Header Advertisment

โจโฉ กังฉินหน้าขาว

โจโฉ กังฉินหน้าขาว
"เป็นขุนนางผู้ปรีชาสามารถในยุคสงบ เป็นยอดคนเจ้าเล่ห์ในยุคจลาจล"
     'โจโฉ กังฉินหน้าขาว' เป็นชื่อบทความการเมืองจากคอลัมน์ชักธงรบ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 18 มี.ค. 2560 โดยสื่อมวลชนอาวุโส 'กิเลน ประลองเชิง' ว่าด้วยเรื่องของ 'โจโฉ' ตัวละครเอกของวรรณกรรมจีนเรื่องสามก๊ก ที่ละครบนเวทีงิ้วยกให้เป็นยอดกังฉิน เป็นตัวโกงผู้มีใบหน้าสีขาวเด่น เป็นเอกลักษณ์

     อ่านแล้วสนุก ได้เกร็ดความรู้ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับสามก๊ก จึงขอบันทึกไว้และแบ่งให้อ่านโดยทั่วกัน

     ส่วนใครจะเป็นโจโฉ ใครจะเป็นกังฉิน ใครหน้าขาว ? ... ขอเชิญท่านวิเคราะห์กันตามสมควร

โจโฉ กังฉินหน้าขาว

โดย กิเลน ประลองเชิง , 18 มี.ค. 2560

     สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) สมัยต้นรัตนโกสินทร์ แปลจากต้นฉบับนิยาย ผู้รู้สมัยหลังแยกแยะได้ มีส่วนของความจริงอยู่เจ็ด มีส่วนของความเท็จ (แต่งเติม) อยู่สาม

     โจโฉ ในเรื่องแต่งเป็นตัวโกง ถูกตั้งฉายา กังฉินหน้าขาว

     ฉิน...คำหลัง เป็นคำขุนนางเรียกตัวเอง ส่วน กัง คำหน้า แปลว่า คดในข้องอในกระดูก แต่เมื่อได้อ่านเรื่องจริง...บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เรื่องของโจโฉกลับไปพลิกไปอีกด้าน

     ใน 101 คำถามสามก๊ก (หลี่ฉวนจวิน เขียน ถาวร สิกขโกศล แปล มติชน 2556) เขียนว่า

     ปลายราชวงศ์ฮั่นบ้านเมืองแตกแยก ขุนศึกชิงอำนาจกัน โจโฉนำทัพก่อการกำจัดลิโป้ ปราบเตียวซิ่ว พิฆาตอ้วนสุด และอ้วนเสี้ยว สุดท้ายรวมจีนภาคเหนือเป็นปึกแผ่น

     ถือกันว่ามีคุณูปการยิ่งใหญ่ ต่อการรวมจีนทั้งหมดในยุคต่อมา

     ภาพโจโฉมิได้เพียงปรีชาสามารถแกล้วกล้าด้านการทหารหากยังเป็นนักการเมืองผู้ปกครองบ้านเมืองได้ดีเลิศ ทั้งยังเป็นกวียอดเยี่ยมที่หาได้ยาก

     หากความจริงโจโฉมีดียิ่งใหญ่ถึงปานนี้ ทำไม...จึงถูกเรียกว่า “กังฉินหน้าขาว”

     คำตอบ...โจโฉโชคร้ายจากคำพยากรณ์ของเขาเฉียว...ที่เคยทำนายว่า

     เป็นขุนนางผู้ปรีชาสามารถในยุคสงบ เป็นยอดคนเจ้าเล่ห์ในยุคจลาจล

     ความจริงคำพยากรณ์นี้ยกย่องโจโฉ แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง ก็ค่อยๆตัดตอนแปลความหมายจนคำกังฉินติดปากคน

     ความเปลี่ยนแปลงนี้ เริ่มแต่ช่วงต่อราชวงศ์ซ่งเหนือกับราชวงศ์ซ่งใต้ พวกเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ภาคเหนือเจริญเข้มแข็ง บุกยึดแผ่นดินราชวงศ์ซ่งเหนือ

     ผู้คนหนีข้ามแม่น้ำแยงซีแกงมาอยู่ทางใต้ ก็ฝังความรู้สึกหวาดกลัวข้าศึกภาคเหนือ ในชีวิตจริงที่สิ้นหวังและหวาดกลัว ก็ใช้ศิลปะมาลดคุณค่าของภาคเหนือ

     โจโฉเป็นสัญลักษณ์อำนาจกล้าแกร่งยิ่งใหญ่ทางภาคเหนือ

     มุ่งมั่นบุกยึดครองดินแดนภาคใต้...จึงค่อย ๆ กลายเป็นศัตรูจำลองในหมู่ชาวบ้านจีน

โจโฉ กังฉินหน้าขาวบนเวทีงิ้ว
โจโฉ กังฉินหน้าขาวบนเวทีงิ้ว

     นับแต่ยุคราชวงศ์ซ่งเหนือศิลปะพื้นบ้านเจริญรุ่งเรือง ตามโรงมหรสพย่านชุมชนเป็นที่ทำมาหากินของศิลปิน การใช้เวทีทำลายเกียรติคุณโจโฉ ให้เป็นแบบฉบับของกังฉินชั่วร้ายจึงเกิดขึ้น

     นิยายสามก๊กแต่งเสร็จราวต้นราชวงศ์หมิง สืบเนื่องไปถึงราชวงศ์ชิง ภาพลักษณ์โจโฉจึงลงตัว จนอาจกล่าวได้ว่า ฉายากังฉินหน้าขาว เป็นสีสันบนโรงงิ้ว ก็คงกล่าวได้เต็มปากเต็มคำ

     ภาพจริงโจโฉผู้ชนะในสามก๊ก เริ่มต้นจากการรวมจีนภาคเหนือเป็นปึกแผ่น มีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อการรวมจีนในยุคต่อมา จึงถูกกลบด้วยภาพ กังฉิน ทรราชเจ้าเล่ห์

     แต่คำกังฉิน ขุนนางโกง และคำ ตงฉิน ขุนนางจงรักภักดี...คนละเรื่องกับ สี ที่วาดบนใบหน้า

     คนจีนเริ่มให้คนทรงเจ้าในพิธีสำคัญสวมหน้ากาก มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ จนถึงสมัยราชวงศ์ซ่งหน้ากากก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการวาดสีขาวดำกับตัวโฉ่ว ตัวตลกโรงงิ้ว

     สมัยราชวงศ์หยวน สี และเส้นลวดลาย เริ่มใช้แสดงอุปนิสัยใจคอ...

     สีดำใบหน้าเปาบุ้นจิ้น เทพเจ้าความยุติธรรม ความดี ส่วนแบบหน้าโจโฉเป็นพื้นสีขาว...เป็นที่มาฉายากังฉินหน้าขาว...สัญลักษณ์ความชั่วร้าย

     ทุกตัวละครบนเวทีงิ้วแยกชัดเจน พวกดีเป็นพวกร้าย

     ในความเห็นผม ไม่ว่าชีวิตบนโรงงิ้ว หรือชีวิตจริง...ล้วนแล้วแต่เป็นชีวิตสมมติ ดี ร้ายอยู่ที่ใจคน ไม่ว่ากับใครในอดีต หรือในปัจจุบัน ไม่เคยมีวันเหมือนกันได้เลย.

กิเลน ประลองเชิง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

No comments: