บุนเอ๋ง จูล่งคนใหม่

บุนเอ๋ง จูล่งคนใหม่

     จูล่ง คือยอดขุนพล หนึ่งในห้าทหารเสือของพระเจ้าเล่าปี่ ที่มีเกียรติประวัติและความกล้าหาญปรากฏไปทั่วยุทธภพ ฝีมือของจูล่งนั้นไม่เป็นรองใครหน้าไหนทั้งนั้นในเรื่องสามก๊ก ไม่ว่าจะเป็น กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว หรือแม้แต่เทพเจ้าแห่งสงครามอย่างลิโป้ จูล่งทำศึกตั้งแต่หนุ่มจนแก่ไม่เคยได้รับบาดแผลแม้แต่น้อย และเป็นทหารเสือคนเดียวที่เสียชีวิตด้วยความชรา

     การจากไปของจูล่งนั้น ทำให้วรรณกรรมสามก๊กในตอนท้าย ๆ ขาดสีสันของยอดอัศวินผู้ห้าวหาญไปเสียนาน จนกระทั่งถึงตอนท้าย ๆ จึงมีชื่อของนักรบหนุ่มน้อยผู้หนึ่งปรากฏเลื่องลือขึ้นมา เขาผู้นี้มีนามว่า “บุนเอ๋ง”

     ในหนังสือ “พิชัยสงครามสามก๊ก” ของคุณสังข์ พัธโนทัย กล่าวถึงประวัติของบุนเอ๋งไว้ว่า

     “บุนเอ๋ง (อุ๋นยัง 文鸯 Wen Yang ) : เป็นบุตรชายคนที่สองของบุนขิม มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า บุนเซก (อุ๋นเซอ 文俶Wen Shu) เมื่อบุนขิมร่วมกับบู๊ขิวเขียมแข็งข้อต่อสุมาสู บุนเอ๋งอายุได้ 18 ปี มีกำลังร่างกายแข็งแรง สูง 8 ฟุต ( สามก๊กไทยว่า สูง 5 ศอก ) มีความชำนาญในการใช้ทวนเป็นอาวุธ ถือตะบองเหล็กเป็นคู่มือ คำว่า "ตะบองเหล็ก" ต้นฉบับภาษาจีนใช้คำว่ากังเปียน (鋼鞭) สามก๊กภาษาอังกฤษแปลว่า Whip of Steel (แซ่เหล็ก) ซึ่งไม่ตรง ในสามก๊กไทยว่า บุนเอ๋งขี่ม้ายนต์ ไม่ปรากฏว่าต้นฉบับจีนมีคำทำนองนี้ บอกแต่เพียงขี่ม้าอย่างธรรมดาเท่านั้น เมื่อบุนขิมแพ้สุมาสู หนีไปสวามิภักดิ์ต่อง่อก๊ก บุนเอ๋งตามบิดาไปสวามิภักดิ์ด้วยและได้รับแต่งตั้งเป็นนายพล (เจียงจวิน) ครั้นบุนขิมถูกจูกัดเอี๋ยนประหารชีวิต บุนเอ๋งหนีไปสวามิภักดิ์ต่อสุมาเจียวและรับราชการอยู่กับวุยก๊ก ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเพียนเจียงจวิน (นายพล) มีบรรดาศักดิ์เป็นกวนไน่โหว (พระยา)”

ภาพบุนเอ๋งจากเกมสามก๊ก Romance of the Three Kingdoms
ภาพบุนเอ๋งจากเกมสามก๊ก Romance of the Three Kingdoms
     ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) บุนเอ๋งปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในตอนที่ 81 โดยใช้ชื่อว่า “บุนเซ็ก” (ชื่อ “เซ็ก” นี้เป็นชื่อจริง ส่วน “เอ๋ง” นั้น เป็นชื่อเรียกในวัยเด็กของเขาที่เรียกติดปากกันมา) โดยในตอนนั้นบุนขิม ได้อธิบายคุณสมบัติของลูกชายให้บู๊ขิวเขียมฟังว่า “บุตรข้าพเจ้าคนหนึ่งชื่อบุนเซ๊กมีกำลังมากนัก อาจสามารถสู้คนได้หมื่นหนึ่งมันก็คิดแค้นอยู่”

     บุนเอ๋ง กับบิดา ยกทัพแยกกันเหนือ-ใต้ ไปปล้นตีค่ายของสุมาสู บุนเอ๋งไล่ฆ่าฟันทหารสุมาสูล้มตายเป็นอันมาก บุนเอ๋งขับม้าบ่ายหน้าไปทางใดทางนั้นก็วินาศไม่มีผู้ใดต้านทาน บุนเอ๋งรอบุนขิมที่ยกมาทางใต้อยู่นานก็ยังไม่มาเพราะบุนขิมหลงทาง บุนเอ๋งจึงถูกทหารของสุมาสูและเตงงายล้อมไว้ ทหารของบุนเอ๋งมีน้อยพอถูกล้อมก็ยอมแพ้วิ่งหนีหมด เหลือแต่บุนเอ๋งผู้เดียว บุนเอ๋งรบกับเตงงายได้ 50 เพลง ก็หนีออกมาได้ และถูกไล่ตามมาจนถึงสะพานแห่งหนึ่งชื่อว่าสะพาน “งักแกเสีย”(Lojia)

     จูล่งมีวีรกรรมฝ่าทัพรับอาเต๊าที่ทุ่งเตงยาง ส่วนเตียวหุยยืนม้าสกัดทัพโจโฉที่สะพานเตียงปัน บุนเอ๋งในคราวนี้องอาจไม่แพ้กัน เพราะเมื่อมาถึงสะพานงักแกเสีย บุนเอ๋งชักม้ากลับ แล้วหันหน้าเข้าตะบันกองทัพที่ไล่ตามมา แล้วร้องตวาดว่า “อ้ายพวกทหารหนูไม่กลัวความตาย” บุนเอ๋งแต่เพียงผู้เดียวใช้กระบองเหล็กเข้าตีทหารสุมาสูที่ไล่ตามมาล้มตายครั้งแล้วครั้งเล่าถึงสี่ครั้งห้าครั้งหลายร้อยชีวิต จนทหารสุมาสูทั้งกองทัพต้องยอมยกกลับไป บุนเอ๋งจึงตามบุนขิม ลี้ภัยไปอยู่กับง่อก๊กที่เมืองกังตั๋งได้อย่างปลอดภัย

บุนเอ๋งที่สะพานงักแกเสีย
บุนเอ๋งที่สะพานงักแกเสีย
     ในหนังสือสามก๊กภาษาไทยของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) วีรกรรมสำคัญของบุนเอ๋งหมดลงเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากนั้นเมื่อบุนเอ๋งไปอยู่กับง่อก๊กแล้ว ได้ช่วยจูกัดเอี๋ยนออกรบกับสุมาเจียว แต่บุนขิมกลับถูกประหารเพราะผิดใจกับจูกัดเอี๋ยน บุนเอ๋งจึงไม่พอใจที่บิดาถูกประหาร จึงหนีไปสวามิภักดิ์กับสุมาเจียว และช่วยให้สุมาเจียวเอาชนะจูกัดเอี๋ยนได้สำเร็จ หลังจากนั้นชื่อของ “บุนเอ๋ง” ก็หายไปดื้อ ๆ ไม่มีการกล่าวถึงเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด

     ส่วนการที่ยกย่องให้ บุนเอ๋งเป็นจูล่งคนใหม่นั้น มีที่มาจากบทกลอนในหนังสือวรรณกรรมสามก๊กภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ในเหตุการณ์ที่สะพานงักแกเสีย โดยจะขอยกความจากหนังสือสามก๊กภาษาอังกฤษของบริวิท เทเลอร์ มาให้ชมว่าเขาเปรียบเทียบ บุนเอ๋งกับจูล่งว่าอย่างไร ดังนี้

Defiance hurled at Cao Cao’s mighty host
Arrayed near Long Slope proclaimed Zhao Yun,
A valiant man; and peerless stood he till.
At Lojia another hero faced,
Alone, another host, and Wen Yang’s name
Was added to the roll of famous people.

    แปลได้ประมาณว่า “ เมื่อครั้งจูล่งยืนหยัดต้านทานกองทัพอันเกรียงไกรของโจโฉแต่ผู้เดียวนั้น ก็ไม่มีใครเทียบเคียงกับเขาได้ จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่สะพานงักแกเสีย ชื่อของบุนเอ๋งผู้กล้า ยืนม้าแต่ผู้เดียวต้านทานกองทัพหนึ่งไว้ได้ จึงถูกจารึกไว้เป็นสำคัญ”

บุนเอ๋ง เป็นตัวละครตัวใหม่ในเกมสามก๊ก Dynasty Warriors 8
บุนเอ๋ง เป็นตัวละครตัวใหม่ในเกมสามก๊ก Dynasty Warriors 8
     หนังสือสามก๊กในตอนท้าย ๆ ขาดเสน่ห์ เพราะรวบรัด ตวัดให้สั้น อรรถรสทางวรรณกรรมหายไปดูคล้ายกับบันทึกทางประวัติศาสตร์อันน่าเบื่อ จนคนสำคัญหลายคนถูกมองข้าม ...... “บุนเอ๋ง จูล่งคนใหม่” ก็เป็นคนสำคัญคนหนึ่ง ที่ถูกทำให้เลือนราง และดูไม่สำคัญเอาเสียเลย....



SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

19 comments:

  1. แต่ในเกมส์ status ก็เยอะอยู่นะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. เกมสามก๊กในคอมฯ ช่วยเก็บรายละเอียดเล็กน้อย ๆ ในวรรณกรรมได้ดีมาก
      ทีมงานเขาค่อนข้างแม่น เพราะมีประสบการณ์ในการทำเกมมาหลายภาคแล้ว
      ยกตัวอย่างเช่น
      สามก๊ก11 ผมจะชอบดูภูมิศาสตร์ภายในเกม เช่นเมือง ป้อมค่าย ช่องทาง แม่น้ำ ซึ่งบางครั้งเราอ่านนิยายแล้วนึกภาพไม่ออก
      สามก๊ก12 จะชอบภาพตัวละคร ที่เขาวาดไว้สวยงาม และมักจะมีรายละเอียดสำคัญซ่อนอยู่ ดูรูปแล้วต้องคิดว่าตัวละครนั้นกำลังทำอะไร
      อย่าคิดว่าเกมไม่สำคัญ.... ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อการศึกษาสามก๊กมากมายทีเดียว

      Delete
  2. ใน ปวส จริง มีเหตุการณ์นี้จริง เหมือน จูล่ง ไหมครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ประวัติศาสตร์จริง บุนเอ๋งเท่กว่าในวรรณกรรมเยอะเลยครับ

      เพราะในสมุดจดหมายเหตุจิ้นสู่ บทชีวประวัติของสุมาสู เล่าเอาไว้ว่า
      สุมาสูตกใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าค่ายของตนถูกบุนเอ๋งโจมตี ความตกใจและกังวลครั้งนี้ทำให้ลูกตาของสุมาสูถลนออกมาจากเบ้าหนึ่งข้าง
      สุมาสูกลัวทหารจะขวัญเสียจึงเอาผ้าปูเตียงคลุมหัวออกบัญชาการทัพด้วยความเจ็บปวด จนสุมาสูต้องขบกัดผ้าปูเตียงนั้นจนขาดเป็นริ้ว ๆ
      ต่อมาบุนเอ๋งต้องถอยทัพ เพราะบุนขิมผู้เป็นบิดาไม่สามารถตามมาสมทบตามที่นัดหมายไว้ได้
      สุมาสูจึงสั่งให้สุมาปั้น จัดทหารฝีมือดีจำนวน 8,000 คน ไล่ล่าติดตาม หมายจะแก้แค้น โดยแบ่งทหารออกเป็นปีกสองข้างเข้าล้อมจับ
      บุนเอ๋งขับม้าแต่ผู้เดียว บุกเข้ากลางกระบวนทหารม้านับพันของสุมาสู บาดเจ็บล้มตายกันหลายร้อยนาย
      บุนเอ๋งขับม้าฝ่าเข้า ฝ่าออกกองทหารของสุมาสู 6-7 ครั้ง จนทหารทั้งกองเข็ดขยาด ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จนต้องล้มเลิกการล่าติดตามนั้น

      ยิ่งค้นคว้ายิ่งรู้สึกว่า เจ้าหมอนี่ไม่ธรรมดา รบแบบ 1 ต่อ 8,000 ได้ทั้งที่อายุเพียง 18 แล้วจะไม่ให้ยกย่องว่ามีฝีมือเทียบเท่าจูล่งได้อย่างไร
      หากคุณบัญชาสนใจอ่านรายละเอียดทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติม ลองเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ (เป็นภาษาอังกฤษ)
      http://kongming.net/encyclopedia/Sima-Shi

      Delete
  3. สุดยอดแม่ทัพอีกหนึ่งท่าน ขอคาราวะครับผม

    ReplyDelete
  4. ผมข้องใจจริงๆว่าทำไม การกบฏในวุยก๊กช่วงปลายส่วนใหญ่ถึงชอบไปเกิดขึ้นแถวๆฉิวฉุน ชายแดนที่ติดกับง่อก๊กครับ และส่วนใหญ่จะได้ง่อสนับสนุนด้วย
    ครั้งแรก อ้องเหลง หลานชายอ้องอุ้น อดีตขุนพลในหน่วยของเตียวเลี้ยว ก่อกบฏขึ้นที่ชิวชุนหลังสุมาอี้รั้ฐประหารโจซอง (ซึ่งคราวนั้นขุนนางระดับสูงของวุยถูกกวาดล้างไปอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคืองิ้วขิม ขุนพลที่รับใช้วุยก๊กมานานนับตั้งแต่ศึกเซ็กเพ็ก และโฮอั๋น บุตรชายของโฮจิ๋น ที่ให้การสนับสนุนโจซอง) สุมาอี้ไปปราบได้
    ครั้งที่สอง บุนขิมกับบู๊ขิวเขียม (บู๊ขิวเขียมเคยเป็นแม่ทัพวุยที่นำกองทัพไปรบกับอาณาจักรโกคูรยอของเกาหลี งงเหมือนกัน เป็นขุนศึกดูแลชายแดนภาคใต้ ทำไมถึงได้รับจ๊อบให้ไปรบกับเกาหลีก็ไม่รู้) ก่อกบฏขึ้นที่ฉิวฉุนอีก คราวนี้่ได้ง่อสนับสนุน แต่ก็ถูกสุมาสูปราบได้ บู๊ขิวเขียมตาย ส่วนบุนขิมและบุตรชาย บุนเอ๋ง บุนเฮา หนีไปเข้ากับง่อ แต่ฝ่ายสุมาสูเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการปราบกบฏครั้งนี้ (ตาหลุดเพราะบุนเอ๋งนั่นแหละ) แล้วซมซานกลับมาตายที่เมืองหลวง
    ครั้งที่สาม จูกัดเอี๋ยน ก่อกบฏขึ้นที่ฉิวฉุนอีก ง่อสนับสนุน แต่สุมาเจียวก็มาปราบได้ ครั้งนี่ฝ่ายง่อเองก็เสียหายหนักพอดู ขุนพลจำนวนมากที่ส่งมาช่วยจูกัดเอี๋ยนกบฏ ยอมเข้าร่วมกับสุมาเจียวกันเป็นแถบ บุนเอ๋งกับบุนเฮาก็เป็นหนึ่งในนั้น ขุนพลแซ่จวนทั้งสองคนก็ด้วย ที่ตายก็มี เช่นบุนขิม (อยากรู้จริงๆว่าจูกัดเอี๋ยนจะประหารทำไม) เรียกว่าง่อคิดผิดจริงๆที่มายุ่งกับศึกนี้
    แถบๆฉิวฉุนนี่รบกันบ่อยตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่องเลย สงสัยจริงๆว่าทำไม แม้แต่ตอนที่ง่อยึดเกงจิ๋วได้แล้ว สนามรบหลักของง่อกับวุยก็ยังคงเป็นที่ฉิวฉุน - หับป๋าเหมือนเดิม แดนเกงจิ๋วไม่ค่อยได้รบกันเลย ฝ่ายง่อเองก็ไม่เคยใช้เกงจิ๋วเป็นฐานบุกขึ้นเหนือแต่อย่างใด การบุกวุยแต่ละครั้งของง่อ ล้วนแล้วแต่บุกเข้าทางฉิวฉุนแทบทั้งสิ้น ทั้งๆที่หากบุกเข้าทางด้านเกงจิ๋วจะมีโอกาสถึงเมืองหลวงของวุยมากกว่า

    ReplyDelete
    Replies
    1. ไม่กล้ายืนยันว่าถูกหรือผิดแต่ตามความคิดผมก็คือ

      1. ฉิวฉุน ตั้งอยู่ระหว่างเมืองหลวงทั้งสองฝ่าย ฮูโต๋และเกี๋ยนเงียบ ง่ายต่อการก่อการภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายง่อ
      2. ระยะทางจากเกงจิ๋วที่ฝ่ายง่อยึดไว้(กังเหลง) เทียบกับระยะทางจากฉิวฉุนไปยังเมืองฮูโต๋ ทางฉิวฉุนสั้นกว่าสะดวกกว่า และไม่ต้องกังวลจ๊กก๊กมือที่สามด้วย
      3. ฉิวฉุนเป็นชายแดนไม่สำคัญ กำลังทหารส่วนใหญ่เทไปทางด้านตะวันตกฝั่งเมืองเตียงอันและเทียนซุย เพื่อรับมือกับจ๊กก๊ก การตรวจตราและกำลังทหารเบาบาง ผู้ก่อการจึงหมายตาที่นี่เป็นฐานกำลัง

      ปล. คำถามคุ้น ๆ นะครับ เหมือนเคยเห็นในเว็บเด็กดี :)

      Delete
    2. โฮอั๋นเป็นหลานโฮจิ๋นครับไม่ใช่ลูก

      Delete
  5. ก็ผมคนเดียวกับที่ไปถามในเวปเด็กดีนั่นแหละ แต่ไม่มีใครตอบ ผมก็เลยมาถามในนี้ไงครับ
    ผมชื่อ "แหล่มเลย" ถ้าไม่เชื่อ ดูเลขไอพียืนยันได้เลย 555 (:

    ก็เคยไปขอให้ท่าน Eagle ช่วยเขียนเรื่องเตงฮองให้หน่อย จริงๆถ้าพูดถึงง่อก๊ก แล้วพลาดเรื่องของคนผู้นี้ ก็เหมือนเสียอรรถรส
    แต่ดูเหมือนทางนั้นเขาจะเลิกเขียนแล้ว
    ผมจึงอยากเชียร์ให้ท่านสามก๊กวิทยา เขียนทีๆครับ มีเรื่องที่อยากรู้เกี่ยวกับขุนพลผู้นี้มากมายเลย

    ปล.อยากรู้เรื่องด้วยว่า ง่อก๊กได้แดนลำอวดกับแดนญวนมาได้ยังไงด้วย ไปตีเอาเหรอ หรือว่าสองดินแดนนั้นยอมมาเข้าเอง

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยินดีที่ได้รู้จักผู้รู้จริงเรื่องสามก๊กอีกท่านครับ ถามแต่ละอย่างไม่ธรรมดาเลย
      ช่วงนี้คุณ Eagle คงวุ่นอยู่กับการเตรียมออกหนังสือสามก๊กฉบับจดหมายเหตุครับ ผมเองก็รออ่านผลงานแกอยู่
      เรื่องเตงฮองก็น่าสนใจดี ไว้ว่าง ๆ จะหาประเด็นมาเขียน แต่พวกไม่ดังนี่เขียนยาก คนอ่านน้อย
      ปล. เรื่องง่อก๊กได้แดนลำอวดกับญวนนั้น เดิมทีจีนก็แผ่ไพศาลครอบคลุมบริเวณนั้นมานานตั้งหลายร้อยปีแล้ว แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับง่อก๊กโดยตรงก็สามารถหาอ่านได้จากประวัติของโปเจ๋าครับ คร่าว ๆ คือเขาเป็นผู้ตรวจการที่ซุนกวนแต่งตั้งให้ไปดูแลดินแดนทางใต้ และสามารถทำให้เจ้าเมืองเกียวจี๋ (ใกล้ ๆ ฮานอย) ยอมสวามิภักดิ์ได้ครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Bu_Zhi

      Delete
  6. เอ่อ ลืมพูดเรื่องคำตอบไปซะงั้น

    ผมก็นึกว่าทางฉิวฉุน วุยจะตุนทหารไว้เยอะซะอีก เพราะเป็นตรงนั้นติดเมืองหลวงของง่อ จึงน่าจะตุนทหารไว้เยอะๆเพื่อกันง่อบุกขึ้นเหนือ เลยทำให้แม่ทัพที่ดูแลพรมแดนแถวๆนั้น พอมีทหารในมือเยอะ ก็กลายเป็นเหลิง

    ที่ไหนได้ ทหารตรงนั้นกลับเบาบางซะงั้น (มิน่าล่ะ ก่อกบฏทีไร โดนปราบได้ตลอด)

    นี่ก็แสดงให้เห็นว่าวุยระแวงจ๊กมากกว่าง่อน่ะสิ

    แต่ตอนจิ้นยึดง่อ บุกจากเกงจิ๋ว เด็ดหัวเมืองรายทางไปจนถึงเกียนเงียบซะงั้น (ทำยังงั้นทำไมก็ไม่รู้ สู้บุกจากฉิวฉุนข้ามไปเกียนเงียบเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ แต่ยังไงๆก็ชนะล่ะนะ)

    ปล. เรปของผมในเวปเด็กดี ผมเข้าใจผิดอยู่เรื่องหนึ่ง คือตอนเกิดกบฏอ้องเหลง ง่อไม่ได้มาเล่นด้วยครับ (แต่ในเกม DW7 ง่อโผล่ออกมาช่วยฝ่ายกบฏซะงั้น เจอสุมาอี้มุโซไม่กี่ที เดี้ยงหมดกองทัพซะละ เตงฮองนี่ ดอกเดียวหลับเลย)

    ปล 2. ผมว่าในช่วงท้าย ถ้าง่อบุกจากเกงจิ๋ว จะมีโอกาสปราบวุยได้มากกว่านะครับ เพราะตอนนั้นเมืองหลวงของวุยย้ายกลับมาที่ลกเอี๋ยง ไม่ใช่ฮูโต๋แล้ว ตามแผนที่ ถ้าบุกจากเกงจิ๋ว ทะลุอ้วนเซียขึ้นไปได้ ก็ถึงลกเอี๋ยงแล้ว แต่ถ้าบุกเข้ามาทางฉิวฉุน ก็ต้องผ่านยีหลำ กุนจิ๋วก่อน ซึ่งตรงนั้นเคยเป็นแดนหลักของวุยก๊กมาตั้งแต่ช่วงสร้างก๊กใหม่ๆ ยากที่ง่อจะทะลวงได้
    หรือถ้าจะขึ้นไปทางชีจิ๋ว ก็ยากกว่าเดิมอีก เพราะต่อให้ยึดมาได้ ก็จะโดนกองทัพม้าของวุยถล่มยับเยิน เพราะเป็นที่ราบ
    ข้อสันนิษฐานที่ว่า บุกจากทางฉิวฉุนใกล้เมืองหลวงวุยมากกว่า จึงไม่น่าจะใช่
    แต่ง่อก็ยังบุกเข้ามาทางฉิวฉุนอยู่ดี อย่างตอนที่จูกัดเก๊กบุกขึ้นเหนือ ก็เข้ามาทางฉิวฉุน
    คงจะเป็นเพราะเรื่องง่อระแวงจ๊ก จึงไม่ใช้เส้นทางเกงจิ๋วนั่นแหละกระมัง

    ผมคิดว่า ง่อได้เกงจิ๋วมาแบบไร้ประโยชน์จริงๆ เพราะได้มาแล้วก็ไม่เห็นได้ใช้ประโยชน์อะไรมากนัก ถึงการยึดเกงจิ๋วของง่อ จะทำลายแผนการรวมแผ่นดินของจ๊กได้ แต่ง่อก็ไม่เคยใช้ที่นี่เป็นฐานเพื่อบุกวุยก๊กดังที่ตั้งใจไว้แต่แรกแต่อย่างใด ซึ่งบ่องตรงว่า ไม่คุ้มค่ากับที่พยายามจะเข้าครอบครองมาตลอดเลย

    ให้จ๊กเก็บไว้ ยังดูจะมีประโยชน์ซะกว่า

    ReplyDelete
    Replies
    1. เห็นคล้อยตามกันครับ
      ส่วนเรื่องเกงจิ๋ว อย่างไรก็ต้องชิงมาจากจ๊ก เพราะมันเป็นหอกข้างแคร่ ถ้าไม่ยึดมาแผ่นดินจีนเสร็จขงเบ้งแน่ เพราะถ้าเล่าปี่มีทั้งเสฉวนและเกงจิ๋ว จ๊กก๊กจะกลายเป็นก๊กใหญ่อันดับ 1 ทันที

      Delete
  7. ขอบคุณมากๆครับ ถึงรู้มาก ก็ยังแค่ขี้เล็บท่านสามก๊กวิทยางับ
    โปเจ้า ตอนเล่นเกมชอบอ่านเป็นบู๊ซือ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมเองก็ไม่ได้รู้อะไรมาก เมื่อถูกถามจึงต้องค้นคว้าหาคำตอบ
      ผมไม่ได้เขียนบทความหลายวันเพราะท่านแหล่มเลยถามคำถามยาก ๆ นี่แหละครับ :)

      Delete
  8. อ้าว ผมลืมอวดรู้เรื่องบุนเอ๋งไปเสียสนิทเลย บ่องตรงว่าผมบ้าสามก๊กมาตั้งแต่อายุสิบสอง ปัจจุบันยี่สิบเอ็ด พึ่งจะมารู้จักบุนเอ๋งเอาเมื่อไม่นานมานี้เอง อะไรจะดังน้อยขนาดนั้นน้อ

    แต่ก็น่าคิดนะ บุนเอ๋งเป็นเหตุให้สุมาสูตาย แต่สุมาเจียวกลับให้อภัย และยอมให้เข้าร่วมงานด้วยซะงั้น
    แถมอ่านจากประวัติบุนเอ๋งในวิกิภาษาอังกฤษ พบว่าหมอนี่ตายหลังรัชกาลสุมาเอี๋ยนอีก อายุยืนแฮะ

    ปกติสุมาเจียวกับสุมาเอี๋ยนเป็นพวกระแวงลูกน้อง เห็นใครเก่งเกินหน้าเกินตาหน่อยก็หาเรื่องฆ่าเสีย ดูอย่างเตงงายกับจงโฮยเป็นตัวอย่าง แต่นี่บุนเอ๋งกลับไม่โดนอะไรเลย อยู่รอดได้ซะงั้น

    อันนี้ผมอึ้งไปเลยนะ ไปทำตัวโง่ๆอีท่าไหน นายถึงไม่ระแวง ทั้งๆที่เก่งก็เก่ง ผลงานก็ดี น่าจะครองใจพรรคพวกได้มาก คนแบบนี้อยู่กับนายขี้อิจฉาไม่ได้หรอก
    แต่ก็รอดมาได้ ด้วยอะไรก็ไม่รู้ แหล่มจริงๆ

    ปล.ในเกม DW8 บุนเอ๋งหล่อวายร้ายจริงๆ เสียดายไม่ทำบุนเฮาคนน้องออกมาด้วย หมอนี่ก็ถูกสามก๊กช่วงหลัง "ใช้แล้วทิ้ง (หมดบทเด่นๆแล้วก็หายไปเลย แบบม้าเฉียว)" เหมือนกับพี่
    ปล2. บุนขิม บุนเอ๋ง บุนเฮา ใช่เชื้อสายของบุนเพ่งหรือเปล่าครับ (หมอนั่นก็ "โดนใช้แล้วทิ้ง" เหมือนกัน)

    ReplyDelete
    Replies
    1. สุมาเจียวเกือบจะฆ่าบุนเอ๋งทิ้งเพื่อแก้แค้นให้พี่ชาย แต่จงโฮยขอชีวิตไว้
      และบุนเอ๋งก็กลายมาเป็นกำลังสำคัญในการปราบกบฎ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาที่สุมาเจียวให้อภัยศัตรู
      ทหารเมืองฉิวฉุนพูดกันว่า "บุนเอ๋งเป็นศัตรูสุมาเจียว ยังได้รับการอภัยได้ตำแหน่งใหญ่โต พวกเราควรยอมสวามิภักดิ์เช่นกัน"
      ส่วนประวัติตอนท้ายของบุนเอ๋งนี่ไม่ทราบรายละเอียดเพราะไม่มีบันทึกไว้
      ปล. - แซ่บุนเหมือนกันก็คงมาจากเชื้อสายเดียวกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีบันทึกว่า เกี่ยวดองกันทางไหน ฟันธงไม่ได้ครับ

      Delete
    2. สุดท้ายบุนเอ๋งโดนหลานจูกัดเอี๋ยนที่แค้นแทนปู่ใส่ร้ายว่าเป็นกบฏและถูกประหารชีวิตทั้งโคตรนะครับ

      Delete
    3. ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ

      Delete
  9. ต่างกับจูล่งตรงที่ จูล่งจงรักภักดีกับเล่าปี่เพียงผู้เดียว

    ReplyDelete

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]