บ่องตงว่าฮองตง คือเลียมเภา

บ่องตงว่าฮองตง คือเลียมเภา

 “ครั้งนั้นเจ้าเมืองก๊กมีทหารคนหนึ่ง ชื่อเลียมเภา อายุแปดสิบเศษ มีกำลังเป็นอันมาก กินอาหารเสมอวันละถัง สุกรวันละสิบชั่ง หัวเมืองทั้งปวงยำเกรงเลียมเภาเป็นอันมาก”
     “บ่องตง” เป็นศัพท์วัยรุ่นออนไลน์ ที่กำลังฮิตกันมากในขณะนี้ ซึ่งตอนที่ผมได้ยินคำนี้ครั้งแรกนั้น คิดไปว่าเป็นภาษาของ ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะช่วงนี้เรากำลังเห่อเรื่องการเปิดประชาคมอาเซียน แต่พอครั้นได้รู้ความหมายของคำนี้ว่าเป็นเพียงการเล่นคำตามประสาวัยรุ่น โดยย่อมาจากคำว่า “บอกตรง ๆ “ ผมจึงนึกสนุก และอยากจะบ่องตงว่า “ฮองตง คือ เลียมเภา”

 ประวัติของฮองตง

ฮองตง (Huang Zhong, 黄忠)
ฮองตง (Huang Zhong, 黄忠)

      ฮองตง (Huang Zhong, 黄忠) เป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของพระเจ้าเล่าปี่ ซึ่งในหนังสือพิชัยสงครามสามก๊กของ สังข์  พัธโนทัย เขียนประวัติของฮองตงไว้ว่า เป็นชาวเมืองหนานหยัง มณฑลเหอหนาน มีชื่อรองว่า ฮั่นเซิง (Hansheng, 漢升) เข้มแข็งเหมือนเสือ บ่าแรงเหมือนหมี รูปร่างสง่าน่าเกรงขาม ชำนาญในการรบ ถือมีดใหญ่เป็นอาวุธ สามารถยิงเกาทัณฑ์หนัก 200 ชั่งได้อย่างแม่นยำ มีความทรหดอดทนอย่างหาตัวจับมิได้ มีความกล้าหาญชนิดไม่ยอมแพ้ใคร

     เดิมเป็นทหารของเล่าผวน หลานเล่าเปียว เจ้าเมืองเตียงสา เมื่อเล่าผวนออกจากที่เจ้าเมืองแล้ว ฮองตงก็รับราชการกับฮันเหียน เจ้าเมืองใหม่ ต่อมาเล่าปี่ให้กวนอูไปตีเมืองเตียงสา ได้รบกับกวนอู จนตกจากม้า อาวุธหลุดจากมือ กวนอูมีสัตย์ ไม่ทำร้ายคนไม่มีอาวุธ ฮองตงคิดถึงคุณ เมื่อได้ที จึงยิงทัณฑ์ให้ถูกแต่พู่หมวกของกวนอูเป็นการขับไล่ ฮันเหียนคิดว่าฮองตงทรยศ จึงให้ทหารจับตัวฮองตงจะเอาไปฆ่า เลยเกิดการวุ่นวายภายใน ฮันเหียนถูกฆ่าตาย ฮองตงยอมสวามิภักดิ์ต่อเล่าปี่ ขณะนั้นอายุได้ 60 ปี

     ฮองตงรบให้แก่เล่าปี มีความชอบหลายครั้ง ได้รับยกย่องเป็น 1 ใน 5 ทหารเสือ ( อีก 4 คนคือ กวนอู เตียวหุย จูล่ง และม้าเฉียว ) การรบครั้งสำคัญที่สุด คือ การทำลายคลังเสบียงของแฮหัวเต๊กที่เขาเทียนตองสัน ซึ่งมีกำลังป้องกันถึงสิบหมื่น ฮองตงประสบชัยชนะอย่างงดงาม

     การรบครั้งสุดท้าย คือเมื่อคราวพระเจ้าเล่าปี่ไปตีพระเจ้าซุนกวน ฮองตงถูกทหารของพัวเจี้ยงยิงถูกซอกคอ ถึงแก่กรรม ณ แดนเมืองอิเหลง ศพฝังที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน อายุ 70 เศษ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นกังโหว ( พระยา )

ฮองตง กับ เลียมเภา

     เรื่องที่บ่องตงว่า ฮองตงคือเลียมเภา เกิดขึ้นในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 57 ฮองตงอาสาตีเสบียงที่เขาเตงกุนสัน ครั้งนั้น หลังจากที่เล่าปี่ได้มอบหมายให้ฮองตงตีแฮหัวเต๊กที่เขาเทียนตองสันเรียบร้อยแล้ว ฮองตงกำลังฮึกเหิม และอาสาจะไปตีคลังเสบียงของโจโฉที่เขาเตงกุนสันซึ่งมีแฮหัวเอี๋ยนเฝ้าอยู่อีก แต่กลับถูกขงเบ้งปรามว่าฮองตงมีอายุมากแล้ว อาจจะไม่สามารถรับมือกับแฮหัวเอี๋ยนได้ ควรจะไปตามกวนอูจากเมืองเกงจิ๋ว ให้มารบแทน

     ฮองตงได้ยินดังนั้นก็โกรธแล้วว่า “ครั้งนั้นเจ้าเมืองก๊กมีทหารคนหนึ่ง ชื่อเลียมเภา อายุแปดสิบเศษ มีกำลังเป็นอันมาก กินอาหารเสมอวันละถัง สุกรวันละสิบชั่ง หัวเมืองทั้งปวงยำเกรงเลียมเภาเป็นอันมาก แลตัวข้าพเจ้านี้อายุแต่เจ็ดสิบปี จะขอแต่ทหารเลวไปด้วยสามพัน จะตัดเอาศีรษะแฮหัวเอี๋ยนมาให้ได้”

     ขงเบ้ง(แกล้ง)ห้ามปรามอีกสามครั้ง ก่อนจะยินยอมให้ฮองตงยกทัพไป และฮองตงก็สามารถสังหารขุนพลเอกอย่างแฮหัวเอี๋ยนได้สำเร็จ ตามที่คุยไว้

เลียมเภา หรือ เหลียนพอ (Lian Po, 廉頗)
เลียมเภา หรือ เหลียนพอ (Lian Po, 廉頗)

เลียมเภา ยอดขุนพลแห่งยุคเลียดก๊ก

     การที่ฮองตง ยกเอาเรื่องของเลียมเภามากล่าวอ้าง จนทำให้ขงเบ้งใจอ่อนได้นั้น ย่อมแสดงว่าชื่อของ “เลียมเภา” ต้องไม่ใช่ระดับธรรมดาแน่นอน

     เลียมเภา หรือ เหลียนพอ (Lian Po, 廉頗) เป็นนายทหารเอกระดับอาวุโสของแคว้นจ้าว เขาถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดขุนพลแห่งยุคเลียดก๊ก (Warring States) (อีกสามคนคือ ไป๋ฉี่, หวังเจี้ยน และ หลีมู่) เลียมเภามีชื่อเสียงอย่างมากในการนำแคว้นจ้าวเอาชนะแคว้นฉี และแคว้นเว่ย ด้วยความที่เลียมเภามีอายุมากแต่ยังแข็งแรงอยู่นี่เอง ฮองตงจึงยกเอาเลียมเภามาเป็นข้อแก้ต่างให้กับความแคลงใจในเรื่องอายุของเขา

     เรื่องฝีมือการรบและความชรา ของฮองตงและเลียมเภา นั้นคือความเหมือน แต่เรื่องราวของเลียมเภา ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด กลับเป็นเรื่อง “แบกหนามขอขมา” (ฟู่จิงฉิ่งจุ้ย , 负荆请罪, Fù Jīng Qĭng Zuì)

     เลียมเภา เป็นขุนพลที่สร้างสมชื่อเสียงจากสนามรบ จนได้เป็นขุนนางระดับสูงของแคว้น แต่ต่อมามีกุนซือหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงนามว่า หลินเซียงหยู (Lin Xiangru,蔺相如) สร้างความดีความชอบด้วยคารมและสติปัญญา โดยเฉพาะในเหตุการณ์ที่เขาเดินทางเข้าไปเจรจากับอ๋องแห่งแคว้นฉิน และสามารถนำตราหยกซึ่งเป็นสิ่งของล้ำค่าของแคว้นจ้าว กลับมาได้สำเร็จ

หลินเซียงหยู (Lin Xiangru,蔺相如)
หลินเซียงหยู (Lin Xiangru,蔺相如)
     หลินเซียงหยูรับราชการไม่นานก็ได้ตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดี ทำให้เลียมเภาเกิดอาการริษยา และคิดว่าเขารับราชการ ทำศึกสงครามมานับไม่ถ้วน แต่กลับถูกหลินเซียงหยูที่ทำการแต่เพียงลมปากแซงล้ำหน้า เขาจึงตั้งใจว่าหากพบหลินเซียงหยูที่ใด จะแกล้งทำให้หลินเซียงหยูอับอายขายหน้าให้จงได้

      หลินเซียงหยู รู้ว่าเลียมเภาไม่ชอบหน้าและคิดจะกลั่นแกล้งตน จึงพยายามหลีกเลี่ยง ไม่เผชิญหน้ากับเลียมเภา หากเจอกันหลินเซียงหยูก็จะคอยหลบทางให้เสมอ พร้อมกับกำชับให้ลูกน้องของตน ให้หลบเลี่ยงและอย่ามีเรื่องมีราวกับลูกน้องของเลียมเภาด้วย จนลูกน้องของหลินเซียงหยู ถูกลูกน้องของเลียมเภาหัวเราะเยาะ ที่มีนายขี้ขลาดตาขาว

     ลูกน้องของหลินเซียงหยูหมดความอดทน จึงขอเข้าพบนายตนแล้วเล่าเรื่องคำดูหมิ่นให้หลินเซียงหยูฟัง หลินเซียงหยูจึงสอนลูกน้องว่า “ข้าไม่ต้องการมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเลียมเภา เพราะการที่แคว้นฉิน ไม่กล้าส่งกำลังเข้ามาตีแคว้นของเรา นั่นเป็นเพราะแคว้นของเรามีแม่ทัพเลียมเภา กับตัวข้าคอยปกป้องอยู่ หากแคว้นฉินเห็นว่าขุนนางใหญ่แห่งแคว้นจ้าวไม่สามัคคีกันแล้ว พวกมันคงต้องฉกฉวยโอกาสนี้ บุกเข้ามาโจมตีเราเป็นแน่แท้” ตั้งแต่นั้นมาลูกน้องของหลินเซียงหยูก็เข้าใจ และยอมถอยให้กับพวกเลียมเภามาตลอด

     ต่อมาเมื่อ เลียมเภา ล่วงรู้เจตนารมณ์นี้ของหลินเซียงหยู เลียมเภาจึงรู้สึกผิดและละลายใจยิ่งนัก เขาจึงถอดเกราะถอดเสื้อออกแล้วเอากิ่งหนามผูกหลัง ไปขอเข้าพบหลินเซียงหยูที่จวน เมื่อทั้งสองพบหน้ากัน เลียมเภาก็รีบคุกเข่าขอขมาแล้วขอให้หลินเซียงหยูลงโทษโดยเอากิ่งไม้เหล่านี้โบยตีเขา แต่หลินเซียงหยูปฏิเสธ แล้วรีบเข้าไปประคองเลียมเภาขึ้น จากนั้นจึงหาเสื้อผ้าอย่างดีมาให้ใส่ แล้วพูดคุยปรับความเข้าใจกัน ในที่สุดเขาทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิท และร่วมมือกันปกป้องชาติบ้านเมือง

“ฟู่จิงฉิ่งจุ้ย” หรือ “แบกหนามขอขมา”
“ฟู่จิงฉิ่งจุ้ย” หรือ “แบกหนามขอขมา”
     ปัจจุบันคำว่า ฟู่จิงฉิ่งจุ้ย” หรือ แบกหนามขอขมา” กลายมาเป็นสำนวน แปลว่า "ยอมรับความผิดของตนเองโดยไร้ข้อโต้แย้ง และกล่าวขอโทษด้วยความจริงใจ"

     เรื่องนี้ดูเหมือนว่า เลียมเภา เป็นต้นแบบของฮองตง ทั้ง อายุ ฝีมือการรบ และลักษณะนิสัย ที่รู้ผิดชอบชั่วดี รักชาติบ้านเมืองอย่างที่สุด ซึ่งฮองตงก็ได้แสดงออกในตอนที่รบกับกวนอู และตอนที่เล่าปี่ตีเมืองเตียงสาของเขาได้

     ทั้งนี้ก็เห็นสมแล้ว ที่ตันชิ่ว(ผู้บันทึกจดหมายเหตุสามก๊ก) ยกย่องว่า ในกลุ่มห้าทหารเสือของพระเจ้าเล่าปี่ มีเพียงจูล่งและฮองตง เท่านั้นที่มีคุณธรรมและควรค่าแก่การเอาเยี่ยงอย่าง ....

     ดังนั้นหากถามว่า ใครเป็นสุภาพบุรุษสูงวัยที่น่านับถือมากที่สุดในเรื่องสามก๊ก ? ผมก็ขอบ่องตง เลยว่าคือ ฮองตง คือ เลียมเภา .....

บ่องตง - คาวบอย  (Official Audio + Lyric)



SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

12 comments:

  1. บ่องตง ขยันจริง

    ReplyDelete
  2. เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นใน SAN12PK ด้วยนินา แมพ สงคราม ราชวงฉิน อะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่แล้วครับ... ยุคเลียดก๊กนี่สนุกมาก มีตำนานให้ค้นหาเยอะเลย

      Delete
    2. ผมประสบการณ์ยังอ่อนด้อยเพิ่งจะเริ่มอ่านสามก๊ก ขอรบกวนถามหน่อยครับว่า ยุคเลียดก๊กเนี่ย เกิดก่อนยุคสามก๊ก กี่ปีครับ แล้วในเรื่อง กลยุทธ์กลศึกเนี่ย น่าศึกษามากน้อยแค่ไหนครับ ผมจะได้ไปหามาศึกษาบ้าง

      Delete
    3. ยุคเลียดก๊ก หรือยุคจั้นกั๋วเกิดขึ้นประมาณ 477-222 ปี ก่อน ค.ศ. หากเทียบกับยุคสามก๊กก็จะเกิดก่อนสามก๊กประมาณ 500 ปีครับ ส่วนกลยุทธ์กลศึกต่าง ๆ นั้นมีมากไม่แพ้กันเผลอ ๆ จะมากกว่าด้วย เพราะเป็นสงครามแย่งชิงอำนาจกันของ 7 แคว้น ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 255 ปี

      Delete
  3. เสียดาย แต่มันต้องแปลอีกเยอะเลย ถึงจะเพิ่มอรรถรสได้มากขึ้นอีก ต้องรบกวนท่านผู้รู้อีกมาก กว่าจะได้ patch ที่สมบูรณ์แบบ T-T

    ReplyDelete
  4. คนที่เป็นทหารเลวมาก่อนจะเป็นแม่ทัพ มักทะนงและถือตัว แต่คนบางคนที่ไม่ได้ใช้กำลังแต่ชนะได้นั้นคือสติปัญญา
    ผู้ที่เคยชินกับการใช้กำลัง มักไม่รู้ถึงการใช้สติ

    ReplyDelete
  5. สุดยอดเลยท่าน

    ReplyDelete
  6. ตอนฮองตงหนุ่มๆถ้าได้สู้กับเทพสงครามอย่างลิโป้น่าจะสนุกน่าดู

    ReplyDelete
  7. san12pk แมพสุดท้ายพึ่งเข้าใจ หลังจากนั่งงงว่าเกิดไรขึ้น 55

    ReplyDelete
  8. คนที่รู้จักความผิดของตนอย่างเหลียนฝ่อ นับว่าหายาก แต่ความอดทนและรักชาติของหลินเซี่ยงหยู่ นับว่าเป็นบุญของแผ่นดินจริงที่มีขุนนางดีๆอย่างนี้

    ReplyDelete

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]