ฮกหลง ขงเบ้ง กับศิลาอาถรรพ์

ฮกหลง ขงเบ้ง กับศิลาอาถรรพ์

     ฮกหลง ขงเบ้ง หรือ จูกัดเหลียง เป็นยอดกุนซือในเรื่องสามก๊ก ที่มีความรู้ความสามารถในทุกศาสตร์สาขา ทั้งการเมือง การปกครอง การทหาร ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่เรื่องไสยศาสตร์ ขงเบ้งก็เชี่ยวชาญไม่เป็นรองใคร ด้วยความรอบรู้ของเขานี่เอง ที่ทำให้ผู้คนยอมรับนับถือ และขนานนามเขาว่า "ขงเบ้งผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร" 

     ด้วยความรอบรู้และความสามารถในการประยุกติ์เอาศาสตร์ทั้งหลาย หลอมรวมเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ขงเบ้งสามารถวางแผนและพลิกแพลงสถานการณ์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังเช่นในศึกผาแดง ที่ขงเบ้งได้แสดงความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ทั้งการโน้มน้าวจูงใจซุนกวน การยืมเกาฑัณฑ์แสนดอกจากโจโฉ การเรียกลมอาคเนย์ ฯลฯ และหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เรื่องสามก๊กเกือบครึ่งเรื่องก็ดำเนินไปโดยมีขงเบ้งเป็นตัวเอก

     เมื่อครั้งในการศึกที่สมรภูมิอิเหลง เล่าปี่ตั้งใจจะยกทัพไปตีซุนกวน เพื่อแก้แค้นให้กวนอู แต่กลับถูก ลกซุน แม่ทัพหนุ่ม ผู้เชี่ยวชาญพิชัยสงคราม ตีโต้จนแตกทัพล่าถอยไป ลกซุนตามตีเล่าปี่ไปจนถึง ตำบลอิปักโป้ และที่แห่งนี้นี่เองที่ลกซุนได้พบกับ "ศิลาอาถรรพ์ของขงเบ้ง"

     ศิลาอาถรรพ์ของขงเบ้งนี้ คือปริศนาที่ขงเบ้งกล่าวไว้กับม้าเลี้ยงในตอนที่ม้าเลี้ยงนำแผนผังการตั้งทัพของเล่าปี่มาให้ดู แล้ววิเคราะห์ว่าเล่าปี่จะแพ้ แต่ลกซุนจะไม่สามารถไล่ตามมาได้เพราะว่า เขาได้จัดแจงทหารไว้ถึงสิบหมื่นตั้งไว้ที่ตำบลอิปักโป้ ม้าเลี้ยงได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจ เพราะได้ขี่ม้าผ่านมาทางเส้นทางนั้น แต่ก็ไม่เห็นทหารแม้สักกองเดียว ขงเบ้งไม่เฉลย บอกแต่เพียงว่าแล้วจะเห็นเอง

ลกซุนไปดูกองศิลาที่ขงเบ้งทำไว้
ลกซุนไปดูกองศิลาที่ขงเบ้งทำไว้
      ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 65 กล่าวถึง เหตุการณ์ในตอนศิลาอาถรรพ์ของขงเบ้งนี้ว่า

     " ฝ่ายลกซุนไล่ติดตามพระเจ้าเล่าปี่ไปใกล้ตำบลอิปักโป้ ดูไปเห็นข้างหน้ามีรูปคนยืนสะพรั่งถืออาวุธอยู่มากมายนักก็คิดสงสัย จึงให้หยุดทัพอยู่ใช้ทหารไปสอดแนมว่าจะเป็นประการใด ทหารทั้งปวงกลับมาบอกว่า จะได้เห็นคนมีหามิได้ เห็นแต่ศิลากองไว้ประมาณแปดสิบเก้าสิบกอง "

     ลกซุนสงสัยก็ถามชาวบ้านแถวนั้นแล้วได้ความว่า ขงเบ้งเป็นคนทำไว้  ก็คิดว่าขงเบ้งแกล้งเอาหินมากองทำให้กลัว จึงพาทหารสามสิบนายเข้าไปในกองศิลานั้น พอจะกลับออกมา ก็เกิดพายุพัดหนัก แล้วได้ยินเสียงเหมือนชักกระบี่ออกจากฝัก ศิลาก็กระทยกันเป็นประกาย ทราบก็ปลิวมืดคลุ้ม เห็นเป็นภาพคนถืออาวุธอยู่ตรงหน้ามากมาย ลกซุนก็ตกใจร้องขึ้นว่า ทีนี้เราตายด้วยความคิดขงเบ้งจริงแล้ว

     โชคดีที่มีตาแก่คนหนึ่งนามว่า ฮองเสงหงัน (อุยสิง่าน) มาช่วยลกซุนออกไปได้ ซึ่งตาแก่คนนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเป็นพ่อตาของขงเบ้งนั่นเอง ฮองเสงหงันช่วยลกซุนแล้ว ก็บอกว่าช่วยเพื่อเอาบุญ แม้ขงเบ้งจะเคยบอกว่า หากมีแม่ทัพเมืองกังตั๋งหลงเข้ามาก็อย่าช่วย แล้วว่าถึงลักษณะของกองศิลานี้ว่ามีแปดประตู แต่ละประตูมีฤทธิ์เดชต่างกัน แม้มีทหารสิบหมื่นก็ไม่เท่า ซึ่งแปดประตูที่ว่า นี้ก็เป็นเหมือนค่ายกลพยุหะ "ปักบุนคิมโชติ๋น ประแจทองมีประตูแปดด้าน" นั่นเอง

     ลกซุนรอดชีวิตออกมาได้ ก็ขอบคุณฮองเสงหงัน และกล่าวยกย่องขงเบ้งเป็นการใหญ่ จากนั้นจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะไล่ล่าติดตามเล่าปี่ เพราะเป็นกังวลว่าหากเสียเวลาเนิ่นนานไป พระเจ้าโจผี ที่รอจังหวะอยู่ อาจลอบยกทัพมาตีเมืองกังตั๋ง ซึ่งการณ์ก็เป็นดังที่ลกซุนคาด และลกซุนสามารถช่วยให้กังตั๋งรอดพ้นจากสองกองทัพกษัตริย์ พระเจ้าเล่าปี่ และพระเจ้าโจผี ได้สำเร็จ นับเป็นผลงานชิ้นเอกในชีวิตของลกซุนเลยทีเดียว

     เรื่อง "ฮกหลง ขงเบ้ง กับศิลาอาถรรพ์" จบแล้ว แต่ขออนุญาตแถมเรื่อง สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เมื่อ ผมขับรถเที่ยวเล่นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และหลงเข้าไปโดยบังเอิญ โดยชั่วขณะจิตแรกที่พบสถานที่แห่งนี้ ผมนึกไปถึง "เขาวงกต" ศิลาอาถรรพ์ของขงเบ้ง เพราะเส้นทางเข้าวกวน และมีรูปปั้นศิลาของพระพุทธรูป บุคคลสำคัญ ทหาร และนักรบโบราณ มากมาย ... สถานที่แห่งนั้นก็คือ "สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม"  

สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม

สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม
สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม
     สวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม (อัศวเทวาเดิม) เป็นสวนที่สร้างถวายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เมื่อปี พ.ศ. 2538 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.พลูตาหลวง ภายในสวนประดิษฐานศาลและรูปปั้นของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ บุคคลในประวัติศาสตร์ของชาติไทย พระพุทธรูปและรูปปั้นพระเกจิอาจารย์ในอดีต และสถานที่นี้เคยใช้ในกิจกรรมหนึ่งของงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20 เมื่อปี พ.ศ.2546 สวนเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างเวลา 07.00 -18.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม

แม่นาคพระโขนงกับลูก ในสวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม
แม่นาคพระโขนงกับลูก ในสวนจุลกาลสถิตสถานบรรพชนสยาม
     สวนแห่งนี้มีบรรยากาศรื่นรมย์ของต้นไม้และขุนเขา มีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพชนมากมาย ซึ่งแต่ละรูปแต่ละองค์ ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเจ้าของสวนแห่งนี้เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยตนเอง ท่านผู้ใดสนใจและอยากมีประสบการณ์ในบรรยากาศแบบที่ผม และลกซุนสัมผัส ก็ลองไปเยี่ยมชมดูได้ครับ

ที่อยู่
     หมู่ที่ 1 ซอยพลูตาหลวง 24 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ ชลบุรี 20180 ประเทศไทยเบอร์โทรศัพท์ 080-278-8568 ติดต่อโดยตรงที่ 080-278-8568

การเดินทางโดยรถไฟ
      โดยสารรถไฟสายกรุงเทพ-บ้านพลูตาหลวง รถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ในตอนเช้าถึงสถานีพลูตาหลวง สถานีปลายทาง เวลาประมาณ 11:00 น. ลงจากรถไฟและเดินตรงมายังเขาพลูตาหลวงประมาณ 50 เมตร ถึงสวน และสามารถโดยสารรถไฟขบวนเดิมกลับกรุงเทพฯในเวลา 14:00 น.

การเดินทางโดยทางอื่น
      1) ตามถนนสาย 331 ถึง กม.10 สัตหีบ เลี้ยวขวาเข้าถนนซอยสถานีตำรวจภูธร ต.พลูตาหลวง ถึงสถานีตำรวจเลี้ยวขวาประมาณ 500 เมตร
     2) ตาม ถ.สุขุมวิท ออกจากอ.สัตหีบ ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงสี่แยก ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (แยก กม.10) เลี้ยวซ้ายเข้าถนน 331 ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถ.สถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ถึงสถานีเลี้ยวขวาไปทางภูเขาพลูตาหลวงประมาณ 500 เมตร
 



SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

No comments:

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]