ห้องกวน บุรุษผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว



ห้องกวน บุรุษผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว

     ห้องกวน (Huang Quan, 黃權) ชื่อรอง กงเหิง (Gongheng ,公衡) เป็นชาวตำบลหลังจง เมืองปาซี มณฑลเสฉวน เดิมรับราชการอยู่กับเล่าเจี้ยง ต่อมาในปี ค.ศ.211 ห้องกวนเตือนเล่าเจี้ยงว่าไม่ควรรับเล่าปี่เข้ามาในแคว้นเสฉวน เพราะเล่าปี่มีแผนการแย่งชิงเมือง แต่เล่าเจี้ยงไม่เชื่อฟัง

    ในหนังสือสามก๊กภาษาไทย ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) เรียกชื่อของห้องกวนในตอนแรก ๆ ว่า “อุยก๋วน” ซึ่งไปซ้ำกับ “อุยก๋วน” ขุนนางของสุมาเจียวที่ไปจับตัวเตงงายมาลงโทษ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นคนเดียวกัน

     ห้องกวน เป็นบุรุษที่น่าเลื่อมใสศรัทธาคนหนึ่ง ไม่เด่น ไม่ดัง แต่มีบทบาทสำคัญมากมายหลายตอน เริ่มตั้งแต่ตอนที่เล่าเจี้ยงเชิญเล่าปี่เข้ามาในเมืองเสฉวน ห้องกวน(อุยก๋วน ในสามก๊กภาษาไทย) กับอองลุยเป็นผู้คัดค้านอย่างถึงที่สุด ซึ่งส่วนมากเรามักจะนึกถึงอองลุย เพราะ อองลุยคัดค้านชนิดถวายชีวิต เพราะเอาเชือกมัดตัวห้อยหัว ลงมาจากกำแพงเมืองก่อนตัดเชือกพร้อมกับคำคมที่มีความหมายจับใจที่สุดประโยคหนึ่งว่า " ยาดีกินขมปาก แต่เป็นประโยชน์แก่คนไข้ คนซื่อกล่าวคำไม่เพราะหู แต่เป็นประโยชน์แก่กาลภายหน้า"

เล่าเจี้ยง เจ้าเมืองเสฉวน
เล่าเจี้ยง เจ้าเมืองเสฉวน
     ส่วนห้องกวนนั้นแม้ไม่ถึงขนาดเสียชีพ แต่ก็เสียซี่ฟัน เพราะเขาเป็นคนแรกที่ห้ามเล่าเจี้ยงออกไปรับเล่าปี่ ถึงขนาดที่ว่าล้มลุกคลุกคลาน กอดรัดฟัดเหวี่ยง มือเท้ายึดไม่พอ เขายังเอาฟันกัดขายเสื้อเล่าเจี้ยง จนเล่าเจี้ยงโมโหกระชากชายเสื้อออกสุดแรง จนฟันของห้องกวนหลุดตามชายเสื้อมาสองซี่ .... กลายเป็นขุนนางฟันหลอไป แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขาจงรักภักดีต่อผู้เป็นนายมากขนาดไหน

     สุดท้ายเมืองเสฉวนก็ตกไปอยู่ในมือของเล่าปี่ ขุนนางในเมืองเสฉวนล้วนยินดีและออกมาต้อนรับเล่าปี่อย่างอึกทึกครึกโครม มีเพียงห้องกวน(และเล่าป๊า) ที่ไม่ยอมออกมาต้อนรับตามประเพณี เล่าปี่จึงลองใจโดยสั่งการให้จับตัวห้องกวนและครอบครัวไปประหารทั้งหมด ห้องกวนก็นิ่งไม่ขัดขืนประการใด เล่าปี่จึงสั่งให้ยกเลิกการประหารแล้วกล่าวว่า

     “อันอุยก๋วน เล่าป๊านั้นมีความซื่อสัตย์ต่อนายนัก ควรเราเลี้ยงสืบไป อย่าให้ทหารทั้งปวงทำอันตรายแม้แต่ด้ายเส้นหนึ่งเข็มเล่มหนึ่งเป็นอันขาดทีเดียว”

     ห้องกวน ได้ยินเล่าปี่ว่าดังนั้นจึงเข้ารับราชการกับเล่าปี่เรื่อยมา และได้รับความไว้วางใจจากเล่าปี่เป็นอย่างมาก โดยได้รับพระราชทานยศเป็น เจิ้นเป่ยเจียงจวิน (นายพล) และได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษากองหลวง เมื่อครั้งที่พระเจ้าเล่าปี่ยาตราทัพไปรบกับพระเจ้าซุนกวนเพื่อแก้แค้นแทนกวนอู เรียกได้ว่าเล่าปี่ไม่ง้อขงเบ้ง และให้ห้องกวนทำหน้าที่นั้นแทน

      ในการศึกครั้งสำคัญนี้ ห้องกวน ได้แนะนำพระเจ้าเล่าปี่ที่ตั้งค่ายน้ำรายลงไปในแดนกังตั๋งว่า “อันจะให้กองทัพเรือยกเข้าไปนั้นเห็นจะง่าย อันจะกลับถอยมายากด้วยขืนน้ำ ข้าพเจ้าจะขอไปตั้งเป็นทัพหน้าอยู่จะได้ช่วยทัพเรือง่าย พระองค์เป็นทัพหลังอยู่แล้วเห็นจะไม่เสียทีแก่ข้าศึก”

พระเจ้าเล่าปี่
พระเจ้าเล่าปี่
    แต่เล่าปี่ในยามที่ผีดลใจ ไม่ฟังคำห้องกวน แล้วกล่าวคำปรามาศชาวกังตั๋ง หนำซ้ำยังให้ห้องกวนแบ่งกำลังไปตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อป้องกันกองทัพโจผียกมาตี แล้วเล่าปี่ก็ตั้งค่ายรายไปตามแม่น้ำใกล้กันกับทัพเรือ เป็นเหตุให้ถูกลกซุนเผาทำลายค่าย และตีแตกไปสิ้น ส่วนห้องกวนซึ่งอยู่ทางทิศเหนือจึงถูกตัดขาดจากกองทัพหลวง และถูกทหารโจผีจับกุมตัวได้ในที่สุด.... ซึ่งในทางกลับกันหากเล่าปี่ฟังคำห้องกวน ผลลัพท์ย่อมเปลี่ยนไป เล่าปี่อาจจะแก้แค้นให้น้อง และรวมแผ่นดินได้สำเร็จก็เป็นได้

     จุดด่างพร้อยเดียวในชีวิตของห้องกวน ก็คือการยอมสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าโจผี เขาเลือกที่จะรักษาชีวิตดีกว่ายอมตายเหมือนทหารกล้าคนอื่น ๆ และตัวเขาเองนั้นได้ถูกทดสอบจากพระเจ้าโจผีโดยการปล่อยข่าวว่า เล่าปี่โกรธมากที่ห้องกวนแปรพักตร์และจับตัวครอบครัวห้องกวนประหารชีวิตจนหมดสิ้น แต่ห้องกวนไม่เชื่อข่าวลือนั้นเพราะเชื่อมั่นในคุณธรรมของเล่าปี่ ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นเพราะเล่าปี่ เข้าใจสถานการณ์ของห้องกวนดี แม้จะมีคนยุให้จับตัวครอบครัวของห้องกวนมาประหาร โดยเล่าปี่กล่าวว่า “เราเห็นห้องกวนไม่เป็นขบถ ชอบแต่เลี้ยงบุตรภรรยาไว้ให้ดี อย่าให้อดอยากกว่าเขาจะกลับมาจึงจะชอบ” ซึ่งความในตอนนี้ในหนังสือสามก๊กภาษาอังกฤษ กล่าวได้ประทับใจกว่า ว่า

     “Really, I betrayed him, not he me. Why should I take vengeance on his family?” (ความจริงแล้ว เราเองต่างหากที่ขบถต่อเขา หาใช่เขาขบถต่อเราไม่ แล้วเหตุใดจึงต้องทำร้ายครอบครัวเขาด้วย)

     นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของห้องกวน ในดินแดนวุยก๊กอีกด้วยว่า หลังจากที่พระเจ้าเล่าปี่สิ้นพระชนม์ เหล่าขุนนาง ข้าราชการในดินแดนวุยก๊กทุกนายต่างดีอกดีใจ จัดงานเลี้ยงฉลองกันภายในวัง คงมีเพียงแต่ ห้องกวน เท่านั้นที่ไม่มาร่วมงานและไว้อาลัยอย่างเงียบสงบภายในบ้านพักของเขา พระเจ้าโจผีรู้ข่าวนี้ แต่ไม่ทรงตรัสว่าอย่างใด และชื่นชมในความจงรักภักดีของห้องกวนที่มีต่อเล่าปี่มาก

     ต่อมาห้องกวน ทราบว่าพระเจ้าโจผีทรงรับรู้ข่าวนี้ ห้องกวนจึงตระหนักถึงคุณของพระเจ้าโจผี และตั้งใจว่าจะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ให้ปรากฏอีกตลอดชีวิต เขาจึงมีชื่อเสียงมากเรื่องการเก็บงำความรู้สึก ทั้งการยินดีและยินร้าย

พระเจ้าโจผี
พระเจ้าโจผี
     สุมาอี้ จอมระแวง ไม่เชื่อในความสามารถนี้ของห้องกวนและคิดว่าเป็นการเสแสร้งแกล้งทำยามอยู่ต่อหน้าคน เขาจึงทดสอบโดยการให้ทหารลอบไปตัดแกนของล้อเกวียนที่ห้องกวนนั่งออก เมื่อห้องกวนนั่งเกวียน เกวียนก็ล้มคว่ำลง ห้องกวนก็พลัดตกลงมาจนบาดเจ็บ แต่กระนั้น เขาก็มิได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา สิ่งที่เขาทำมีเพียงลุกขึ้นยืนและเดินกลับบ้านอย่างเรียบเฉย

     สายลับของสุมาอี้จึงรีบกลับเข้ามารายงานข่าว ตั้งแต่นั้นมาสุมาอี้จึงนับถือห้องกวนเป็นอย่างมาก ที่ความสามารถควบคุมอารมณ์ไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ในสถานการณ์คับขัน ที่ไม่มีใครจับตามองอยู่ก็ตาม ....

     เรื่องของห้องกวน จึงเป็นเรื่องของบุรุษเจนโลก ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว รู้จักการใช้ชีวิต รู้รักษาตัวรอดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เขารับใช้นายของเขาทุกคนอย่างสุดความสามารถ ทั้งเล่าเจี้ยงที่เสฉวน เล่าปี่ที่จ๊กก๊ก และโจผีที่วุยก๊ก อย่างจงรักภักดีที่สุดแม้จะผิดหวังและพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิตหลายต่อหลายครั้งก็ตาม


SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

No comments:

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]