ผู้มีฤทธิ์ย่อมล่องหน... หายตัว

ผู้มีฤทธิ์ย่อมล่องหน... หายตัว

“อันมังกรสำแดงฤทธิ์นั้น จะทำให้ใหญ่และน้อยเท่าใดก็ได้ ถ้าจะขึ้นไปบนอากาศกระทำฤทธิ์ต่างๆ แล้ว อากาศนั้นยังแคบอยู่ ไม่เสมอด้วยฤทธิ์ แม้จะลงในท้องมหาสมุทร กระทำฤทธิ์ให้กายนั้นน้อยเข้าแอบอยู่ในเงื้อมชะง่อนเขาก็ได้” 
- โจโฉ –
     “ วิชาล่องหนหายตัว” เป็นศาสตร์โบราณ เป็นวิชาลึกลับของนักรบจอมเวทย์ ใช้ในยามที่ต้องการหลบหนีข้าศึกศัตรู

      วิชาล่องหนแบบไทย ๆ เราเรียก “กำบังไพร” จะใช้การเสกใบไม้มาเหน็บตามลำตัว กำบังตาข้าศึกไม่ให้เห็นตัวและเดินฝ่าหนีไป ถ้าแบบญี่ปุ่นก็คงเป็นพวกนินจาซ่อนพรางกาย ส่วนเรื่องสามก๊กแบบจีน ๆ เรามีผู้วิเศษล่องหนหายตัวได้หลายคน

      ยกตัวอย่าง คนแรกคือเทวดาเฒ่า ผู้มอบตำราวิเศษ “ไทแผงเยาสุด” ให้เตียวก๊ก หัวหน้าโจรโพกผ้าเหลือง ที่มอบตำราวิเศษพร้อมกับคำเตือนสั้น ๆ ว่า “ถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว” พอให้เสร็จก็หายตัวไปกับสายลม

     คนที่สองคืออิเกียด ผู้วิเศษใจบุญ รักษาคนสร้างกุศลจนไว้จนบารมีล้ำกว่าเจ้าเมืองอย่างซุนเซ็ก ซุนเซ็กจึงให้จับเอาตัวอิเกียดไปฆ่าประจานไว้ที่ทางสามแพร่ง แต่พอตกค่ำมีฝนตกห่าใหญ่ ศพอิเกียดก็หายไป กลายเป็นผีมาหลอกซุนเซ็กจนล้มป่วย

อิเกียด
อิเกียด
      คนที่สามคือ โจจู๋ ผู้วิเศษที่มาแกล้งหลอกโจโฉสารพัดจนประสาทหลอน ก่อนจะล่องหนหายไป โจจู๋ได้บอกกับโจโฉว่าเขาได้ตำราจากเทวดามาสามฉบับชื่อเทียนตุน เต้ตุน และยินตุน เทียนตุนใช้เรียกลมฝน เหาะเหินเดินอากาศ เต้ตุนใช้ไชก้อนศิลาและแทรกภูเขาออก ส่วนยินตุนใช้บังกายไปใช้อาวุธทำอันตรายศัตรู

      ตัวอย่างทั้งสาม คือผู้มีฤทธิ์ หายตัวล่องหนได้วับไปกับตา แต่ก็ใช่ว่าคนธรรมดาสามัญ จะทำไม่ได้ เพราะแม้นไม่มีคาถาอาคม ไม่มีตำราวิเศษ คนธรรมดาก็ล่องหนหนีหายได้บ่อย

      โจโฉตัดหนวดหนีตาย เล่าปี่โผนม้าหนีภัย ซุนกวนทะยานม้าข้ามสะพาน สามผู้นำก๊กทั้งสาม ล้วนเคยใช้วิชาล่องหน หายตัวมาแล้วทั้งสิ้น หรือแม้แต่ ขงเบ้ง สุมาอี้ ก็ไม่เคยจนมุม หนีเอาตัวรอดจากที่คับขันได้เสมอ ๆ

หนีคือยอดกลยุทธ์

      36 บทกลยุทธ์ของจีนจึงยกให้บทสุดท้าย “หนีคือยอดกลยุทธ์” เป็นยอดของสรรพสิ่ง ถูกจับได้ไล่ทันคือจุดจบ ถอยหนีตั้งหลัก รักษาชีวิตยังมีโอกาสแก้ตัว รอเวลา หาโอกาสเอาคืน

     ณ เวลานี้ในประเทศไทย จึงมิต้องสงสัย

     ใยบรรดาผู้มีฤทธิ์ จึงต้อง "ล่องหน" ... "หายตัว"

0 comments

☆ FACEBOOK COMMENTS: