สามก๊ก ร.ศ.112

สามก๊ก ในสมัย ร.ศ.112

     ในปี ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) เกิดเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่ง ที่เรียกว่า “วิกฤตการณ์ ร.ศ.112” อันเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียดินแดนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติสยาม นั่นคือเราต้องเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง (ประเทศลาวในปัจจุบัน) ให้กับประเทศฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ถึง 143,000 ตารางกิโลเมตร 
การเสียดินแดนของสยาม
การเสียดินแดนของสยาม
     การเสียดินแดนในครั้งนั้นมีการปะทะกันระหว่างทหารสยามกับทหารฝรั่งเศสหลายครั้ง แต่มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่กองทัพสยามได้นำยุทธวิธีจากเรื่องสามก๊กมาใช้ เหตุการณ์นั้นคือ การรบที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา

     ในหนังสือสามก๊ก ตอนใกล้กาลอวสาน กองทัพไต้จิ๋น (จิ้นก๊ก) ของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน ได้ยกทัพไปตีง่อก๊ก เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่ง ซึ่งในการยกทัพครั้งนี้ ไต้จิ๋นยกทัพมาด้วยกำลังทางเรือเป็นหลัก ขนาบอ้อมด้วยกำลังทางบก เรียกได้ว่าเป็นการรบที่ใช้จุดอ่อนตีจุดแข็ง เข้าตีง่อก๊ก ที่เชี่ยวชาญการรบทางน้ำ ด้วยกองกำลังที่ตนเองอ่อนด้อยที่สุด เสริมด้วยกำลังทหารราบเพื่อสร้างการรวมอำนาจการโจมตีพร้อมกันทั้งทางบกทางทะเล

     ง่อก๊กในเวลานี้ ปกครองด้วยพระเจ้าซุนโฮ กษัตริย์วิกลจริต ผู้ชอบตัดปากตัดจมูกขุนนางตงฉิน พระองค์ทรงลุ่มหลงมัวเมาในสุรานารีและเชื่อฟังแต่คำของ ยิมหุนขันที และในศึกครั้งนี้ได้ทรงปรึกษา ยิมหุน ว่าจะรับมือกับทัพเรือของไต้จิ๋นอย่างไร ยินหุนเป็นขันที ไม่คิดรบคิดแต่เพียงรับ โดยยิมหุนได้ทูลว่า “ข้าพเจ้าคิดจะขอให้เอาเหล็กมาตีเป็นสายโซ่สักห้าร้อยสาย สายละห้าสิบวาขึงกั้นแม่น้ำกังตั๋งเสีย แล้วจะได้ปักขวากเหล็กไว้ใต้น้ำนอกสายโซ่ออกไป ถ้ากองเรือยกมาก็จะโดนขวากเหล็กเข้าติดอยู่ เรือก็จะทะลุล่มลง ทแกล้วทหารก็จะล้มตายฉิบหายกันไปเอง”

องโยย แม่ทัพเรือผู้พิชิตง่อก๊ก
องโยย แม่ทัพเรือผู้พิชิตง่อก๊ก
     กองทัพเรือของไต้จิ๋น นำมาโดยแม่ทัพเรือนามว่า องโยย เมื่อ องโยย ได้เห็นอุบายตั้งรับของกังตั๋ง ก็หาวิธีแก้กลได้โดยสั่งการให้ทหารตัดไม้มาทำแพเป็นจำนวนมาก แล้วให้เอาดินถมหลังแพเสียและตั้งเตาชักสูบบนหลังแพ แล้วให้ใช้ใบเข้ามาตามลำคลอง แล่นนำหน้าเรือรบ

     แพถมดินติดเตาไฟนี้เองที่ทำลายกลปิดทะเลด้วยสายโซ่และขวากเหล็ก เพราะเมื่อแพแล่นเข้ามา ก็จะติดกับขวาก เมื่อทะเลมีคลื่นลม ขวากเหล็กเหล่านั้นก็จะหลุดลอยออกจากพื้นทะเล ส่วนสายโซ่เมื่อถูกความร้อนจากเตาก็กลายเป็นของอ่อน ทหารไต้จิ๋นจึงเอาขวานมาตัดขาดโดยง่าย และนำเรือผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

     กองทัพกังตั๋งซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องกองทัพเรือ ณ บัดนี้ไม่มีแม่ทัพเรืออย่างจิวยี่ ลิบอง หรือลกซุน  ในหนังสือสามก๊กจึงไม่มีบทการรบกันด้วยเรือ ระหว่างทัพจิ้นกับทัพง่อแม้แต่น้อย เพราะเมื่อ องโยย ฝ่าสายโซ่ขวากเหล็กเหล่านั้นได้แล้ว  ก็สามารถบุกเข้าล้อมเมืองกังตั๋งได้โดยทันที และยึดกังตั๋ง รวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ

กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และการรบที่ปากน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.ศ.112
เรือรบของฝรั่งเศสบุกเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา
     ย้อนกลับมาที่การรบระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อฝรั่งเศสคิดจะนำเรือรบบุกเข้ามา ชักธงฝรั่งเศสยังเมืองหลวงของประเทศสยามนั้น ฝ่ายสยามได้คิดการป้องกันโดยสร้างป้อมปืน ฝึกหัดคน เตรียมเรือรบ เตรียมทุ่นระเบิด และสิ่งที่เหมือนกับวิธีของยิมหุนขันที นั่นคือ การวางสายโซ่และขวากเหล็ก เพื่อขัดขวางการนำเรือแล่นฝ่าเข้ามา

     ในหนังสือ “กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และการรบที่ปากน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.ศ.112” ของพลเรือตรี แชน  ปัจจุสานนท์ และ นาวาเอกสวัสดิ์  จันทนี ได้อธิบายวิธีการของฝ่ายสยาม เอาไว้ว่า พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ผู้บัญชากองทัพเรือในขณะนั้น ได้บัญชาการให้นำเรือเก่า ๆ มาจมลงเพื่อใช้เป็นเครื่องกีดขวาง และได้ปักไม้หลักแพ ต้นหนึ่งเป็นขาทราย ค้ำด้วยไม้อีกสองต้น ไม้เหล่านี้ปักลงไปในดินลึก 8 ศอก ขัดด้วยโซ่เชื่อมโยงกันไว้ ให้ดูเป็นการหนาแน่น

การวางแนวป้องกันของฝ่ายสยาม จากบันทึกของฝรั่งเศส
การวางแนวป้องกันของฝ่ายสยาม จากบันทึกของฝรั่งเศส
     การวางแนวป้องกันนี้ มีแนวคิดและที่มา ราวกับถอดแบบมาจากเรื่องสามก๊ก และแน่นอนว่า ผลของมันก็ลงเอย ดังเช่นเรื่องสามก๊ก เพราะพอถึงเวลาจริง เรือรบของฝรั่งเศสซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ สามารถแล่นฝ่าสายโซ่ และซากเรือ เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีพิธีรีตอง สร้างแพ สร้างเตาอย่าง องโยย ด้วยซ้ำ

     ซึ่งการในครั้งนี้ เป็นไปตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงคาดคะเนไว้ และรับสั่งเมื่อครั้งทรงเสด็จตรวจแนวป้องกันว่า “อย่าว่าแต่จะจมเรือ หรือทำเขื่อนเพียงเท่านี้เลย อย่างไร ๆ เรือของเขาก็คงจะเข้ามาได้ ที่ทำลงไปนี้พอเป็นเขตสำหรับที่จะห้าม ถ้าขืนดึงดันเข้ามา ก็ต้องยิงกันเท่านั้น”

     สยามต้องเสียดินแดนไปบางส่วน รวมทั้งสินไหมสงครามอีกหลายล้านบาท แต่เราก็ยังคงรักษาเอกราชไว้ได้ และเป็นประเทศเดียวในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งต่างชาติ ทั้งนี้ คุณไกรฤกษ์ นานา นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ร.ศ.112 ได้เคยสันนิษฐานไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงใช้ “ตำราพิชัยสงครามซุนวู” ในการดำรงรักษาเอกราชของประเทศ  เอาชนะโดยไม่ต้องรบ เพราะหลังเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ทรงแสวงหาพันธมิตรจากประเทศยุโรป อย่างเยอรมัน เดนมาร์ค และรัสเซีย เพื่อคานอำนาจนักล่าอาณานิคม อย่างฝรั่งเศส และอังกฤษ อีกทั้งการเสร็จประพาสยุโรปยังเป็นการแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า สยามถูกรังแกจากฝรั่งเศส อย่างไร้ความชอบธรรมและไร้เหตุผล สุดท้ายประเทศฝรั่งเศสจึงถูกประนามจากประเทศต่าง ๆ ให้เป็นตัวร้ายในสายตาสังคมชาวโลก

หมาป่าฝรั่งเศสกับลูกแกะสยาม
หมาป่าฝรั่งเศสกับลูกแกะสยาม - ภาพล้อที่แสดงว่าฝรั่งเศสคือตัวร้ายในสายตาประชาคมโลก
     แม้ยุทธวิธีตั้งรับด้วยสายโซ่และขวากเหล็กจากสามก๊ก จะใช้การไม่ได้เลยก็ตามที แต่เราก็ยังเราสามารถรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นด้วยพิชัยสงครามซุนวู ตามทัศนะของคุณ ไกรฤกษ์ ฯ และด้วยพระปรีชาสามารถขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 ที่ทรงงัดเอากลยุทธทางการเมืองต่าง ๆ มากมายมาใช้

     เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่า นอกจากตำราพิชัยสงครามซุนวู ประเทศสยามของเรา ก็อาจจะรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้น และรักษาเอกราชด้วยยุทธวิธีจาก “ตำราพิชัยสงครามสามก๊ก” บ้างด้วยก็เป็นได้ ใครจะรู้...

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
  • วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 - วิกิพีเดีย
  • วิกฤตการณ์ปากน้ำ - วิกิพีเดีย
  • พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์ และ นาวาเอกสวัสดิ์ จันทนี, กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และการรบที่ปากน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.ศ.112. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2519.
  • ไกรฤกษ์ นานา, สยามกู้อิสรภาพตนเอง ทางออกและวิธีแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง เกิดจากพระราชกุศโลบายของพระเจ้าแผ่นดิน; ทึ่ง! กลยุทธ์ศึก รัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ : ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ มติชน, 2550.


SHARE :

FACEBOOK COMMENTS:

No comments:

เกมส์สามก๊ก

[เกมส์สามก๊ก][grids]

สามก๊กการเมือง

[สามก๊กการเมือง][bsummary]

เพลงสามก๊ก

[เพลงสามก๊ก][bleft]