เทียบฝีมือห้าทหารเสือ

เทียบฝีมือห้าทหารเสือ

     ห้าทหารเสือ (Five Tiger Generals, 五虎將) หรือ ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก เป็นตำแหน่งเรียกขานขุนพลเอก ผู้มีฝีมือเก่งกาจ เป็นที่เลื่องลือกล่าวขานทั่วทั้งแผ่นดิน ซึ่งพระเจ้าเล่าปี่ได้แต่งตั้งให้กับ กวนอู, เตียวหุย, จูล่ง, ม้าเฉียว และฮองตง เมื่อครั้งได้ครองเมืองเสฉวนและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าฮันต๋ง ซึ่งทหารเสือแต่ละคนนั้นก็มีฝีมือเก่งกาจสมคำล่ำลือ และเป็นปัญหาตามมาว่า ในกลุ่มทหารเสือ 5 คนต่อไปนี้ ...ใครเก่งที่สุด ?

กวนอู

ค่าพลังของกวนอู

     กวนอูสามารถตัดศีรษะของยอดขุนพลอย่างฮัวหยงโดยที่สุรายังไม่หายอุ่น สังหารงันเหลียง บุนทิว สองทหารเอกของอ้วนเสียวได้ในการประมือเพียงไม่กี่เพลง แต่กระนั้นก็ไม่อาจเอาชนะทหารเอกของอ้วนสุดอย่างกีเหลงได้ใน 30 เพลง (เตียวหุยชนะได้ใน 10 เพลง) จุดเด่นในการรบของกวนอูคือความเข้มแข็ง ดุดัน และความสุขุมในการรบ ประกอบกับการมีร่างกายกำยำ การใช้ง้าวที่มีน้ำหนักมากถึง 82 ชั่งเป็นอาวุธ แสดงว่ากวนอูเป็นนักรบที่แข็งแรงมาก แต่กระนั้นกวนอูก็ประมาทอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บอยู่เสมอ ... คนในยุคหลัง นอกจากจะยกย่องให้กวนอูเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์แล้ว บางคนยังยกให้เป็นเทพเจ้าแห่งสงครามด้วย ถ้าไม่รบเก่งจริงคงไม่ได้รับการยกย่องขนาดนี้

เตียวหุย

ค่าพลังของเตียวหุย

     เตียวหุย มีฝีมือการรบเข้มแข็งดุดัน เคยประมือกับลิโป้แบบตัวต่อตัวที่เมืองเสียวพ่ายได้ 100 เพลง ไม่แพ้ รบกับม้าเฉียว ทั้งวันทั้งคืนหลายร้อยเพลงไม่แพ้ชนะ รบกับกีเหลง 10 เพลง เตียวหุยตวาดด้วยเสียงอันดังทำให้ม้ากีเหลงตกใจเสียหลักจึงสังหารกีเหลงได้ กวนอูเคยยกย่องฝีมือการรบของเตียวหุยให้โจโฉฟังว่า “น้องข้าพเจ้าชื่อเตียวหุยนั้น มีกำลังฝีมือกล้าหาญยิ่งกว่าข้าเจ้าอีก ถึงทหารสักร้อยหมื่นป้องกันนายทัพอยู่ก็ดี เตียวหุยก็อาจหักเข้าไปตัดศีรษะมาได้โดยเร็ว อุปมาดังหยิบส้มในลัง” โจโฉถึงกับสั่งให้ทหารเขียนชื่อเตียวหุยไว้ในเสื้อ เพื่อเตือนใจว่าถ้าเจอคนชื่อเตียวหุย อย่าได้ออกรบกับมันเป็นอันขาด เตียวหุยรบเก่งและมีพัฒนาการ เนื่องจากในตอนหลัง ๆ เขาสามารถคิดกลอุบายเอาชนะในการรบ ไม่ได้ใช้แต่กำลังอย่างเดียว แต่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะสติปัญญามา ๆ ไป ๆ

จูล่ง

ค่าพลังของจูล่ง

     จูล่ง มีวิทยายุทธ์อันล้ำเลิศ รวดเร็ว มักมีผลงานปรากฏในการต่อสู้แบบตะลุมบอน หรือสู้กับกองทหารจำนวนมาก ไม่ใช่การสู้แบบตัวต่อตัวกับทหารเอกที่มีชื่อเสียง ซึ่งนั่นทำให้จูล่งไม่อาจเทียบชั้นกับกวนอู หรือเตียวหุย ในการสู้กับขุนพลเอกนั้น จูล่งเคยประมือกับบุนทิว รบกันอยู่ 60 เพลง ไม่อาจรู้แพ้รู้ชนะ (กวนอูชนะบุนทิวใน 3 เพลง) แต่กระนั้นจูล่งก็มีความชำนาญอาวุธหลายประเภท ทั้งเพลงทวน เพลงดาบและเกาทัณฑ์ โดยภาพรวมแล้วฝีมือการรบของจูล่งนั้น น่าจะโดดเด่นไปในด้านการป้องกันตัวมากกว่า เพราะจูล่งรบตั้งแต่หนุ่มจนแก่ไม่เคยได้รับบาดแผลแม้แต่ครั้งเดียว รวดเร็วและรัดกุมมาก

ม้าเฉียว

ค่าพลังของม้าเฉียว

     ม้าเฉียว ขุนพลหน้าหยก เป็นหนึ่งในห้าทหารเสือ ที่มีฝีมือการรบพุ่งไม่เป็นรองใคร โจโฉเคยออกปากเตือนทหารว่า “ม้าเฉียวมีกำลังมากนัก กับลิโป้ก็เหมือนกัน”  นิสัยของม้าเฉียวนั้นบุ่มบ่าม หุนหันพลันแล่น มุทะลุดุดันไม่แพ้เตียวหุย ซึ่งทั้งสองเคยรบกันมากกว่า 200 เพลงก็ไม่รู้แพ้ชนะ ม้าเฉียวเคยไล่ล่าตามฆ่าโจโฉ จนโจโฉต้องถอดเกราะ ตัดหนวดทิ้ง หนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล จึงต้องยอมรับว่าเรื่องฝีมือนั้นม้าเฉียวเก่งจริง แต่เกียรติและศักดิ์ศรีของม้าเฉียวมีรอยด่างพร้อย เพราะในครั้งรบกับเกียงขิมที่เมืองลกเส ม้าเฉียวฆ่าคนไม่เลือกหน้า เป็นทหารเสือคนเดียวที่มีประวัติการฆ่าสตรีไม่มีทางสู้ (มารดาของเกียงขิม) ต่างจากกวนอู จูล่ง ที่ไม่สังหารผู้ไร้อาวุธ หรือผู้ที่อ่อนแอกว่า

ฮองตง

ค่าพลังของฮองตง

     ฮองตง ขุนพลชรา ผู้มีเรี่ยวแรงมหาศาล สามารถหักคันเกาทัณฑ์ที่รองรับน้ำหนักสามร้อยชั่ง พร้อมกันสองอันในพริบตา เคยรบกับกวนอูได้ร้อยเพลงก็ไม่รู้แพ้แลชนะ มีผลงานชิ้นเอกคือการใช้ดาบตัดศีรษะแฮหัวเอี๋ยน แม่ทัพใหญ่ของโจโฉ (ชี้วัดไม่ได้ เพราะเล่นทีเผลอ ตอนแฮหัวเอี๋ยนนั่งพักอยู่) อาวุธที่ฮองตงมีความชำนาญมากที่สุดคือเกาทัณฑ์ แต่หมองูตายเพราะงูฉันใด ฮองตงก็ตายด้วยเกาทัณฑ์ฉันนั้น ที่ในศึกอิเหลง ... ขีดความสามารถของฮองตงไม่อาจชี้วัดได้ชัดเจน บางคนว่ากันว่า ถ้าฮองตงไม่แก่ เขาอาจจะมีฝีมือมากที่สุดในกลุ่มห้าทหารเสือนี้ด้วยซ้ำ

ภาพรวมข้อมูลทางสถิติของห้าทหารเสือ
ภาพรวมข้อมูลทางสถิติของห้าทหารเสือ ทำให้เห็นว่า กวนอู มีพลังมากที่สุด
     ค่าพลังของขุนพลตามภาพประกอบต่าง ๆ ด้านบนได้มาจากเกมสามก๊ก11(Romance of the Three kingdoms XI) ของบริษัท Koei ซึ่งจะว่าไม่น่าเชื่อถือเพราะเป็นแค่เกมสำหรับเด็กก็ไม่ได้ เพราะเกมสามก๊กชุดนี้เป็นเกมที่มีการวิจัยค้นคว้า และสร้างติดต่อกันหลายภาค นานว่า 30 ปี ด้วยทีมงานจากประเทศต่าง ๆ หลายร้อยชีวิต จึงน่าจะพอเชื่อถือได้อยู่บ้าง และจะเห็นว่าในภาพรวม กวนอู มีค่าพลังมากที่สุด รองมาคือจูล่ง ฮองตง ม้าเฉียว และเตียวหุย ตามลำดับ ... แต่อย่างไรเสีย นี่มันก็แค่เกม !

     ห้าทหารเสือของเล่าปี่ มีดีทุกคน แต่ละคนมีแนวทางและปรัชญาการรบเป็นของตัวเอง ไม่อาจชี้วัดว่าใครเก่งกว่าใคร เหมือนนักกีฬาที่เก่งกันคนละประเภท จะเอานักบาสฯ ไปแข่งนักนักบอล หรือเอานักวิ่ง ไปแข่งกับนักว่ายน้ำ มันก็คงไม่ได้ แต่ละคนล้วนเป็นเลิศในด้านของตนเอง หรือหากจะจินตนาการ จับเอาทหารเสือทั้งห้ามารบกันเองในกติกาแบบ Gladiator คนแรกที่จะสังหารคู่ต่อสู้ได้ก็น่าจะเป็น ม้าเฉียว ส่วนคนสุดท้ายที่เหลือรอดชีวิต ก็น่าจะเป็น จูล่ง ... แล้วกติกาแบบนี้จะถือว่าจูล่งเก่งที่สุดได้หรือเปล่า ...?

หากเปรียบทหารเสือทั้งห้ากับนักกีฬา คงเป็นนักกีฬาระดับโลก
หากเปรียบทหารเสือทั้งห้ากับนักกีฬา คงเป็นยอดนักกีฬาระดับโลก
     การตัดสินยากจริง ๆไม่รู้จะอ้างเหตุ อ้างผลอะไร มายกให้ใครเก่งกว่าใคร และด้วยเหตุนี้กระมัง ทหารเสือจึงไม่ใช่ 1, 2,3 หรือ 4 แต่ต้องให้เป็นไปเลยทั้ง 5 คน ไม่งั้นเล่าปี่ปวดหัวตาย.....


SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

19 comments:

  1. ถ้า ROTK11 ก็ยอมกวนอูเลยครับ เพราะคริติคอล ทุกทหาร โจมตีแรง ป้องกันสูง แต่มี int ที่พอกันกลศึกได้

    แต่ที่น่ากลัวสุดๆคือ ลิโป้นี้แหละ ความแรงห่างกันเยอะ แต่ป้องกัน กับint ต่ำมาก ขออย่าให้ได้พุ่ง แม่ทัพตายในหน้าที่เยอะละ

    ReplyDelete
  2. สำหรับผม ผมว่าจูล่งนะครับ เอาโดยรวมๆ เพราะว่าฉลาดรอบคอบดีไม่ค่อยเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ศึกไหนก็ศึกนั้นเถอะครับ มีจูล่งแล้วอุ่นใจ

    ReplyDelete
  3. ถ้าให้ จูล่งเป็นเจ้าเมือง ฮองตงและอุยเอี่ยนเป็นรอง อองเป๋งเป็นปลัด หวดเจ้งเป็นที่ปรึกษา รักษาเมืองเกงจิวแทนกวนอู ลกซุ่น ลิบอง คงตีเมืองไม่ได้ เล่าปี่คงรวมแผ่นดินได้ผมว่านะ

    ReplyDelete
  4. ตอนที่จูล่งดวลกับบุนทิว ในขณะนั้นกองซุนจ้านดูการรบอยู่ และสังเกตุเห็นว่าที่จูล่งยังไม่สามารถชนะบุนทิวได้เพราะม้าที่จูล่งขี่นั้นไม่ใช่ม้าศึกแต่เป็นเพียงม้าธรรมดาที่ผ่ายผอม จึงได้รบได้ไม่ถนัด ต่างกับตอนกวนอูซึ่งตอนนั้นขี่เซ็กเทาว์

    ReplyDelete
    Replies
    1. เรื่องกวนอูขี่ม้าเซ็กเธาว์นั้น เป็นเหตุผลที่เหมาะสมมากเลยครับ
      แต่เรื่องที่ว่า ม้าของจูล่ง เป็นม้าธรรมดาผ่ายผอมนี่ผมไม่แน่ใจ เพราะในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ไม่ได้อธิบายไว้
      ยิ่งถ้าอ่านสำนวนสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ แล้วยิ่งไปกันใหญ่
      เพราะยาขอบอธิบายลักษณะของจูล่งตอนปรากฏตัวครั้งแรก ในมุมมองที่บุนทิวเห็นว่า

      " โธ่ ! ไอ้หนูเอ๋ย หนุ่มเกินไปนัก หน้าอย่างเอ็งควรไปเล่นงิ้วเป็นตัวเซ็ง (พระเอก) มากกว่าจะมายืนรบในสนามจริง ๆ
      เอาเถอะ ถึงทะมัดทะแมงยิ่งกว่ากองซุนจ้านเจ้านาย แต่ลอร์ดแห่งปักเพ้ง เลี้ยงทหารของเขาอย่างไรหนอ
      เพราะมองไปที่เกราะไม่พบสิ่งที่จะบอกเป็นทหารมีชั้นยศคาดอกอยู่เลย เป็นเพียงเกราะของเก่า ๆ สัปรังเค - ทหารเลวชัด ๆ
      ไอ้รูปนี้ ถึงตายศพก็ไม่มีทหารแห่ ทั้งเนื้อทั้งตัวจะมีดีอยู่บ้าง ก็ที่ม้าคู่ขาสีขาว น่ารัก สูงใหญ่พ่วงพี แสดงว่ามีกำลังสำหรับทนควบขับดีนัก
      ดีละ มึงตายกูจะเอาม้ามึง"

      เห็นได้ว่าถ้าอ่านจากสำนวนยาขอบ... ม้าของจูล่ง ไม่ธรรมดาเลยครับ
      ขนาดขุนพลเอกอย่างบุนทิว ที่ต้องมีม้าดีเป็นของตัวอยู่แล้ว เห็นแล้วยังต้องอยากได้เลย

      Delete
    2. สงสัยเกิดจากการแต่งไปคนละอย่าง เพราะสามก๊กฉบับคนขายชาติ กล่าวถึงตอนนี้ไว้ว่า
      "กองซุนจ้านเป็นผู้บัญชาการทหารม้าของเมืองปักเป๋งอยู่ มีความสันทัดในเชิงม้า พิเคราห์ดูจึงเห็นปัญหาใหญ่ของชายผู้นั้น(จูล่ง) ว่าอยู่ที่ม้าซึ่งขับขี่เข้ารบด้วยบุนทิวนั้นหาใช่ม้าศึกไม่ เป็นแต่เพียงม้าแกลบที่ผอมโซตัวหนึ่ง จะชักไปขวาเดินหน้าหรือเลี้ยวกลับก็ดูเขอะเขินไปสิ้น ทั้งมีอาการตื่นกลัวยามเข้าใกล้ม้าศึกของบุนทิวแต่ละที ฝีเท้าม้าชะลอลง ผงะออกห่าง ทำให้กระบวนทวนผิดพลาดทั้งกระบวนแทงและฟัน หากไม่มีฝีมือบังคับม้าชั้นครูแล้ว สถานการณ์คงย่ำแย่กว่านี้นักกลับกลายเป็นว่าม้าที่ชายผู้นี้ขี่ได้ลดทอนอานุภาพเพลงทวนไปสิ้น ในขณะที่ม้าศึกของบุนทิวคล่องแคล่วว่องไวและมีกำลังมิได้ลดหย่อนลงแม้แต่น้อย "

      ขอบคุณครับ ^___^

      Delete
    3. เห็นด้วยกับคุณ Johan MaxKie ครับ ในตอนนั้นจูล่งไม่มีสังกัดทหาร เป็นชาวบ้านป่า ใช้ทวน ใช้เสื้อผ้าเสื้อเกราะ และใช้ม้าแบบชาวบ้านๆเลย
      ฝีเท้าของม้าชาวบ้านและม้าศึกย่อมต่างกันลิบ ซึ่งถ้าหากในตอนนั้นจูล่งและบุนทิวมีม้าดีเสมอกันแล้ว บุนทิวคงรับมือจูล่งได้ไม่เกิน 5 เพลง แน่ครับ

      Delete
  5. ตอนศึกช่วยเล่าเสี้ยน รบทั้งวัน ทั้งคืน ไม่ได้หลับได้นอน สุดยอดแล้วจูล่ง ตอนแก่ ศึกตีวุย ครั้ง แรก ฆ่าใครนะทั้งพ่อลูกครอบครัวผมจำไม่ได้ อิอิ

    ReplyDelete
    Replies
    1. แฮหัวหลิมแม่ทัพฝ่ายวุย มอบหมายให้ฮันเต๊กนายทหารเมืองเสเหลียง กับลูกชายสี่คนชื่อ ฮันเอ๋ง ฮันเอี๋ยว ฮันเขง ฮันกี๋ ออกไปสู้กับจูล่งครับ
      5 คนพ่อลูกนั้นแค่น้ำจิ้ม เพราะต่อมาในศึกครั้งนี้ นี่แหละครับ จูล่งเจอของจริง เพราะต่อมา
      จูลงเสียที ถูกนายทหารเอกวุยก๊ก 8 คนล้อมอยู่กลางเชิงเขา จูล่งต้องหลบหนีลงจากหลังม้า แอบอยู่ในซอกหินอย่างหมดทางสู้
      จูล่งในเวลานั้น เพิ่งรู้จักคำว่าเสียท่าเป็นครั้งแรกในชีวิต แหงนมองดูฟ้าแล้วถอนหายใจ รำพึงว่า

      " เราทำศึกมาแต่หนุ่มจนแก่ถึงเพียงนี้ก็ไม่เคยเสียทีผู้ใด ครั้งนี้เราจะเป็นอันตรายเสียมั่นคง "

      เดชะบุญ ที่ขงเบ้งรอบคอบ จึงส่งเตียวเปากับกวนหินมาช่วยไว้ได้ทัน ในห้าทหารเสือ จูล่งจึงเป็นคนเดียวที่แก่ตาย

      Delete
  6. เตียวหุยถึกสุดละ สู้กันไงก็วิน ถึงตายคงตายคู่

    ReplyDelete
    Replies
    1. ถูกที่สุดครับ ผมก็ชอบเตียวหุย
      สู้กะม้าเฉียวตอนอายุ40กว่า(ไนขณะที่ม้าเฉียวยังหนุ่มไหม่ไฟแรง)
      แล้วผลออกมาเสมอ....ถ้าเตียวหุยหนุ่มแล้วม้าเฉียวแก่ ม้าเฉียวคงเทียบกะเตียวหุยไม่ได้หรอก
      และจะมีสักกี่คนที่รับมือกับลิโป้ได้เป็น100เพลง
      (ลิโป้ขี่เซ็กเธาซะด้วยนะ)
      เตียวหุยเก่งสุดแล้วครับ

      Delete
  7. ม้าเฉียวเก่งเทียมลิโป้? ผมว่าไม่จริงนะ เพราะถ้าเก่งเทียมลิโป้ ไม่น่าจะสู้กับเตียวหุยยืด คงน็อคเตียวหุยหลังจากสู้ไปได้ไม่นานแล้ว
    เพราะคราวเตียวหุยสู้กับลิโป้ สู้ได้ไม่นานก็หอบแล้ว ถ้าพี่ไม่เข้าไปช่วย ตายแหงมๆ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอนคราวที่เตีวยวหุยสู้กับลิโป้ กวนอูเห็นม้าเตียวหุย เริ่มอ่อนแรงเลยเข้าไปช่วยไม่ใช่หรอท่าน
      เพราะม้าลิโป้ขณะนั้นเซ็กทาวน์เลยนะท่าน

      Delete
    2. เตียวหุยที่เสมอกะม้าเฉียวเพราะเตียวหุยแก่กว่าเกือบ20ปี
      (ถ้าอายุเท่ากัน ม้าเฉียวคงเป็นแค่กระสอบทรายไห้เตียวหุยเตะเล่น)

      Delete
  8. ลิโป้ เป็นเทพนักรบเรื่องสู้ตัวต่อตัวไปไม่เคยเสียเปรียบใครเลย ที่โจโฉพูดว่า ม้าเฉียวเหมือนลิโป้นั้น ก็ยกย่องเกินไปถ้าจะจัดคู่ ก็ต้องเอาลิโป้ไปเจอกับเซียงหวี น่าจะสุดๆแล้วอะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. เตียวหุย สูสี กับลิโป้ ไม่รู้ผล ถ้าทุกอย่างเท่าเทียมโดยไม่ให้ลิโป้มีเซกเทา
      ม้าเฉียว ได้ถูกยกย่องว่าเป็น new ลิโป้ ก็ถูกแล้ว เพราะ ก็สูสี เตียวหุย ไม่รู้ผลเหมือนกัน
      แต่เด๋วก่อน จากคำพูดของเตียวหุยที่บอกว่า ในชีวิตนี้คนที่ข้าไม่อยากท้าสู้ด้วยที่สุดมีแค่คนเดียวคือ ''จูล่ง'
      และจากคำพูดม้าเฉียวที่เห็นจูล่งออกไปรบแล้วกลับมาเดินหิ้วหัวขุนศึกกลับมาอย่างไว โดยไม่มีแผล ไม่เหน็ดเหนื่อย ม้าเฉียวถึงกับเอ่ย'ข้าโชคดีนักที่ได้สู้กับเตียวหุย ถ้าข้าได้สู้กับขุนพลท่านนี้ละก็หัวข้าคงหลุดออกจากบ่าไปนานแล้ว
      สรุป ถ้าไม่อวย ไม่ปิดหูปิดตาดู ไม่ยึดติดกับฉายายอดคนต้องลิโป้อะไรนั่น จูล่งเป็นคนที่เก่งที่สุดแล้วครับ

      Delete
    2. เห็นด้วย

      Delete
  9. เตียวหุยกะฮองตงอ่ะเก่งสุดละ
    เตียวหุยรบม้าเฉียวตอนแก่ม้าเฉียวยังหนุ่ม
    เตียวหุยย่อมเสียเปรียบ
    กวนอูมีกำลังมาก แต่คนแก่ๆแบบฮองตงก็รับมือได้100เพลง ไม่ธรรมดาแล้ว
    ป.ล.จูล่งนั้น โจโฉจะจับเป็น หาไม่แล้วคงเป็นผีเฝ้าสะพานเตียงปัน แหงมๆ

    ReplyDelete
  10. จริงๆอีตาลิโป้นี่ก็เก่งนะ แต่ม้ามันดีมันเลยเก่งขึ้นไปอีก
    ตอนที่เตียวหุยรบลิโป้ ลิโป้มีเซ็กเทา เตียวหุยไช้ม้าธรรมดา
    ถ้ารองเปลี่ยนม้ากัน เตียวหุยมีเซ็กเทา ลิโป้มีม้าธรรมดา...เหอะๆ ผมอยากรู้นักผลมันจะออกมาไนรูปแบบไหน ลิโป้

    ReplyDelete

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]