ถ้าข้าทิ้งชาวบ้านไป ต่อไปก็ข้าคงเป็นคนไร้ค่า วันนี้ถึงข้าจะตายพร้อมพวกเขา ก็ยังดีกว่าหนีเอาตัวรอดคนเดียวอย่างอัปยศ" 

     ในฉากนี้ เล่าปี่ต้องหลั่งน้ำตา แสดงความตั้งใจให้บรรดาผู้ติดตามได้เห็น และจากมุมมองนี้นี่เอง ทำให้ผมเชื่อโดยสนิทใจว่า เล่าปี่คือวีรบุรุษผู้ยึดมั่น ยืนหยัดต่อสู้ด้วยคุณธรรม"

     "เล่าปี่ ดีเหมือนคานธี" ตามที่เขาว่าหรือไม่ สามก๊กวิทยา ไม่อาจเอื้อม แต่จะขอทำหน้าที่เพียงนำ 10 ข้อคิดคำคมของ มหาตมะ คานธี มาให้ท่านพิจารณา แล้วเทียบเองว่า วิธีคิดของคานธีเหมือนเล่าปี่หรือไม่  อย่างไร ?

     โปรดพิจารณากันตามสมควร

“Man can move mountains by faith.”  “แรงศรัทธา ช่วยให้มนุษย์ เคลื่อนย้ายภูเขาได้”
“Man can move mountains by faith.”  “แรงศรัทธา ช่วยให้มนุษย์ เคลื่อนย้ายภูเขาได้”

“He who is truly clean within, cannot remain unclean without”   “ผู้ที่บริสุทธิ์ จากภายในจริงๆ ย่อมไม่มีทางที่จะสกปรก จากภายนอกได้”
“He who is truly clean within, cannot remain unclean without”   “ผู้ที่บริสุทธิ์ จากภายในจริงๆ ย่อมไม่มีทางที่จะสกปรก จากภายนอกได้”

“We seek the company of the good, for that is the food for our soul.”   “เราแสวงหาสัตบุรุษเป็นมิตร เพราะสัตบุรุต เป็นอาหารใจของเรา”
“We seek the company of the good, for that is the food for our soul.”   “เราแสวงหาสัตบุรุษเป็นมิตร เพราะสัตบุรุต เป็นอาหารใจของเรา”

“That which looks for mercy from an opponent is not non-violence.”   “อหิงสา มิใช่การรอความปรานีจากศัตรู”
“That which looks for mercy from an opponent is not non-violence.”   “อหิงสา มิใช่การรอความปรานีจากศัตรู”
“Man finds himself by losing his self.”   “มนุษย์จะพบตนเอง เมื่อหมดอหังการ”
“Man finds himself by losing his self.”   “มนุษย์จะพบตนเอง เมื่อหมดอหังการ”

“When we give anything, we must give the truest part of ourselves.”    “ถ้าเราจะให้สิ่งไรแก่ใคร เราก็ต้องให้ส่วนที่จริงแท้ ที่สุดในตัวเราแก่เขา”
“When we give anything, we must give the truest part of ourselves.”    “ถ้าเราจะให้สิ่งไรแก่ใคร เราก็ต้องให้ส่วนที่จริงแท้ ที่สุดในตัวเราแก่เขา”

“He who concentrates on any one thing with singleness of purpose, will ultimately acquire the capacity to do everything.”   “หากคนเราสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้ด้วยจิตใจอันแน่วแน่ ในที่สุดเขาก็จะสามารถทำทุกอย่างได้”
“He who concentrates on any one thing with singleness of purpose, will ultimately acquire the capacity to do everything.”   “หากคนเราสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้ด้วยจิตใจอันแน่วแน่ ในที่สุดเขาก็จะสามารถทำทุกอย่างได้”

“Non-violence works for the good of all, not only of the greatest number. The votary of non-violence must be prepared, if necessary, to lay down his life in order to secure the good of all.”   “อหิงสาเป็นคุณแก่ทุกรูปทุกนาม อหิงสามิใช่จะเป็นคุณแก่คนส่วนใหญ่ที่สุดเท่านั้น ผู้ภักดีต่ออหิงสาจะต้องพร้อมที่จะเสียสละแม้ชีวิตของตน เพื่อให้เกิดผลดีแก่ส่วนรวมด้วย”
“Non-violence works for the good of all, not only of the greatest number. The votary of non-violence must be prepared, if necessary, to lay down his life in order to secure the good of all.”   “อหิงสาเป็นคุณแก่ทุกรูปทุกนาม อหิงสามิใช่จะเป็นคุณแก่คนส่วนใหญ่ที่สุดเท่านั้น ผู้ภักดีต่ออหิงสาจะต้องพร้อมที่จะเสียสละแม้ชีวิตของตน เพื่อให้เกิดผลดีแก่ส่วนรวมด้วย”

“Just as only others can see our back while we ourselves cannot, similarly we cannot see our own errors.”   “คนอื่นเท่านั้นดอก ที่จะมองเห็นหลังของเราได้ ตัวเราเองย่อมมองไม่เห็นฉันใด ความผิดของเราเอง เราก็ย่อมมองไม่เห็นฉันนั้น”
“Just as only others can see our back while we ourselves cannot, similarly we cannot see our own errors.”   “คนอื่นเท่านั้นดอก ที่จะมองเห็นหลังของเราได้ ตัวเราเองย่อมมองไม่เห็นฉันใด ความผิดของเราเอง เราก็ย่อมมองไม่เห็นฉันนั้น”

“There is a vast difference between obstinacy and steadfastness. To Seek to foist ones view on others is obstinacy; whereas steadfastness is that whereby we voluntarily impose something on ourselves and which results in bringing others round to the acceptance of our view of their own free will.”   “ความดื้อรั้นกับความยืนหยัด สองอย่างนี้ แตกต่างกันมาก การพยายามบังคับให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับทรรศนะของตน เป็นความดื้อรั้นอย่างหนึ่ง ส่วนความยืนหยัด ได้แก่การที่เรามีแนวความคิดเป็นของตนเอง และปฏิบัติตนจนผู้อื่นเห็นด้วยกับแนวความคิดนั้นด้วยใจสมัครของเขาเอง”
“There is a vast difference between obstinacy and steadfastness. To Seek to foist ones view on others is obstinacy; whereas steadfastness is that whereby we voluntarily impose something on ourselves and which results in bringing others round to the acceptance of our view of their own free will.”   “ความดื้อรั้นกับความยืนหยัด สองอย่างนี้ แตกต่างกันมาก การพยายามบังคับให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับทรรศนะของตน เป็นความดื้อรั้นอย่างหนึ่ง ส่วนความยืนหยัด ได้แก่การที่เรามีแนวความคิดเป็นของตนเอง และปฏิบัติตนจนผู้อื่นเห็นด้วยกับแนวความคิดนั้นด้วยใจสมัครของเขาเอง”

     ทั้ง 10 ข้อคิดคำคมเหล่านี้ ไม่ว่า "เล่าปี่ ดีเหมือนคานธี" หรือไม่ แต่ก็หวังว่าข้อคิดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ เป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจ บำรุงสติปัญญาท่านผู้อ่าน ไม่มากก็น้อย

0 comments

☆ ความคิดเห็นบน FACEBOOK: